ข่าว

บิ๊กตู่แบ่งงานรองฯทุ่มงบฯจว.ละ10ล.

บิ๊กตู่แบ่งงานรองฯทุ่มงบฯจว.ละ10ล.

24 พ.ย. 2557

‘วิษณุ’เผยบิ๊กตู่แบ่งงานรองฯทุ่มงบฯจว.ละ10ล. แจงปมป.ป.ช.เพิ่มอำนาจมีสนช.กรอง

                เมื่อเวลา 13.30 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย เป็นประธานกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ก.ก.ถ.) ครั้งที่ 3/2557 โดยที่ประชุมจัดทำข้อเสนอแนวทางการพัฒนาการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อเสนอต่อสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.)โดยมีสาระสำคัญคือการปรับปรุงโครงสร้างของอปท. ให้มีความเข้มแข็งยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ รวมทั้งการส่งเสริมให้มีกลไกการตรวจสอบของภาคประชาชนซึ่งได้รับการรับรองตามกฎหมาย โดยให้มีการส่งเสริมความเป็นอิสระในการทำงานและการจัดบริการสาธารณะของอปท.โดยเน้นให้มีการตรวจสอบภายหลังการปฏิบัติงานและเพิ่มอำนาจทางภาษีอากรให้แก่อปท.รวมทั้งการส่งเสริมการทำงานร่วมกันโดยอิสระระหว่างกันและระหว่าง อปท. กับภาคส่วนต่าง ๆ และส่งเสริมให้มีการกำหนดภารกิจและอำนาจหน้าที่ของอปท.แบบอสมมาตรโดยคำนึงถึงบริบทของพื้นที่และศักยภาพในการปฏิบัติงานของอปท. แต่ละแห่ง

                ทั้งนี้รวมถึงการเสริมสร้างศักยภาพในการจัดบริการสาธารณะของอปท.ให้เป็นภาคีหุ้นส่วนกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหาของประชาชนและการส่งเสริมให้อปท.มีการพัฒนานวัตกรรมหรือตัวแบบการจัดบริการสาธารณะที่หลากหลาย รวมทั้งส่งเสริมให้มีการจัดตั้งอปท.ขนาดใหญ่หรืออปท.รูปแบบพิเศษเพื่อให้มีอำนาจหน้าที่ในการจัดบริการสาธารณะได้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการส่งเสริมความเข้มแข็งในการขับเคลื่อนนโยบายการกระจายอำนาจโดยเห็นควรกำหนดให้นโยบายการกระจายอำนาจเป็นนโยบายสำคัญในการบริหารงานของรัฐบาล และบรรจุไว้ในแผนบริหารราชการแผ่นดิน รวมทั้งกำหนดมาตรการบังคับใช้พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2542 อย่างจริงจัง และส่งเสริมบทบาทของ ก.ก.ถ.ให้สามารถขับเคลื่อนแผนการกระจายอำนาจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

                นายวิษณุ กล่าวด้วยว่า วันนี้เป็นการประชุมเพื่อติดตามงานเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณที่ค้างจากการประชุมครั้งที่แล้ว ซึ่งจะให้งบประมาณกับ อปท.ประมาณ 20 เปอร์เซ็นแต่จะต้องส่งไปยังสำนักงบประมาณพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่าจะเป็นจำนวนเท่าไหร่ ส่วนที่มีการแบ่งงานให้รองนายกรัฐมนตรีดูแลพื้นที่ทั่วประเทศนั้น เป็นผลจากการประชุมเมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการพูดคุยว่าจะมีการดำเนินตรวจเยี่ยม จัดสรรงบประมาณกันอย่างไรให้แต่ละพื้นที่สอดคล้องกัน และในส่วนของรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลแต่ละพื้นที่นั้น มีงบประมาณฉุกเฉินสำหรับพัฒนาพื้นที่จังหวัดละไม่เกิน 10 ล้านบาท

