ข่าว

ประชาพิจารณ์รธน.รู้สึกร่วมยาก!

ประชาพิจารณ์รธน.รู้สึกร่วมยาก!

24 พ.ย. 2557

'เจษฎ์' ชี้ทำประชาพิจารณ์ รธน.ใหม่ เพื่อให้ ปชช.รู้สึกเป็นเจ้าของไม่ง่าย การบริหารของ คสช.มีการต่อต้าน แต่ยังคุมได้ กต.เตรียมแจงยูเอ็น 'ชู 3 นิ้ว'

 
                          24 พ.ย. 57  นายเจษฎ์ โทณวณิก กรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ฐานะประธานคณะอนุกมธ.จัดทำข้อเสนอแนะในการตรา หรือแก้ไขกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีที่นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ระบุถึงแนวคิดการทำประชาพิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วม และรู้สึกเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชน ว่า แนวทางดังกล่าวสามารถทำได้ เพราะการทำประชาพิจารณ์ คือ การรับฟังความเห็นของประชาชน ส่วนจะใช้กฎหมายใด เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ คือ กฎหมายที่เกี่ยวกับการทำประชาพิจารณ์ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ในประเด็นการทำประชาพิจารณ์นั้น สิ่งที่ต้องยึดเป็นประเด็นสำคัญ คือ การรับฟังความเห็นแล้วนำไปสู่การปฏิบัติ หรืออธิบายให้ได้ว่าความเห็นของประชาชนที่ได้รับ สามารถปรับใช้ในกรณีใดได้บ้าง
 
                          "ทั้งนี้ต้องยอมรับว่า การให้คนทุกคน ทุกกลุ่ม เข้ามาแสดงความเห็น เป็นไปได้ยาก แต่ต้องพิจารณาว่าข้อเสนอของกลุ่มตัวแทนนั้น ถือเป็นปัญหาร่วมของคนที่ไม่ได้มาร่วมเวทีด้วยหรือไม่ เช่น มีข้าราชการในประเทศ 3 แสนคน แต่เข้ามาแสดงความเห็นเพียง 2 หมื่นคน ดังนั้นต้องรับฟังว่ากลุ่มตัวแทนที่มาให้ความเห็นนั้น เป็นปัญหาของเหล่าข้าราชการด้วยหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ยอมรับในกลุ่มประชาชน มีพวกที่มีความคิดสุดโต่ง คือ ไม่ยอมมาร่วมเวทีรับฟังความเห็น เพราะเห็นว่าไม่ใช่พวกของตนที่จัด หรือพวกที่ไม่สนความเป็นไปของการพัฒนาประเทศ เพราะสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ภายใต้สังคมที่เปลี่ยน แม้จะเรียกมาร่วมเวที ก็จะนิ่งเงียบ โดยนัยการมีส่วนร่วม ต้องตั้งโจทย์ให้เห็นว่า การแก้ปัญหาบ้านเมืองคืออะไร ต้นตอปัญหาคืออะไร และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจะได้ประโยชน์จากการแก้ปัญหานั้นอย่างไร"
 
                          นายเจษฎ์ ยอมรับว่า การต่อต้านการแสดงความเห็น และไม่เข้าร่วมเวทีรับฟังความเห็น ถือเป็นอุปสรรคของการรับฟังความเห็น แต่ตนมองว่า การกำหนดนโยบาย หรือรัฐธรรมนูญใหม่ ที่นำไปสู่ทางปฏิบัติได้จริง ส่วนความสำคัญ คือ ความเข้มแข็งของประชาชน รัฐธรรมนูญจะตอบสนองประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของประชาชน โดยการแสดงความเห็นถือว่ามีประโยชน์ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะแสดงความเห็นลักษณะใดก็ตาม อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าการทำประชาพิจารณ์บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อสร้างความรู้สึกร่วม ยังเป็นไปได้ยาก ดังนั้นต้องอาศัยการพูดคุยให้ประชาชนรู้ว่า พวกเขาอยู่ตรงไหนของรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย
 
 
 
