
วินธัยชี้โปรยใบปลิวโจมตีคสช.ไม่สร้างสรรค์
23 พ.ย. 2557
"วินธัย" แจง มือดี โปรยใบปลิว เกลื่อน อนุสาวรีย์ "ปชต." ต้าน "คสช." ซัด บืดเบือนข้อเท็จจริง ชี้ ทำให้ พื้นที่ "สกปรก"
วันที่ 23 พ.ย.57 พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณี ผู้ไม่หวังดีโปรยใบปลิวโจมตีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อเช้ามืดวันที่ 23 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการแสดงออกที่ไม่สร้างสรรค์ มีเนื้อหาในลักษณะการกล่าวหาและบิดเบือน และทำขึ้นโดยใช้อารมณ์ส่วนบุคคลในมุมมองอคติ สำหรับผลกระทบจะทำให้บ้านเมืองสกปรก และไม่ความสวยงาม และไม่น่าจะเกิดประโยชน์ใดๆ ต่อสังคมอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ตนเข้าใจว่าผู้เห็นต่างที่ยังไม่เข้าใจ คสช.คงพยายามหาโอกาสในการแสดงออกในรูปแบบต่างๆ จึงอยากขอให้คำนึงถึงเป้าประสงค์ที่สังคมส่วนใหญ่ต้องการด้วย อีกทั้งเชื่อว่าส่วนใหญ่เวลานี้ประชาชนทั่วไปต้องการให้ประเทศพัฒนาและเดินไปข้างหน้า โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนร่วมกัน ดังนั้นหากผู้เห็นต่างมีความตั้งใจจริงในการเสนอความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติก็ยังมีช่องทางที่เหมาะสมในระบบมากมายที่สามารถจะกระทำได้
"ยงยุทธ" ขอ "กลุ่ม นศ." แสดงออกอย่างรอบคอบ
เมื่อเวลา 14.15 น.นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้านสังคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกลุ่มนักศึกษาหลายแห่งแสดงสัญลักษณ์ด้วยการชู 3 นิ้ว ต่อต้านการรัฐประหารในช่วงที่ผ่านมาว่า เป็นเรื่องการแสดงออกของกลุ่มคน คิดว่าไม่เกี่ยวกับสถานศึกษา แต่เป็นเรื่องที่จะต้องคุยกันว่าขณะนี้สถานการณ์ยังไม่ปกตินัก ยังไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับถาวร เรากำลังพยายามไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับถาวรเพื่อจะได้ดำเนินการให้เป็นไปตามประชาธิปไตยปกติ ดังนั้น เวลาจะประท้วงหรือแสดงความไม่พอใจอะไรควรดูให้รอบคอบ ไม่ให้เกิดความปั่นป่วนหรือความโกลาหลในสังคมเหมือนกับก่อนรัฐประหาร แต่ละคนต้องช่วยกันคุม เหมือนกับเรือเพิ่งผ่านพายุมา ต้องช่วยกันดูอย่าให้ล่ม
ส่วนกังวลเรื่องปรากฎการณ์ลอกเลียนแบบในสถานศึกษาหรือไม่นั้น นายยงยุทธ กล่าวว่า ตนเห็นว่าสถานศึกษาเป็นสถานที่ที่มีคนหนุ่มคนสาวจำนวนมากมากว่า ไม่เกี่ยวกับสถาบันศึกษา พอเขามีความรู้สึกอย่างไรจึงแสดงออกมา มีเท่านั้นเอง อย่าไปตีความอะไรมาก อย่างไรก็ตาม สำหรับปัญญาชนอยากให้เสนอความเห็นอย่างสร้างสรรค์ ถ้าเป็นอย่างนั้นไม่มีปัญหา และการแสดงสัญลักษณ์ด้วยการชู 3 นิ้ว สำหรับตนหมายถึงชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เรื่องสัญลักษณ์แล้วแต่ แต่ละคนจะคิดกันไป ไม่ใช่อะไรที่เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเพียงสัญลักษณ์เท่านั้น
