
ทนายปูจี้สนช.สอบเพิ่มเอกสารจำนำข้าว
ทนายปูยื่นสนช.ขอให้สอบเพิ่มเอกสาร 72 รายการโครงการจำนำข้าว นิคมเตรียมนำเทปบันทึกการประชุมแจง พร้อมยื่นคัดค้าน 16 สนช.ร่วมถกถอดถอน
24พ.ย.2557 นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษากฎหมาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) จะพิจารณาคดีถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ กรณีเพิกเฉยทำให้เกิดความเสียหายในโครงการจำนำข้าวว่า ทีมทนายความน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ยื่นหนังสือถึงสนช.เมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมาเพื่อขอให้สนช.นำหลักฐานเอกสารจำนวน 72 รายการเข้าสู่กระบวนการพิจารณาถอดถอน เนื่องจากเป็นเอกสารที่แสดงให้เห็นว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ละเลยหรือเพิกเฉยในโครงการจำนำข้าวจนทำให้เกิดความเสียหาย อาทิ มติครม.เรื่องการสั่งการให้ติดตามและแก้ไขโครงการจำนำข้าว ภายหลังจากที่คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าวที่มีน.ส.สุภา ปิยะจิตติ เป็นประธาน ระบุว่า มีการขาดทุนโครงการจำนำข้าวนับแสนล้านบาท รวมทั้งเอกสารการสั่งตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบเรื่องการสวมสิทธิการจำนำข้าว และเอกสารขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร(อตก.)และองค์การคลังสินค้า(อคส.)ที่ยืนยันว่าไม่มีข้าวในโครงการสูญหายจากโกดัง
ทั้งนี้ เอกสารเหล่านี้เป็นเอกสารที่ทีมทนายความเคยยื่นต่อป.ป.ช.เพื่อแก้ข้อกล่าวด้วย ซึ่งป.ป.ช.ก็รับไว้ แต่กลับไม่นำมาพิจารณาเลย ดังนั้น จึงไม่ใช่การยื่นหลักฐานใหม่เพื่อจงใจยื้อเวลา แต่ต้องการขอความเป็นธรรมจากสนช.ให้ช่วยพิจารณาเอกสารเหล่านี้ที่ป.ป.ช.ไม่ยอมสอบให้ เพราะป.ป.ช.ไม่ยอมชี้แจงเหตุผลว่าเหตุใดจึงไม่พิจารณาหลักฐานเหล่านี้ให้ อย่างไรก็ตาม หลักฐานทั้ง 72 รายการ นั้นเป็นการรวบรวมเอกสารตั้งแต่เริ่มคิกออฟโครงการจำนำข้าวจนถึงวันยุบสภาฯ เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่า ไม่มีอาทิตย์ใดเลยที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ทำงานเรื่องโครงการรับจำนำข้าว และในทุกสัปดาห์ของการบริหารราชการแผ่นดิน มีการกำชับให้ครม. คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.) อตก. อคส. และคณะกรรมการข้าวในระดับจังหวัดทำงานอย่างโปร่งใส ไม่ได้เพิกเฉยหรือปล่อยปะละเลยให้เกิดความเสียหายตามข้อกล่าวหา เชื่อว่าหากสนช.เห็นเอกสารทั้ง 72 รายการแล้วจะให้ความเป็นธรรมแก่น.ส.ยิ่งลักษณ์ สำหรับพยานบุคคลนั้น เราไม่ได้ขอให้สนช.สอบเพิ่มเติม เพราะข้อบังคับการประชุมสนช.ไม่อนุญาต เนื่องจากไม่ได้เป็นเรื่องที่อยู่ในสำนวนของป.ป.ช.