การบริหารของ คสช.มีการต่อต้าน แต่ยังคุมได้
 
 
                          นับตั้งแต่ คสช.เข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 จนถึงวันนี้เป็นเวลา 6 เดือน โดย คสช.ได้มีการดำเนินงานแก้ปัญหาสำคัญในหลายๆ เรื่อง เพื่อเป็นการสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนต่อ "ผลการดำเนินงาน 6 เดือน ของ คสช." สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่ว ดังนี้ โดยเมื่อถามถึงจากที่ คสช.เข้ามาบริหารประเทศ ครบ 6 เดือน ในภาพรวมประชาชนมีความคิดเห็นอย่างไร ? อันดับ 1 บอกว่าเริ่มมีคนบางกลุ่มออกมาเคลื่อนไหว แต่ในภาพรวมยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ 83.30% อันดับ 2 โดดเด่นในเรื่องการจัดระเบียบสังคม ปราบปรามการทุจริต และผู้มีอิทธิพล 79.46% อันดับ 3 มุ่งมั่นตั้งใจ ทำงานเด็ดขาด เน้นแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน 61.87%
 
                          เมื่อถามถึง "จุดเด่น" ของ คสช.ที่บริหารประเทศ ครบ 6 เดือน อันดับ 1 บอกว่า มาตรการจัดระเบียบสังคม ทำให้บ้านเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น 39.35% อันดับ 2 มีทหารเข้ามาดูแลบ้านเมือง ทำงานได้เด็ดขาดแตกต่างจากนักการเมืองที่ผ่านมา 32.75% อันดับ 3 แนวทางการดำเนินงานชัดเจน เป็นระบบ แก้ปัญหาได้รวดเร็ว 27.90%
 
                          ถามถึง "ปัญหา/อุปสรรค" ในการดำเนินงานของ คสช. อันดับ 1 บอกว่า เริ่มมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ มากขึ้น มีกระแสโจมตีการทำงานของ คสช. 40.14% อันดับ 2 ปัญหาระหว่าง คสช. กับสื่อมวลชนที่มีออกมาเป็นระยะ 34.32% อันดับ 3 บ้านเมืองประสบปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองมานาน ต้องอาศัยเวลาในการแก้ปัญหา 25.54%
 
                          เมื่อถามถึงสิ่งที่อยากฝากบอก คสช. เกี่ยวกับการบริหารประเทศ อันดับ 1 บอกว่า คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ เน้นความยุติธรรมและเสมอภาค 42.01% อันดับ 2 อยากให้บริหารประเทศต่อไป ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ อดทน 36.06% อันดับ 3 เร่งสร้างความสามัคคีปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคมไทยโดยเร็ว 21.93%
 
                          สำหรับความพึงพอใจของประชาชนต่อ คสช.ในการบริหารประเทศ ครบ 6 เดือน อันดับ 1 บอกว่า ค่อนข้างพึงพอใจ 54.46% เพราะให้ความสำคัญในการดูแลและช่วยเหลือประชาชน ลดค่าครองชีพ มีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร ฯลฯ อันดับ 2 พึงพอใจมาก 29.85% เพราะทำงานเด็ดขาด กล้าตัดสินใจ มีการจัดระเบียบสังคมด้านต่างๆ บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ฯลฯ อันดับ 3 ไม่ค่อยพึงพอใจ 10.93% เพราะการแก้ไขปัญหาต่างๆ ยังล่าช้า เศรษฐกิจยังไม่ดีขึ้น การชี้แจงที่ยังไม่ชัดเจน เข้าใจยาก ฯลฯ อันดับ 4 ไม่พึงพอใจเลย 4.76% เพราะประชาชนควรมีสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็น ยังไม่เป็นประชาธิปไตย ฯลฯ 
 
                          อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบคะแนนที่ประชาชนให้ คสช. 1 เดือน 8.82 คะแนน 2 เดือน 8.87 คะแนน 3 เดือน 8.80 คะแนน 4 เดือน 8.57 คะแนน 5 เดือน 8.52 คะแนน 6 เดือน 8.49 คะแนน ตามลำดับ
 
 
 
กต.เตรียมแจงยูเอ็น 'ชู 3 นิ้ว'
 
 
                          นายเสข วรรณเมธี อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์กรณีนางมาทิลดา บ็อกเนอร์ ผู้แทนข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (โอเอชซีเอชอาร์) ที่ได้ระบุว่า การจับกุมนักศึกษาที่แสดงสัญลักษณ์ 3 นิ้ว ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและห้ามการแสดงความเห็นอย่างเสรี ว่า กระทรวงการต่างประเทศเตรียมเชิญนางบ็อกเนอร์ มาหารือ เพื่อแจ้งให้ทราบข้อเท็จจริงในโอกาสแรก ทั้งนี้เห็นว่า หากมีประเด็นใดที่สงสัยสามารถประสานกับกระทรวงการต่างประเทศได้โดยตรงผ่านช่องทางที่มีอยู่ นอกจากนี้ ยังได้สั่งการเอกอัครราชทูต และผู้แทนถาวารไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา เข้าพบข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เพื่อแจ้งข้อเท็จจริงให้ทราบอีกทางหนึ่งด้วย
 
