
ปูตินเปิดใจไม่คิดเป็นผู้นำรัสเซียไปตลอดชีวิต
24 พ.ย. 2557
ประธานาธิบดี "วลาดิมีร์ ปูติน" เปิดใจ ไม่คิดเป็นผู้นำรัสเซียไปตลอดชีวิต และพูดถึงลูกสาวเป็นครั้งแรก
ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวทาสส์ เมื่อวันอาทิตย์ว่า เขาจะไม่เป็นประธานาธิบดีไปตลอดชีวิต และจะก้าวลงจากตำแหน่งตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะไม่เกินปี 2567 เขาบอกด้วยว่า การอยู่ในตำแหน่งนานกว่านั้น จะเป็นอันตรายต่อประเทศและเขาไม่ต้องการเช่นนั้น
ประธานาธิบดีปูตินวัย 62 ปี เป็นผู้นำรัสเซียได้อย่างมีประสิทธิภาพมาตั้งแต่เขาได้รับเลือกตั้งครั้งแรก เมื่อปี 2543 ก่อนจะหลบฉากไปหลังจากดำรงตำแหน่งครบ 2 สมัย เป็นเวลารวม 4 ปีเนื่องจากติดข้อจำกัดของรัฐธรรมนูญ แต่เขาก็ยังคงมีอำนาจอยู่ในมือในฐานะนายกรัฐมนตรีก่อนจะได้รับเลือกตั้งกลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกในปี 2555 และมีวาระการดำรงตำแหน่งเพิ่มขึ้นเป็นครั้งละ 6 ปี
ประธานาธิบดีปูติน กล่าวว่า การตัดสินใจว่าจะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยหน้าในปี 2561 หรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ภายในประเทศและอารมณ์ของเขาด้วย และตลอดเวลาการให้สัมภาษณ์ เขาได้อธิบายความพยายามทั้งในและต่างประเทศว่า พุ่งเป้าบ่อนทำลายอำนาจการปกครองของเขา โดยบอกว่า มาตรการคว่ำบาตรของตะวันตกต่อรัสเซียทั้งที่เป็นรายบุคคลและภาคธุรกิจ อันเนื่องมาจากปัญหายูเครน เป็นความพยายามลงโทษมิตรสหายของเขา และขับเคลื่อนด้วยความปรารถนาที่จะให้เกิดความแตกแยกทางชนชั้นและบางทีอาจจะในสังคมด้วย แต่ตะวันตกก็ต้องผิดหวังเพราะสังคมรัสเซียยังเป็นปึกแผ่นอยู่เบื้องหลังเขา
ผู้นำรัสเซียยังได้พูดถึงกฎหมายรัสเซียที่เข้มงวดต่อการสนับสนุนเงินทุนจากต่างประเทศต่อองค์กรที่ไม่ใช่ภาครัฐ หรือองค์กรสื่อที่มีเจ้าของเป็นต่างชาติว่า เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้ผลประโยชน์จากภายนอก เข้าไปมีอิทธิพลต่อการเมืองรัสเซีย เขายังทราบด้วยว่า ไมใช่ชาวรัสเซียทุกคนที่สนับสนุนเขา โดยบอกว่า เขารับได้ตราบใดที่เสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นไปอย่างสร้างสรรค์ และไม่ละเมิดกฎหมาย แต่ก็บอกว่า รัฐบาลของเขาจะบดขยี้ใครก็ตามที่พยายามบั่นทอนให้ประเทศอ่อนแอลง ซึ่งเขาเรียกว่า พวกแบ็คทีเรีย
เขาบอกว่า เป็นการคิดผิดถนัดที่มองว่า หนังสือพิมพ์สหรัฐเป็นสื่ออิสระ เนื่องจากพวกเขาสามารถวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีโอบามาได้ แต่เขามองว่า หนังสือพิมพ์เหล่านี้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
ประธานาธิบดีปูติน ยังได้เปิดเผยชีวิตส่วนตัวเป็นครั้งแรก ด้วยการพูดถึงที่อยู่ของลูกสาวทั้งสองคน ที่ก่อนหน้านี้ ถูกปกปิดเป็นความลับระดับสูง โดยบอกว่า มาเรีย หรือชื่อเล่นว่า มาช่า วัย 29 ปี และเยคาเทริน่า หรือ คาเทีย วัย 28 ปี ซึ่งแม้แต่ชาวรัสเซียก็ยังไม่ทราบเลยว่า รูปร่างหน้าตาของพวกเธอเป็นเช่นไร ซึ่งเขาบอกว่า พวกเธออยู่ที่รัสเซีย และไม่ได้ย้ายไปอยู่ต่างประเทศ ตามที่มีกระแสข่าวลือก่อนหน้านี้ พร้อมกับยืนยันว่า เขาพบกับพวกเธอทุกเดือน