                นายวิษณุ กล่าวต่อว่า วันนี้มีการประชุมถึงกรณีที่ธนาคารโลกจัดลำดับความน่าเชื่อถือสำหรับการลงทุนในทุกประเทศ ซึ่งประเทศไทยจากเดิมอยู่ในลำดับที่ 28 แต่ขณะนี้เป็นที่ 26 แต่ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ว่าจะอยู่ลำดับที่เท่าไหร่ แต่อยู่ที่ข้อห่วงใยสำหรับการลงทุนในประเทศไทย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นความล่าช้าในกระบวนการข้ออนุมัติในด้านต่างๆ


แจงปมป.ป.ช.เพิ่มอำนาจมีสนช.กรอง


                นายวิษณุ กล่าวถึงกรณีที่ นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสถาบันพระปกเกล้า ร่วมกันจัดเวทีแสดงความคิดเห็นของนักศึกษา ว่า ตนไม่ทราบรายละเอียดเรื่องดังกล่าว แต่ส่วนตัวมองว่า ในข้อกฎหมายไม่มีปัญหา และหากมีการขออนุญาต ก็สามารถทำได้

                นายวิษณุ ยังกล่าวต่อถึง ร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมในส่วนของสำนักคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่า ตนได้รับเรื่องมาเมื่อช่วงบ่ายวันนี้และไม่จำเป็นต้องเข้าที่ประชุมครม.เพราะฉะนั้นครม.ไม่รับรู้ในส่วนนี้และไม่จำเป็นต้องส่งให้สำนักงานกฤษฎีการตรวจเนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวให้อำนาจเปิดช่องทางให้องค์กรที่รักษาการตามกฎหมายเสนอเองได้ ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าป.ป.ช.เพิ่มอำนาจให้ตัวเองนั้นก็ต้องเสนอสภาฯ ซึ่งสภาฯ สามารถปรับปรุงแก้ไขได้ โดยบางส่วนอาจจำเป็นต้องแก้อย่างเร่งด่วน แต่บางส่วนก็ยังสามารถรอได้ เพราะเรายังไม่รู้ว่าสุดท้ายรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะออกแบบรูปร่างหน้าตาองค์กรอิสระเป็นอย่างไร ซึ่งคาดว่ากฎหมายดังกล่าวอาจจะเข้าที่ประชุมสภาฯในวันที่ 28 พ.ย.


สุภาปัดป.ป.ช.เพิ่มอำนาจตัวเอง

                น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์การแก้ไขเพิ่มเติมร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ … ว่าเป็นการเพิ่มอำนาจให้ตัวเองว่า ยืนยันว่าไม่ใช่การเพิ่มอำนาจให้ตัวเอง แต่เป็นการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้การทำงานของป.ป.ช.มีความสมบูรณ์มากขึ้น อาทิ เรื่องอายุความ เนื่องจากที่ผ่านมามีผู้ที่ถูกป.ป.ช.ชี้มูลในคดีอาญาหนีออกต่างประเทศ ในขณะที่อายุความเดินไปเรื่อยๆ จนหมดไปในที่สุด สุดท้ายรอดจากคดี จึงต้องแก้ไขไม่ให้อายุความสะดุดหยุดลงหากมีการหนีคดี ส่วนบทลงโทษกรณีจงใจแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จที่มีการมองว่าแรงเกินไปนั้น คิดว่าไม่แรงเกินไปสำหรับคนที่จงใจยื่นแสดงรายการบัญชทรัพย์สินฯอันเป็นเท็จ เพราะคนที่เข้ามาบริหารบ้านเมืองต้องสังวรณ์ว่าจะต้องมีความซื่อสัตย์ในการบริหารประเทศ หากไม่ซื่อสัตย์ต่อตัวเองแล้วจะซื่อสัตย์ต่อประเทศชาติได้อย่างไร เรื่องนี้หากไม่ได้มีเจตนาทุจริตไม่จำเป็นจะต้องเกรงกลัว มีทรัพย์สินฯเท่าไรให้แสดงมาทั้งก่อนรับตำแหน่งและพ้นตำแหน่ง และในฐานะที่รับผิดชอบเรื่องบัญชีทรัพย์สินฯ ได้วางแนวทางการทำงานไว้แล้วว่าจะทำงานอย่างเข้มข้นด้วย