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการจะประสานไปยังอธิการบดีมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อให้ช่วยชี้แจงทำความเข้าใจหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ต้องแล้วแต่ทางพล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งท่านก็คงอาจจะดำเนินการได้หากเรื่องชักจะบานปลาย ส่วนกรณีนักศึกษา 5 คน ที่แสดงสัญลักษณ์ด้วยการชู 3 นิ้วระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลงพื้นที่จ.ขอนแก่นจะดรอปเรียนนั้น ยอมรับว่าเป็นห่วงในระดับหนึ่ง
“อุดมเดช”สั่งล่าคนอยู่เบื้องหลังโปรยใบปลิว
พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัชมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพนายทหารที่เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก ถึงกรณีที่มีการโปรยใบปลิวโจมตีการทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)และรัฐบาลว่า ตนได้รับรายงาน ขณะนี้ให้ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ถือเป็นข้อคิดเห็นของคนที่ยังไม่เข้าใจต่อการทำงานของรัฐบาล แต่อยากฝากไปว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้ให้ช่วยกันทำความเข้าใจในเรื่องที่ผ่านมา จริงๆแล้วการดำเนินของรัฐบาลเป็นไปตามขั้นตอนตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้ระบุไว้ เพราะฉะนั้นทุกส่วนน่าจะเข้าใจและช่วยกันประคับประคองเหตุการณ์ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพียงแต่ต้องให้ความสนใจว่ามีความคิดเห็นอะไรอย่างไร จากการตรวจสอบบางจุดก็เป็นเรื่องของนักศึกษา ตรงนี้ก็ต้องดูว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องลึกลงไปหรือไม่
“ถ้าหากเป็นเยาวชน นิสิต นักศึกษา ก็ฝากไปยังผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ได้ช่วยกันทำความเข้าใจด้วย ถือว่าเป็นวัยที่บริสุทธิ์ เพราะนิสิต นักศึกษา อยู่ในวัยที่น่าจะได้รับการชี้แจง คำแนะนำ เพราะผมอยากให้น้องๆนักศึกษา มีความเข้าใจที่ถูกต้อง อยากให้ช่วยกันประคับประคองให้การดูแลชาติของรัฐบาลเป็นไปตามขั้นตอน และสุดท้ายเราก็จะมีรัฐบาลที่ถูกต้องในโอกาสต่อไป สมกับที่ทุกคนได้หวังไว้ ทางรัฐบาล ทหาร และผมในฐานะที่เป็นผู้บัญชาการทหารบก อยากให้เป็นเช่นนั้น ซึ่งเป็นความปราถนาดีไม่อยากให้มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างทาง สิ่งที่เกิดขึ้นจะมีผู้อยู่เบื้องหลัง ต้องการให้เกิดการต่อต้านที่ค่อยเป็นค่อยไปและใหญ่ขึ้นเรื่อยๆหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น อยากให้กลับไปคิดดูว่า ท่านกำลังทำให้ประเทศชาติไม่สามารถยืนหยัดในประชาคมโลกได้และประเทศไทยจะถอยหลังไปอีก ในส่วนนี้ก็คงต้องมีการติตามสืบสวน สืบหาและใครก็ตามที่อยู่ในข่ายที่จะทำความผิดในด้านกฏหมายก็ต้องดำเนินการ” พล.อ.อุดมเดช กล่าว
เมื่อถามว่า ในส่วนของภาพยนต์ “ฮังเกอร์เกมส์”ที่กำลังเข้าฉายอยู่ใน จนทำให้นักศึกษานำมาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ จะดำเนินการอย่างไร พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไรมาก ถือเป็นการแสดงออกเล็กน้อย แต่ก็ไม่เหมาะสม และจะเป็นการเลียนแบบอย่างไรต่อไป ต้องช่วยกันดูแล ทำความเข้าใจเดินหน้าด้วยดี อย่าให้สะดุด และขยายวงกว้างออกไปก็จะเกิดความไม่เรียบร้อย
