ข่าว

จนท.ยึดแพไม้เถื่อน2ลำมูลค่ากว่าล้านบาท

จนท.ยึดแพไม้เถื่อน2ลำมูลค่ากว่าล้านบาท

23 พ.ย. 2557

กอ.รมน.น่าน สนธิกำลัง ยึดแพไม้เถื่อนอำพรางเป็นเก่า 2 ลำ มูลค่ากว่าล้านบาท

 
 
 
          วันที่ 23 พ.ย.57 เมื่อเวลา 08.30 น. นายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน และผอ.รมน.น่าน ได้มอบหมายให้ พ.อ.ชัชวาลย์ กุลกุศล รอง ผอ.รมน.น่าน และนายพัฒนพงษ์ สร้อยอินทรางกูล นายอำเภอนาหมื่น พ.ท.วัฒนา จันทร์ไพจิตต์ หน.ชุดรวบรวมข่าวสาร.กอ.รมน.น่าน สนธิกำลังพลเรือน ตำรวจ ทหาร เจ้าหน้าที่ป้องกันรักษาป่า อุทยานศรีน่าน อุทยานขุนสถาน  อส. ประกอบด้วย พ.ต.ท.จะเด็ด หินทองคำ รอง ผกก.สภ.นาหมื่น , ร.ต.ต. ภัควี  ก้อนสมบัติ  ผบ.มว. ตชด.ที่ 324 บ้านประมงปากนาย ,นายฉัตรชัย โยธาวุธ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติขุนสถาน นายสุรชัย ภู่ทอง หน.นปป.นน.2 (นาทะนุง) , นายมนตรี พลภักดี  เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญการ หน.นปป.นน.3 (นาน้อย)/รอง หน.ชุด.สายตรวจสายที่ 2 สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ ,จนท.หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ 6  (ปากนาย) สบอ.13 (แพร่)และ ชป.ม.พัน 15(อ.นาหมื่น)  พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพิสูจน์ทราบเรือนแพจำนวน 2 ลำ ตามที่ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่ามีผู้นำเรือลากจูงแพทั้ง 2 ลำ มาจอดอยู่ในแม่น้ำน่าน บริเวณรอยต่อระหว่าง อ.นาหมื่น จ.น่าน และ อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์  บริเวณห้วยลึก บ้านสันป่าสัก หมู่ 16  ต.นาทะนุง อ.นาหมื่น จ.น่าน ห่างจากหมู่บ้านประมงปากนาย ระยะทางประมาณ 14 กม.
 
          จากการเข้าตรวจสอบตรวจสอบพบว่าเรือนแพทั้ง 2 ลำ ติดป้ายชื่อ นายดวงฤดี แก่นจันทร์ อยู่บ้านเลขที่ 13  บ้านปากนาย  หมู่ 17 ต.นาทะนุง อ.นาหมื่น จ.น่าน ไม่ปรากฏเจ้าของแพหรือเครื่องครัว เครื่องใช้สอย เป็นที่ผิดสังเกต ชุดเจ้าหน้าที่ได้ทำการกตรวจสอบพบว่ามีการนำไม้สักแปรรูปขนาดต่างๆ มาตีปะทำเป็นฝาซ้อนกัน ถึง 3 ชั้น  , โครงสร้างหลังคา เพดานและพื้น ใช้สีและน้ำมันเครื่องใช้แล้ว หรือน้ำมันขี้โล้ทาทับทำให้ดูสภาพเป็นไม้เก่าเก็บ เพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ว่าเป็นเรือแพเก่า
 
          ทั้งนี้ ไม้ที่ตรวจพบเป็นไม้หวงห้าม ได้แก่ ไม้ฝาเป็นไม้สักหน้ากว้าง 12 นิ้ว ยาว 5 เมตร ซึ่งหายากและมีราคาแพงมาก, ประดู่ และไม้แดง เพื่อนำออกขายให้กับพ่อค้าและนายทุน นำไปขออนุญาตขนย้ายแพเก่า โดยสมรู้ร่วมคิดกับเจ้าหน้าที่ทุจริตบางคนออกเอกสารการขนย้ายให้โดยทำกันเป็นขบวนการ นอกจากไม้แปรรูปที่นำมาทำเป็นแพแล้ว ยังมีการขายไม้แปรูรูปแล้วบางส่วนที่เกินไม่สามารถนำมาประกอบเป็นแพได้ก็ขายไปบ้างแล้ว จากการสังเกตเห็นได้ชัดจากตะปูที่ใช้ตีฝาบางตัวยังมีลักษณะใหม่และหัวไม้มีการนำไม้มาตอกประกบปัองกันแผ่นไม้แตก  บริเวณที่หน้าเรือนแพทั้ง  2ลำ  ติดป้ายชื่ออำพรางว่าเป็นเจ้าของแพ ใช้ชื่อ ของนายดวงฤดี แก่นจันทร์ 
 
          จากการสอบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำความผิดในเบื้องต้น  นายพัฒนพงษ์ สร้อยอินทรางกูล นายอำเภอนาหมื่น ได้เชิญนายดวงฤดี ลูกของนางมะลิ แก่นจันทร์  อายุ 66  ปี ซึ่งเป็นเจ้าบ้านของบ้านเลขที่ดังกล่าว มาพบ โดยนายดวงฤดี ให้การยืนยันต่อหน้านายพัฒนพงษ์  และเจ้าหน้าที่ว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรือนแพทั้ง 2 ลำ และมีนายชะลอ แถมไชยประเสริฐ  ผญบ.บ้านปากนาย  ม.17  ให้การยืนยันรับรองว่านายดวงฤดี เป็นลูกบ้านของตนจริงและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรือนแพดังกล่าวแต่อย่างใด 
 
          โดยอาจจะเป็นการที่บุคคลอื่นนำชื่อมาแอบอ้าง เจ้าหน้าที่จึงทำการเคลื่อนย้ายเรือนแพทั้ง 2 ลำ ออกจากพื้นที่ เพื่อทำการบันทึกการตรวจยึดและดำเนินคดี พร้อมกับติดตามเจ้าของเรือนแพดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนไม้ของกลางกำลังเร่งให้เจ้าหน้าดำเนินการตรวจสอบจำนวนและปริมาตรไม้ ทำบันทึกการจับกุมส่งเจ้าพนักงานสอบสวน สภ.นาหมื่น โดยด่วน
                
          นายมนตรี พลภักดี  หน.นปป.นน.3 (นาน้อย) รอง หน.ชุด.สายตรวจสายที่ 2 สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 สาขาแพร่ กล่าวว่า ได้ร่วมทำการตรวจยึดแพ 2 ลำที่ผู้กระทำความผิดลักลอบตัดไม้ในพื้นที่ ต.นาทะนุง ทำเป็นสิ่งปลูกสร้างลักษณะเป็นเรือนแพเพื่อเก็บไม้ไว้  ได้ให้เจ้าหน้าที่ทำการรื้อถอนเรือแพทั้ง 2 ลำ เพื่อดำเนินการตรวจนับจำนวนไม้แปรรูป และวัดปริมาตรไม้ เพื่อบันทึกเป็นไม้ของกลาง ส่งให้เข้าพนักงานสอบสวน สภ.นาหมื่น ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป สำหรับการประเมิณค่าเสียหายในเบื้องต้น จำนวนไม้กว่า 1 พันแผ่น  มีมูลค่าเสียหาย กว่า 160,000 บาท ปริมาตรไม้ไม่ต่ำกว่า 20 ลูกบาศก์เมตร ถ้าหากส่งถึงมือนายทุนมูลค่ากว่า 1 ล้าน บาท
                
          นายฉัตรชัย โยธาวุธ หน อช.เตรียมการ ขุนสถาน กล่าวว่า พื้นที่ที่ทางอุทยานแห่งชาติขุนสถาน ต้องรับผิชอบ กว่า 2 แสน 2 หมื่น 7 พันไร่ รับผิดชอบ อ.นาน้อย นาหมื่น ทั้งทางบกและทางน้ำ การทำงานร่วมเจ้าหน้าตรวจยึดไม้ครั้งนี้ ต้องใช้เรือเข้าไปบริเวณห้วยลึก  บ.สันป่าสัก ม.16  ต.นาทะนุง  อ.นาหมื่น ห่างจากหมู่บ้านประมงปากนาย ระยะทางประมาณ เกือบ 20 ก.ม. ใช้เวลากว่า 10 ชม.จึงนำออกมาถึงหน่วยพิทักษ์ อุทยาน   ศ.น.6 (ปากนาย) ปัญหาอุปสรรคในการทำงานยังขาดกำลังชุดปฏิบัติการทางน้ำพร้อมเรือ ไปยังที่เกิดเหตุ ครั้งนี้ ต้องเดินเท้าจาก บ้านสันป่าสัก ฯ เข้าไปในป่าอีก กว่า 10 กม.  ทางรถไม่สามารถเข้าไปได้ ต้องใช้เรือ ซึ่งทาง อช.เตรียมการขุนสถาน ไม่มี ต้องพึ่ง หน่วยป้องกันรักษาป่า น.น. 2 นาทะนุง นำเรือไปลากจูงแพทั้ง 2 ลำออกมา