'นิคมเตรียมนำเทปบันทึกการประชุมแจง
นายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)จะประชุมเริ่มกระบวนการถอดถอนในวันที่ 27 พ.ย.ว่า ตนจะเดินทางมาชี้แจงต่อที่ประชุมสนช. ด้วยตนเอง โดยไม่มีทีมทนายความมาด้วย แต่จะมีเพื่อนที่เป็นอดีตสมาชิกวุฒิสภามาร่วมชี้แจง ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับที่ประชุมว่า จะอนุญาตให้เข้าร่วมชี้แจงด้วยหรือไม่ แต่อย่างน้อยก็ยังเชื่อว่า น่าจะอนุญาตได้ 1 คนเพราะเหมือนกับเปิดให้ทนายความมาร่วมชี้แจง ทั้งนี้ข้อมูลที่จะนำมาเป็นเทปบันทึกการประชุมในการพิจารณาเรื่องที่ตนถูกกล่าวหา โดยที่ผ่านมาผู้กล่าวหาได้ยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)มีข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยจงใจปิดบังข้อเท็จจริงบางส่วน ซึ่งตนเชื่อว่า ป.ป.ช.ไม่ได้ดูและไม่ได้สืบค้นข้อมูลทั้งหมดที่เป็นเทปบันทึกการประชุมนานถึง 120 ชั่วโมง จึงเชื่อตามที่ผู้กล่าวหาได้ยื่นไป ซึ่งป.ป.ช.อาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์หรือดำเนินการด้วยความเร่งรีบ
นายนิคม กล่าวอีกว่า จะทำเรื่องขอคัดค้านสนช. 16 คน ซึ่งเป็นอดีตส.ว.ที่เข้าชื่อร้องต่อป.ป.ช.กล่าวหาตน เพราะถือว่ามีส่วนได้ส่วนเสียไม่ให้เข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาในกระบวนการถอดถอน ซึ่งเป็นไปตามมารยาทและหลักกฏหมายทั่วไป ที่ไม่ควรให้คู่ความเข้าร่วมการพิจารณา นอกจากนี้ในวันประชุมจะประสานไปยังสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาให้แจกเอกสารที่เป็นรัฐธรรมนูญ ปี 2550 และข้อบังคับการประชุมร่วมรัฐสภา ปี 2551 เพื่อให้สมาชิกได้ศึกษาว่า มีบทบัญญัติให้อำนาจสมาชิกรัฐสภาเข้าชื่อเพื่อยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญได้และได้รับการคุ้มครอง อย่างไรก็ตามหวังว่า สมาชิกเมื่อได้พิจารณาโดยยึดหลักความเที่ยงธรรมและยุติธรรม ซึ่งเรื่องนี้สนช.ไม่ควรรับพิจารณาตั้งแต่แรก เนื่องจากไม่มีอำนาจ และไม่มีกฏหมายระบุความผิดไว้ เพราะหากเริ่มกระบวนการแล้วต่อไปก็จะมีอดีตสมาชิกกว่า 300 คนที่จะต้องอยู่ในบัญชีถอดถอน ทำให้ต้องดำเนินการตามกระบวนการถอดถอนทุกวัน
วิปสนช.เตรียมถกกรอบเวลาสอย
น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปสนช. ) เปิดเผยว่า ในวันที่ 25 พ.ย.วิปสนช.จะประชุมกำหนดแนวทางการประชุมถอดถอนคดีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กับคดีถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่สนช.จะประชุมกันในวันที่ 27 และ 28 พ.ย.นี้ โดยจะมีการกำหนดกรอบเวลาการพิจารณาถอดถอนทั้ง 2 คดี ตลอดจนการพิจารณาพยานหลักฐานต่างๆ ที่ผู้ถูกกล่าวหาขอให้สนช.สอบเพิ่มเติม เท่าที่ประเมินการลง มติถอดถอนในทั้งสองคดีคงใช้เวลาไล่เลี่ยกัน ไม่ห่างกันมากนัก คาดว่า คดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์น่าจะลงมติได้ในช่วงต้นเดือนม.ค.ปี 58 คงไม่ทันภายในปีนี้ เนื่องจากเดือนธ.ค.มีวันหยุดมากและสนช.ไม่สามารถประชุมต่อเนื่องได้ทุกวัน
น.พ.เจตน์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ทีมทนายความน.ส.ยิ่งลักษณ์ขอให้สนช.พิจารณาหลักฐานเอกสาร 72 รายการ ที่เคยยื่นให้ป.ป.ช.ไปแล้ว แต่ป.ป.ช.ไม่ยอมพิจารณาให้นั้น ถือว่าอยู่ในหลักเกณฑ์การขอเพิ่มพยานหลักฐานที่ป.ป.ช.ไม่ได้พิจารณาให้ ซึ่งสนช.ก็พร้อมจะพิจารณาหลักฐานเหล่านี้ให้ คงไม่ใช่การยื่นหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อยื้อเวลาแต่อย่างใด