                          นายเสข กล่าวอีกว่า ประเทศไทยเดินหน้าไปมากพอสมควรเมื่อเทียบกับช่วงต้นปีที่ผ่านมา บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อยมากขึ้น องค์กรต่างๆ ที่ทำหน้าที่ปฏิรูป ปรองดอง และขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าก็กำลังทำหน้าที่ที่รับผิดชอบตามกรอบเวลาที่ได้ประกาศไว้ สำหรับการแสดงความเห็นที่แตกต่าง ก็มีช่องทางมากมายที่ทุกคนจะส่งข้อคิดเห็นที่สร้างสรรค์เข้าสู่การพิจารณาของสภาปฏิรูปประเทศ
 
 
 
'วิษณุ' ขอดูสถานการณ์อีก10 เดือนก่อนพูดประชามติ รธน.
 
 
                          นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เสนอร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่...) พ.ศ. ... เข้าสู่ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งมีการเพิ่มอำนาจให้กับ ป.ป.ช.และเพิ่มบทลงโทษผู้กระทำผิดทุจริตคอร์รัปชั่น ว่า ตนยังไม่ได้เห็นร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว จึงไม่ทราบรายละเอียดเนื้อหาในนั้น ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นในเรื่องนี้ได้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ตนได้พบกับประธาน ป.ป.ช.เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้รับแจ้งว่า ป.ป.ช.กำลังจะเสนอแก้ไขกฎหมาย ป.ป.ช. ซึ่งตนบอกไปว่า ขึ้นอยู่กับ ป.ป.ช.จัดทำมา 
 
                          "แต่ขอให้ระวังว่าอย่าไปแก้ไขอะไรมาก เพราะอาจจะไม่ตรงกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งตอนนี้เตรียมจะยกร่าง ยังไม่รู้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะให้มี ป.ป.ช.อยู่หรือไม่ หรือให้ ป.ป.ช.มีอำนาจอย่างไรบ้าง แต่ถ้าจำเป็นต้องแก้ไข พ.ร.บ.ดังกล่าว เพื่อเอื้ออำนวยการทำงานเฉพาะหน้าของ ป.ป.ช.ในช่วง 1 ปีนี้ ก็สามารถทำได้ เพียงแต่ประเด็นใดที่จะเป็นการผูกมัดระยะยาว เช่น การกำหนดให้คดีการทุจริตไม่มีอายุความ เป็นต้น เขาก็ควรรอดูหน้าตาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อนว่าจะออกแบบให้ ป.ป.ช.ทำอะไรได้บ้าง"
 
                          นายวิษณุ ยังกล่าวถึงข้อกังวลของบางฝ่ายที่เกรงว่าคลื่นใต้น้ำอาจส่งผลกระทบต่อการร่างรัฐธรรมนูญ หรืออาจมีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงในการลงประชามติเพื่อคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ตอนนี้ยังมีอีกหลายขั้นตอน จึงยังไม่ควรพูดถึงเรื่องการทำประชามติที่เป็นเหตุการณ์ของ 10 เดือนข้างหน้า ดังนั้นควรรอให้เขายกร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จเสียก่อน ซึ่งเมื่อมีการยกร่าง ฯ ไปได้ครึ่งทาง ก็คงพอจะรู้ว่า ควรจะมีการทำประชามติหรือไม่ เช่น ถ้ายกร่าง ฯ แล้วมีหลักการออกมาไม่มีความพิสดารอะไร ก็คงไม่ต้องทำประชามติ แต่ถ้ามีหลักการที่เป็นประเด็นแปลกใหม่ ก็คงต้องถามใจประชาชนว่าจะยอมรับหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งตนคิดว่าควรรอให้ถึงเวลานั้นก่อนจะดีกว่า อย่างไรก็ตาม ตนไม่กังวลว่าจะมีการซื้อเสียงในการลงประชามติ เพราะยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องพูดกัน อย่าเพิ่งไปไกลถึงตรงนั้น เนื่องจากตอนนี้ยังไม่ได้เขียนร่างรัฐธรรมนูญเลย ส่วนเรื่องของคลื่นใต้น้ำนั้น ตนไม่อยากพูดถึง และถ้าเราพูดถึงเรื่องนี้กันมากๆ มันก็อาจจะเกิดขึ้นมาจนได้