
เกี่ยวข้าวอินทรีย์แปลงนาสาธิตพระราชดำริพระเทพฯ
เกี่ยวข้าวอินทรีย์แปลงนาสาธิตพระราชดำริพระเทพฯเสริมการเรียนรู้เยาวชน
23พ.ย.2557 ที่จ.น่าน นายสำเริง เอี่ยมสะอาด รองราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นประธาน เปิดกิจกรรมและร่วมลงนาสาธิตการเกี่ยวข้าว กับนักเรียนและชาวบ้าน ตามโครงการฝึกประสบการณ์และพัฒนาผลผลิตข้าว ของโรงเรียนตาลชุมพิทยาคม ต.ตาลชุม อ.เวียงสา จ.น่าน เพื่อสนองพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทรงต้องการขยายพื้นที่ในการเรียนรู้ให้กับเยาวชนในเรื่องการทำนาในพื้นที่จังหวัดน่าน
ปัจจุบันแปลงนาสาธิตดังกล่าว มีการเกิดดอกออกผลเห็นเป็นรูปที่ประสบความสำเร็จ เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว หลังจากที่ดำเนินการมาตั้งแต่เดือนกรกฏาคม 2557 ในพื้นที่ทำนา กว่า 2 ไร่ เป็นพันธุ์ข้าว จาก 6 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ปทุมธานี 1 ข้าวหอมมะลิ 105 ข้าวซิวแม่จัน พันธุ์ กข.6 พันธุ์ธัญสิรินทร์ และพันธุ์โรด์เบอรรี่ เป็นการจัดการเรียนการสอนในรายวิชา การปลูกข้าวอินทรีย์วิถีชุมชน ของนักเรียนชั้น ม.4 ประจำปีการศึกษา 2557 โรงเรียนตาลชุม พิทยาคม เพื่อส่งเสริมให้นักเรียน ได้เรียนรู้มีประสบการณ์ในกระบวนการทำนา ด้วยการลงพื้นที่ปฏิบัติจริง ตั้งแต่การคัดเลือกพันธุ์ข้าวการทำนา การแปรรูป จนถึงการบรรจุและจำหน่ายเพื่อสร้างรายได้ในรูปแบบสหกรณ์ และรวบรวมเมล็ดข้าวสายพันธุ์ดีไว้ให้แก่เกษตรกรที่สนใจนำไปปลูกอีกด้วย
ทั้งนี้ การปลูกข้าวอินทรีย์วิถีชุมชน ในโครงการฝึกประสบการณ์และพัฒนาผลผลิตข้าว รายวิชา โรงเรียนตาลชุมพิทยาคม อ.เวียงสา จ.น่าน จะเป็นโรงเรียนตัวอย่างนำร่อง ให้แก่โรงเรียนอื่น ๆ ในพื้นที่จังหวัดน่านต่อไป เนื่องจากการปลูกข้าวอินทรีย์วิถีชุมชนเป็นระบบการผลิตที่คำนึกถึงสภาพแวดล้อมในการรักษาความสมดุลทางธรรมชาติ หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี ผสมผสานความรู้พื้นบ้าน ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผลผลิตที่ได้จึงปลอดภัยจากสารพิษตกค้างง ปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคและไม่ทำให้สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมด้วย
บุรีรัมย์เก็บรวงข้าวที่รถเกี่ยวทำหล่นตามทุ่งนา
ขณะที่ชาวบ้านและเกษตรกรหลายหมู่บ้าน ในตำบลชุมแสง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกเดินหาเก็บรวงข้าวและเมล็ดข้าวเปลือก ที่รถเกี่ยวทำร่วงหล่นตามทุ่งนาทั้งของตัวเองและนาของเกษตรกรใกล้เคียง เพื่อเก็บไว้ไปบริโภคในครัวเรือนและนำไปขายให้กับโรงสี โดยบางรายสามารถเก็บรวงข้าวที่หล่นตามทุ่งนาได้วันละ 1 - 2 ถุงปุ๋ย หากนำไปขายก็จะได้ถุงปุ๋ยละ 500 บาท จากข้อมูลพบว่าเกษตรกรที่จ้างรถเกี่ยวข้าว จะทำให้รวงข้าวล่วงหล่นมากกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่นาที่เกี่ยว
นางพวน เครือจันทร์ ชาวบ้านบ้านตามา ต.ชุมแสง อ.สตึก มาเก็บรวงข้าวและเมล็ดข้าวเปลือก บอกว่า ปีนี้ทำนาทั้งหมด 20 ไร่ โดยได้จ้างรถเกี่ยวมาเกี่ยวนวดข้าวในราคาไร่ละ 550 บาท โดยสาเหตุที่จ้างรถเกี่ยวเพราะรวดเร็วเกี่ยวไม่มีวันก็เสร็จ แต่หากจ้างแรงงานคนจะล่าช้าและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากกว่า เพราะนอกจากจะจ่ายค่าแรงวันละ 250 บาทต่อคนแล้ว ยังต้องเลี้ยงข้าวอีก 2 มื้อซึ่งยุ่งยากมากกว่า จึงตัดสินใจจ้างรถเกี่ยวแม้รถเกี่ยวจะทำให้ข้าวร่วงหล่นมากกว่าเกี่ยวมือ จึงต้องมาเดินเก็บรวงข้าวและเมล็ดข้าวเปลือกที่รถเกี่ยวทำล่วงหล่นตามทุ่งนาหากปล่อยทิ้งก็เสียดาย
นางนิตยา ประสานรัมย์ บอกว่า นอกจากจะเก็บรวงข้าวที่ล่วงหล่นในนาของตัวเองแล้ว ก็จะเดินเก็บตามนาของเกษตรกรใกล้เคียงที่เจ้าของเขาปล่อยทิ้งด้วย ซึ่งแต่ละวันสามารถเก็บรวงข้าวและเมล็ดข้าวที่ร่วงหล่นตามพื้นนาได้ประมาณวันละ 1 - 2 ถุงปุ๋ย โดยรวงข้าวและเมล็ดข้าวเปลือกที่เก็บได้บางส่วนก็จะเก็บไว้บริโภคในครัวเรือน และบางส่วนก็จะนำไปขาย หากเก็บได้เยอะก็จะนำไปรวมไว้ขายได้ครั้งละ 500 - 1,000 บาท