เมื่อถามว่า มีข้อมูลว่าการโปรยใบปลิวมีคนอยู่เบื้องหลังจริง พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า กำลังตรวจสอบอยู่ว่าจะมีเช่นนั้นหรือไม่ ก็อยากจะขอร้องว่าอย่าทำเลยเพราะ ตนต้องเข้ามาดูแลไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กก็ตาม เพราะตนให้ความสนใจและต้องดูแลในรายละเอียดต่อไป เมื่อถามต่อว่า ห่วงหรือไม่ว่าจะเกิดการลอกเลียนแบบจากพื้นที่หนึงไปยังอีกพื้นที่หนึง พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ แต่ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น จึงขอร้องกันให้ทำความเข้าใจ รัฐบาลได้ประคับประคองสถานการณ์จนทุกคนรู้สึกว่าประเทศมีความปกติทุกอย่าง แล้วจะทำให้ความไม่เรียบร้อยเกิดขึ้นมาอีกทำไม
เมื่อถามว่า นายกฯเตรียมจะลงพื้นที่ภาคเหนือ มีการดูแลควาปลอดภัยอย่างไร เพราะ มีการพ่นสแปร์ต่อต้านร่วถึงการชู3นิ้วในระหว่างที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมประชุมหอการค้าทั่วประเทศ ที่จ.เชียงราย พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ได้กำชับไปยัง พล.ท.สาธิต พิธรัตน์ แม่ทัพภาคที่3 ให้ดูแลความเรียบร้อย
เผยเหตุฮ.ทัพภาค3ตกเกิดจากตัวเครื่องมีปัญหา
พล.อ.อุดมเดช ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพนายทหารที่เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกจากการปฎิบัติหน้าที่ ว่า กองทัพบกไม่ได้นิ่งนอนใจได้สั่งการให้ดูแลเกี่ยวกับสิทธิกำลังพลตามที่สมควรได้รับ รวมถึงครอบครัว ส่วนการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับอากาศยานนั้นขณะนี้ตนได้สั่งการจัดเครื่องบินที่มีสมถรรนะสูง ฮท.60 หรือแบล็คฮอค ให้ไปกระจำเพิ่มเติมทั้ง4กองทัพภาค สำหรับการใช้งานถ้าแม่ทัพภาคเห็นว่ามีความเหมาะสมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงเหมาะสมกับภาระกิจได้ เพราะถือว่า แบร็คฮอค มีความปลอดภัยสูงสุด ในส่วนของเบล212 นั้นตนไม่ได้สั่งให้ระงับการใช้งาน เพียวแต่ให้มีการตรวจสอบทั้งหมดเกี่ยวกับความปลอดภัย มาตราฐานต่างๆ รวมถึง ฮท.1 หรือฮิวอี้ ก็ยังใช้งานอยู่ด้วยเช่นกัน สำหรับการแก้ไขปัยหาในอนาคตต่อไป ขณะนี้ได้มีการพิจารณาจัดหาเฮลิคอปเตอร์ที่มีสมถรรนะและความปลอดภัยสูง เช่น ฮท.139 ของ กุ๊ดซ่า เป็นต้น จะอยู่ในการพิจารณา เพราะต้องมีการเข้ามาดูหลายยี่ห้อด้วยกัน เรื่องความปลอดภัยของกำลังพลเราให้ความสำคัญมากกว่าสิ่งอื่นใด ส่วนการซ่อมแซมจะมีมาตราฐานหรือไม่นั้น เราทำตามาตราฐานทุกอย่าง ชิ้นส่วนซ่อมก็ต้องมีพอเพียง
พล.อ.อุดมเดช กล่าวอีกว่า ในต้นเดือน ธ.ค.นี้ ตนได้สั่งให้จัดประชุมการแก้ปัญหาอากาศยานที่อาจจะมีปัญหา ทั้งการจัดหาในระยะต่อไป ชิ้นส่วนซ่อม นักบินก็ต้องฝึกให้มีประสิทธิภภาพมีมาตราฐานสูงสุด และเพียงพอกับความต้องการในพื้นที่ต่างๆ ตนไม่ได้นิ่งนอนใจ และให้ความสำคัญในการแก้ปัญหา ส่วนการตรวจสอบสาเหตุนั้น อยากขอเวลาอีกสักระยะหนึ่ง ทั้งนี้ตนได้สอบถามไปยังผู้บัญชาการศูนย์การบินทหารบก ว่าผลสอบเป็นอย่างไร เพราะยังไม่มีรายงานเป็นลายลักษณ์อักษร แต่มีการรายงานทางวาจาว่า พยายามหาข้อมูลอยู่ แต่ที่ไม่เกี่ยวข้องแน่นอนคือเรื่องทัศนวิสัย หรือความบกพร่องของนักบิน ซึ่งปัญหาน่าจะมาจากตัวเครื่อง หรือ ระบบส่งกำลังจากเครื่องไปยังส่วนที่สามารถทำให้เครื่องบินได้ หรือ ทรานมิสชั่น ก็เป็นเรื่องสุดวิสัย
พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัชมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพนายทหารที่เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก ถึงกรณีที่มีการโปรยใบปลิวโจมตีการทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)และรัฐบาลว่า ตนได้รับรายงาน ขณะนี้ให้ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ถือเป็นข้อคิดเห็นของคนที่ยังไม่เข้าใจต่อการทำงานของรัฐบาล แต่อยากฝากไปว่าสิ่งต่างๆเหล่านี้ให้ช่วยกันทำความเข้าใจในเรื่องที่ผ่านมา จริงๆแล้วการดำเนินของรัฐบาลเป็นไปตามขั้นตอนตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้ระบุไว้ เพราะฉะนั้นทุกส่วนน่าจะเข้าใจและช่วยกันประคับประคองเหตุการณ์ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพียงแต่ต้องให้ความสนใจว่ามีความคิดเห็นอะไรอย่างไร จากการตรวจสอบบางจุดก็เป็นเรื่องของนักศึกษา ตรงนี้ก็ต้องดูว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องลึกลงไปหรือไม่
“ถ้าหากเป็นเยาวชน นิสิต นักศึกษา ก็ฝากไปยังผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ได้ช่วยกันทำความเข้าใจด้วย ถือว่าเป็นวัยที่บริสุทธิ์ เพราะนิสิต นักศึกษา อยู่ในวัยที่น่าจะได้รับการชี้แจง คำแนะนำ เพราะผมอยากให้น้องๆนักศึกษา มีความเข้าใจที่ถูกต้อง อยากให้ช่วยกันประคับประคองให้การดูแลชาติของรัฐบาลเป็นไปตามขั้นตอน และสุดท้ายเราก็จะมีรัฐบาลที่ถูกต้องในโอกาสต่อไป สมกับที่ทุกคนได้หวังไว้ ทางรัฐบาล ทหาร และผมในฐานะที่เป็นผู้บัญชาการทหารบก อยากให้เป็นเช่นนั้น ซึ่งเป็นความปราถนาดีไม่อยากให้มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างทาง สิ่งที่เกิดขึ้นจะมีผู้อยู่เบื้องหลัง ต้องการให้เกิดการต่อต้านที่ค่อยเป็นค่อยไปและใหญ่ขึ้นเรื่อยๆหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น อยากให้กลับไปคิดดูว่า ท่านกำลังทำให้ประเทศชาติไม่สามารถยืนหยัดในประชาคมโลกได้และประเทศไทยจะถอยหลังไปอีก ในส่วนนี้ก็คงต้องมีการติตามสืบสวน สืบหาและใครก็ตามที่อยู่ในข่ายที่จะทำความผิดในด้านกฏหมายก็ต้องดำเนินการ” พล.อ.อุดมเดช กล่าว
เมื่อถามว่า ในส่วนของภาพยนต์ “ฮังเกอร์เกมส์”ที่กำลังเข้าฉายอยู่ใน จนทำให้นักศึกษานำมาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ จะดำเนินการอย่างไร พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไรมาก ถือเป็นการแสดงออกเล็กน้อย แต่ก็ไม่เหมาะสม และจะเป็นการเลียนแบบอย่างไรต่อไป ต้องช่วยกันดูแล ทำความเข้าใจเดินหน้าด้วยดี อย่าให้สะดุด และขยายวงกว้างออกไปก็จะเกิดความไม่เรียบร้อย
