ข่าว

'วรเจตน์'ร้องประกาศคสช.ขัดรธน.

'วรเจตน์'ร้องประกาศคสช.ขัดรธน.

24 พ.ย. 2557

'วรเจตน์' ขึ้นศาลทหารฯ นัดตรวจพยานหลักฐานสู้คดีขัดคำสั่ง คสช.ทำคำร้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาอำนาจศาลทหารฯ ระบุ ประกาศ คสช. ฉบับที่ 37-38 ขัด รธน.ชั่วคราว

 
                          24 พ.ย. 57  เมื่อเวลา 10.30 น.  ที่ศาลทหารกรุงเทพ กรมพระธรรมนูญ ถ.หลักเมือง คณะตุลาการศาลทหารกรุงเทพ ได้นัดตรวจพยานหลักฐานคดีหมายเลขดำ 32 ก./2557 ที่อัยการทหารเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายวรเจตน์ ภาคีรัตน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และนักวิชาการคณะนิติราษฎร์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัวตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 5/2557 ลงวันที่ 24 พ.ค. 2557 และฉบับที่ 57/2557 ลงวันที่ 9 มิ.ย. 2557 ซึ่งความผิดระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยอัยการทหารยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา
 
                          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการนัดตรวจพยานหลักฐานครั้งนี้ ทางคณะตุลาการศาลฯ ได้อนุญาตให้ตัวแทนสื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่ของสถานทูตฝรั่งเศส และเยอรมนี เข้าร่วมรับฟังการพิจารณาคดีดังกล่าวด้วย แต่ไม่อนุญาตให้นำอุปกรณ์สื่อสาร เครื่องบันทึกเทป หรือสมุดจดเข้าไปในห้องพิจารณาคดีอย่างเด็ดขาด
 
                          จากนั้นเวลา 11.00 น. นายวรเจตน์ ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันนี้เป็นการนัดตรวจพยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์ ส่วนทางตนและทนายความ ได้มีการยื่นคำร้องในประเด็นที่ว่า ประกาศของ คสช. ฉบับที่ 37/2557 และ 38/2557 ที่ให้คดีอยู่ในอำนาจของศาลทหารกรุงเทพ นั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 เนื่องจากประเทศไทยเป็นภาคีประเทศสมาชิกของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ไอซีซีพีอาร์) ซึ่งในมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญ ฯ กำหนดให้พันธกรณีที่ไทยมีอยู่นั้นต้องผูกพันด้วย ทั้งนี้ในไอซีซีพีอาร์ ระบุไว้ว่า ศาลต้องเป็นอิสระ และในคดีอาญาทางจำเลยต้องมีโอกาสอุทธรณ์คำตัดสิน ในกรณีของตนนั้นมีปัญหาเรื่องความเป็นอิสระของศาล เพราะศาลทหารกรุงเทพ เป็นองค์กรอยู่ในกระทรวงกลาโหม ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับไอซีซีพีอาร์ อีกทั้งคดีดังกล่าว เป็นการขึ้นศาลทหารฯ ช่วงที่ประกาศกฎอัยการศึก คือ เมื่อศาลทหารฯ ตัดสินคดี ก็จะจบทันที ตนไม่สามารถยื่นอุทธรณ์ หรือฎีกาได้
 
                          นายวรเจตน์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในมาตรา 47 ของรัฐธรรมนูญ ฯ บัญญัติให้ประกาศ หรือคำสั่งของ คสช. ชอบตามรัฐธรรมนูญ ฯ และเป็นที่สุด ทำให้สงสัยว่า จะสามารถโต้แย้งได้อย่างไร แต่มีประเด็นว่าในมาตรา 26 ของรัฐธรรมนูญ ฯ นั้น บัญญัติให้ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาล จะต้องพิจารณาพิพากษาด้วยความยุติธรรมตามกฎหมาย ดังนั้นการตีความของรัฐธรรมนูญ จะต้องมีเรื่องความยุติธรรมด้วย การตัดสินคดีโดยศาลชั้นเดียว ไม่สอดคล้องกับความยุติธรรม ดังนั้นประกาศของ คสช.จึงถูกรับรองตามรัฐธรรมนูญ ฯ มาตรา 47 ซึ่งคาดว่า จะขัดกับมาตรา 4 และมาตรา 26 ตนจึงทำคำร้องขอให้ศาลทหารฯ ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ประกอบ พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 ซึ่งศาลทหารได้รับคำร้องนี้ไว้ และจะมีคำสั่งในวันที่ 26 ม.ค. 2558 พร้อมกับนัดตรวจพยานโจทก์
 
                          "วันนี้เราพูดถึงเรื่องประกาศของ คสช.และอำนาจของศาลทหารฯ ที่ต้องดูว่าศาลทหารฯ จะพิจารณาอย่างไรต่อไป เพราะยังไม่ทราบ ต้องรอวันที่ 26 ม.ค. 2558 ว่าจะเดินสถานะใดต่อไป ประกาศ คสช.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะขณะนี้มีรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) แล้ว และเขียนข้อความทำให้เห็นได้ว่า มีการขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นต้องมีองค์กรชี้ก่อนว่า ประกาศ คสช.ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่"