ผู้นำรัสเซีย กล่าวว่า เขามีตารางการทำงานที่แน่นมาก แม้กระทั้งลูกสาวก็ได้เจอหน้ากันแค่เดือนละ 1 หรือ 2 ครั้งเท่านั้น และเขาก็ต้องฉกฉวยช่วงเวลานั้นไว้ และเมื่อถูกถามว่า ลูกสาวทั้งสองอยู่ที่ประเทศใด เขาก็บอกว่า มอสโคว์และเขาจะพบกับลูกๆ ที่บ้าน
มีรายงานที่ไม่มีการยืนยันออกมาเมื่อช่วงฤดูร้อนว่า มาเรียจำต้องย้ายออกจากบ้านที่เนเธอร์แลนด์หลังจากเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777 เที่ยวบิน MH17 ของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ถูกยิงด้วยขีปนาวุธที่เชื่อว่าได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย ในขณะบินอยู่เหนือน่านฟ้าทางตะวันออกของยูเครน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 298 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวเนเธอร์แลนด์ รายงานระบุด้วยว่า นายกเทศมนตรีเมืองฮิลเวอร์ซัม ของเนเธอร์แลนด์ ที่พลเมืองหลายคนเสียชีวิตในเที่ยวบิน MH17 เป็นคนเรียกร้องให้เนรเทศมาเรีย ก่อนที่เขาจะถอนความเห็นที่ "ไม่ฉลาด" นี้ นอกจากนี้ ยังมีนักเคลื่อนไหวชาวยูเครน เผยแพร่ภาพถ่ายและที่อยู่อพาทเม้นท์หรูหราของมาเรีย และเรียกร้องให้คนไปรวมตัวประท้วงที่หน้าอพาทเม้นท์แห่งนี้
ส่วนเยคาเทริน่า ถูกระบุว่า แต่งงานไปกับลูกชายนายพลเกาหลีใต้ เมื่อปี 2553 แต่โฆษกของประธานาธิบดีปูตินปฏิเสธ และบอกว่าเป็นข่าวลือ ซึ่งประธานาธิบดีปูตินไม่เคยถ่ายภาพอย่างเป็นทางการร่วมกับลูกสาว และความพยายามปกปิดความเป็นอยู่ของพวกเธอไว้เป็นความลับระดับสูง แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับสมัยของอดีตประธานาธิบดีบอริส เยลต์ซิน ที่ทาเทียน่า ยูมาเชว่า ลูกสาวของเขาทำตัวโดดเด่นในสังคมรัสเซียอย่างมาก
ผู้นำรัสเซีย ยังพูดถึงเครื่องดื่มที่เขาโปรดปราน ซึ่งก็คือ ชาดำทั่วไป ที่ชงใส่ไว้ในกระติกแก้วเก็บความร้อนแบบพกพา เขาบอกด้วยว่า การที่เขามีงานยุ่งเลยทำให้ไม่มีเพื่อนมากนัก แต่ก็ไม่รู้สึกเหงา ส่วนเรื่องชีวิตรักของเขา พบว่า มีแต่กระแสข่าวลือ เช่น ตอนแรกมีข่าวเกี่ยวกับเขาและอดีตนักกีฬายิมนาสติกลีลา อลิน่า คาบาเยว่า นานหลายปี ก่อนที่เขาจะหย่าขาดจากนางลุดมิล่า อดีตแอร์โอสเตสสายการบินแอโร่ฟลอท ที่ครองคู่กันมานาน 30 ปี เมื่อปีที่แล้ว
ปี 2551 หนังสือพิมพ์มอสคอฟสกี้ คอร์เรสปอนเดนท์ รายงานว่า ประธานาธิบดีปูตินเตรียมแต่งงานกับคาบาเยวา ที่อ่อนกว่าเขา 31 ปี ซึ่งประธานาธิบดีปูติน ได้กล่าวในตอนนั้นว่า ชีวิตส่วนตัวเป็นสิ่งที่ไม่ควรมีใครเข้าไปยุ่งย่าม เขามักจะตำหนิสอดจมูกเข้าไปยุ่งเรื่องชาวบ้าน หรือ จินตนาการเรื่องราคะเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนอื่น
ปัจจุบัน คาบาเยวา เป็นประธานกลุ่มสื่อที่ทรงอำนาจและสนับสนุนทำเนียบเครมลิน หลังจากลาออกจากการเป็น ส.ส.ของพรรคยูไนเต็ด รัสเซีย ของประธานาธิบดีปูติน ที่ครองที่นั่งส่วนใหญ่ในสภาดูม่า หรือ สภาผู้แทนราษฎรของรัสเซีย ส่วนนางลุดมิลา อดีตภรรยา ได้หายหน้าไปจากสาธารณชน นับตั้งแต่การหย่าขาดจากผู้นำรัสเซีย เสร็จสิ้นกระบวนการ เมื่อเดือนเมษายน