เมื่อถามว่า มีข้อมูลว่าการโปรยใบปลิวมีคนอยู่เบื้องหลังจริง พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า กำลังตรวจสอบอยู่ว่าจะมีเช่นนั้นหรือไม่ ก็อยากจะขอร้องว่าอย่าทำเลยเพราะ ตนต้องเข้ามาดูแลไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กก็ตาม เพราะตนให้ความสนใจและต้องดูแลในรายละเอียดต่อไป เมื่อถามต่อว่า ห่วงหรือไม่ว่าจะเกิดการลอกเลียนแบบจากพื้นที่หนึงไปยังอีกพื้นที่หนึง พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ แต่ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น จึงขอร้องกันให้ทำความเข้าใจ รัฐบาลได้ประคับประคองสถานการณ์จนทุกคนรู้สึกว่าประเทศมีความปกติทุกอย่าง แล้วจะทำให้ความไม่เรียบร้อยเกิดขึ้นมาอีกทำไม
เมื่อถามว่า นายกฯเตรียมจะลงพื้นที่ภาคเหนือ มีการดูแลควาปลอดภัยอย่างไร เพราะ มีการพ่นสแปร์ต่อต้านร่วถึงการชู3นิ้วในระหว่างที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมประชุมหอการค้าทั่วประเทศ ที่จ.เชียงราย พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ได้กำชับไปยัง พล.ท.สาธิต พิธรัตน์ แม่ทัพภาคที่3 ให้ดูแลความเรียบร้อย
เผยเหตุฮ.ทัพภาค3ตกเกิดจากตัวเครื่องมีปัญหา
พล.อ.อุดมเดช ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพนายทหารที่เสียชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกจากการปฎิบัติหน้าที่ ว่า กองทัพบกไม่ได้นิ่งนอนใจได้สั่งการให้ดูแลเกี่ยวกับสิทธิกำลังพลตามที่สมควรได้รับ รวมถึงครอบครัว ส่วนการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับอากาศยานนั้นขณะนี้ตนได้สั่งการจัดเครื่องบินที่มีสมถรรนะสูง ฮท.60 หรือแบล็คฮอค ให้ไปกระจำเพิ่มเติมทั้ง4กองทัพภาค สำหรับการใช้งานถ้าแม่ทัพภาคเห็นว่ามีความเหมาะสมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงเหมาะสมกับภาระกิจได้ เพราะถือว่า แบร็คฮอค มีความปลอดภัยสูงสุด ในส่วนของเบล212 นั้นตนไม่ได้สั่งให้ระงับการใช้งาน เพียวแต่ให้มีการตรวจสอบทั้งหมดเกี่ยวกับความปลอดภัย มาตราฐานต่างๆ รวมถึง ฮท.1 หรือฮิวอี้ ก็ยังใช้งานอยู่ด้วยเช่นกัน สำหรับการแก้ไขปัยหาในอนาคตต่อไป ขณะนี้ได้มีการพิจารณาจัดหาเฮลิคอปเตอร์ที่มีสมถรรนะและความปลอดภัยสูง เช่น ฮท.139 ของ กุ๊ดซ่า เป็นต้น จะอยู่ในการพิจารณา เพราะต้องมีการเข้ามาดูหลายยี่ห้อด้วยกัน เรื่องความปลอดภัยของกำลังพลเราให้ความสำคัญมากกว่าสิ่งอื่นใด ส่วนการซ่อมแซมจะมีมาตราฐานหรือไม่นั้น เราทำตามาตราฐานทุกอย่าง ชิ้นส่วนซ่อมก็ต้องมีพอเพียง
พล.อ.อุดมเดช กล่าวอีกว่า ในต้นเดือน ธ.ค.นี้ ตนได้สั่งให้จัดประชุมการแก้ปัญหาอากาศยานที่อาจจะมีปัญหา ทั้งการจัดหาในระยะต่อไป ชิ้นส่วนซ่อม นักบินก็ต้องฝึกให้มีประสิทธิภภาพมีมาตราฐานสูงสุด และเพียงพอกับความต้องการในพื้นที่ต่างๆ ตนไม่ได้นิ่งนอนใจ และให้ความสำคัญในการแก้ปัญหา ส่วนการตรวจสอบสาเหตุนั้น อยากขอเวลาอีกสักระยะหนึ่ง ทั้งนี้ตนได้สอบถามไปยังผู้บัญชาการศูนย์การบินทหารบก ว่าผลสอบเป็นอย่างไร เพราะยังไม่มีรายงานเป็นลายลักษณ์อักษร แต่มีการรายงานทางวาจาว่า พยายามหาข้อมูลอยู่ แต่ที่ไม่เกี่ยวข้องแน่นอนคือเรื่องทัศนวิสัย หรือความบกพร่องของนักบิน ซึ่งปัญหาน่าจะมาจากตัวเครื่อง หรือ ระบบส่งกำลังจากเครื่องไปยังส่วนที่สามารถทำให้เครื่องบินได้ หรือ ทรานมิสชั่น ก็เป็นเรื่องสุดวิสัย
"อนุฯกมธ.ยกร่าง"เดินหน้าวางกรอบ รธน.
นายไพบูลย์ นิติตะวัน คณะกรรมาธิการ(กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะประธานคณะอนุกมธ.พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 8 ว่าด้วยนิติธรรม ศาล และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ กล่าวว่า ในวันจันทร์ที่ 24 พ.ย.นี้ ทางอนุฯกมธ.จะมีการประชุมเพื่อวางกรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญในประเด็นเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐว่าจะต้องตรวจสอบเรื่องใด ตรวจสอบใคร และใช้กลไกใด จากนั้นก็จะเข้าสู่การพิจารณาเนื้อหาสาระในส่วนขององค์กรอิสระและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการตั้งสภาตรวจสอบภาคประชาชน 77 จังหวัด ว่ารูปแบบการดำเนินงานและกรอบอำนาจหน้าที่ควรจะเป็นอย่างไรและหน่วยงานใดจะเข้ามาทำหน้าที่เป็นหน่วยงานธุรการช่วยประสานการทำงาน
ส่วนความคืบหน้าการเชิญพรรคการเมืองและกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองมาเสนอความคิดเห็นต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น ทราบว่าในช่วงเช้าวันที่ 25 พ.ย.ทางคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ก็จะส่งตัวแทนเข้ามาหารือกับทางกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนพรรคเพื่อไทย ก็ประสานมาว่าจะส่งผู้บริหารระดับสูงซึ่งมีบทบาทสำคัญของพรรคมาเป็นตัวแทนในการเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการยกร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนจะเป็นวันและเวลาใดนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงาน ทั้งนี้ มองว่าการที่พรรคการเมืองและกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองให้ความร่วมมือมาเสนอความคิดเห็นต่อกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องที่ดีและเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่ายมาก เพราะความเห็นและข้อมูลที่เสนอมานั้นก็จะถูกนำไปประกอบการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
นายไพบูลย์ นิติตะวัน คณะกรรมาธิการ(กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ในฐานะประธานคณะอนุกมธ.พิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 8 ว่าด้วยนิติธรรม ศาล และการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ กล่าวว่า ในวันจันทร์ที่ 24 พ.ย.นี้ ทางอนุฯกมธ.จะมีการประชุมเพื่อวางกรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญในประเด็นเนื้อหาสาระเกี่ยวกับการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐว่าจะต้องตรวจสอบเรื่องใด ตรวจสอบใคร และใช้กลไกใด จากนั้นก็จะเข้าสู่การพิจารณาเนื้อหาสาระในส่วนขององค์กรอิสระและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ รวมทั้งการตั้งสภาตรวจสอบภาคประชาชน 77 จังหวัด ว่ารูปแบบการดำเนินงานและกรอบอำนาจหน้าที่ควรจะเป็นอย่างไรและหน่วยงานใดจะเข้ามาทำหน้าที่เป็นหน่วยงานธุรการช่วยประสานการทำงาน
ส่วนความคืบหน้าการเชิญพรรคการเมืองและกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองมาเสนอความคิดเห็นต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น ทราบว่าในช่วงเช้าวันที่ 25 พ.ย.ทางคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ก็จะส่งตัวแทนเข้ามาหารือกับทางกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนพรรคเพื่อไทย ก็ประสานมาว่าจะส่งผู้บริหารระดับสูงซึ่งมีบทบาทสำคัญของพรรคมาเป็นตัวแทนในการเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการยกร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนจะเป็นวันและเวลาใดนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงาน ทั้งนี้ มองว่าการที่พรรคการเมืองและกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองให้ความร่วมมือมาเสนอความคิดเห็นต่อกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องที่ดีและเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่ายมาก เพราะความเห็นและข้อมูลที่เสนอมานั้นก็จะถูกนำไปประกอบการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่



