ข่าว

คราบเลือดเปื้อนตัว มัดฆาตกรฆ่าชิงทรัพย์

คราบเลือดเปื้อนตัว มัดฆาตกรฆ่าชิงทรัพย์

23 พ.ย. 2557

คราบเลือดเปื้อนตัว มัดฆาตกรฆ่าชิงทรัพย์ : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม

 
                      การเข้าออกโรงแรมม่านรูดของคู่ชายหญิง เป็นภาพชินตาของบรรดาพนักงานโรงแรม แต่หากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีท่าทีลุกลี้ลุกลนและตามตัวมีคราบเลือดเปื้อนอยู่ นั่นหมายความว่าได้เกิดเหตุร้ายขึ้นแล้ว ความผิดปกติเหล่านี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้บริหารสถานที่พักย้ำเตือนพนักงานแต่ละคนให้ช่วยกันสอดส่อง เพื่อช่วยกันเป็นหูเป็นตาป้องกันเหตุอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นในสถานที่พักลักษณะนี้
 
                      แม้ข้อสังเกตดังกล่าวจะถูกถ่ายทอดให้พนักงานได้ทราบโดยทั่วกัน แต่ไม่วายที่จะเกิดเหตุร้ายขึ้น อย่างกรณีฆาตกรรมสะเทือนขวัญอดีตผู้สมัครประกวดพรีเซ็นตอร์ชาพร้อมดื่มยี่ห้อดัง เมื่อกลางดึกวันที่ 3 มิถุนายน 2556 ถูกคนร้ายฆ่าปาดคอแล้วนำศพมาหมกไว้ในห้องพักโรงแรมม่านรูดย่านราชพฤกษ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 
 
                      คืนวันเกิดเหตุพนักงานโรงแรมม่านรูด มีชายอายุประมาณ 26 ปี ขับรถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ สีบรอนซ์-ดำ ทะเบียน ฆอ8452 กรุงเทพมหานคร เข้ามาเปิดใช้บริการห้องพักของโรงแรม โดยมีลักษณะลุกลี้ลุกลน หลังพนักงานโรงแรมเปิดห้องให้ก็ไล่ให้พนักงานออกจากห้องไปอย่างเร่งรีบ และหลังจากนั้นไม่นานก็รีบเดินออกจากห้องพัก โดยเร่งเดินไปขึ้นรถแท็กซี่ ทั้งที่รถยนต์คันที่ขับเข้ามายังจอดอยู่ที่หน้าห้อง พนักงานโรงแรมซึ่งผ่านมาเห็นเหตุการณ์สังเกตเห็นเหตุคราบเลือดบนเสื้อผ้าของชายรายนี้ จึงเรียกเพื่อนพนักงานด้วยกันให้ช่วยควบคุมตัวชายคนนี้ไว้ พร้อมกับแจ้ง ร.ต.ท.สายยนต์ ทองทา ร้อยเวร สภ.บางกรวย (ยศและตำแหน่งขณะนั้น) เข้าตรวจสอบห้องพักแห่งนี้ เพราะสงสัยว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น
 
                      หลังจากนั้นไม่นาน ตำรวจ สภ.บางกรวย ก็เข้าตรวจสอบโรงแรมม่านรูดแห่งนี้ พบว่ามีหญิงสาวถูกฆ่าตายภายในห้องพัก 406 จึงประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐาน และแพทย์นิติเวช ตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานจากที่เกิดเหตุมัดตัวคนร้าย
 
                      ร่างของผู้ตายนอนหงายอยู่กับพื้นห้องน้ำ สวมกางเกงขาสั้นสีเทา สวมเสื้อสีชมพู มีบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมเข้าที่ลำคอด้านขวาเป็นแผลฉกรรจ์ ส่วนรถยนต์ซึ่งจอดอยู่ที่หน้าห้องพักบริเวณประตูด้านซ้าย เบาะนั่งด้านซ้าย รวมถึงคอนโทรลหน้าด้านซ้าย และบริเวณพื้นปูนหน้าห้องพัก มีรอยเลือดเปื้อนเยอะมาก เช่นเดียวกับที่บริเวณเบาะหลังรถ เมื่อตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบภายในรถยนต์คันดังกล่าวพบเอกสารระบุชื่อผู้ตาย อายุเพียง 23 ปี เป็นชาว จ.หนองบัวลำภู และอดีตผู้สมัครคัดเลือกพรีเซ็นเตอร์ชาพร้อมดื่มยี่ห้อดัง
 
                      แพทย์ชันสูตรพลิกศพในเบื้องต้น ก่อนจะส่งไปชันสูตรอย่างละเอียดและสรุปสาเหตุการตายว่า เกิดจากเส้นเลือดใหญ่บริเวณลำคอฉีกขาด เสียเลือดมาก จากการถูกแทงด้วยของแข็ง และไม่พบร่องรอยถูกข่มขืน
 
                      ตำรวจพิสูจน์หลักฐานเก็บตัวอย่างคราบเลือดดังกล่าวไปตรวจดีเอ็นเอ และตรวจหาลายนิ้วมือแฝงเพื่อใช้เป็นหลักฐานมัดตัวคนร้าย ส่วนคนร้ายซึ่งพนักงานโรงแรมควบคุมไว้พบมีคราบเลือดเปรอะเปื้อนเสื้อผ้า จึงเก็บคราบเลือดไว้ตรวจดีเอ็นเอเทียบเคียงกับดีเอ็นเอของผู้ตาย 
 
                      "เมื่อผมโบกรถให้เขาขับเข้าไปจอดที่หน้าห้องเกิดเหตุแล้ว เห็นเขาอุ้มผู้หญิงเข้าไปในห้อง โดยยังติดเครื่องรถยนต์ไว้ ก่อนที่เขาจะกลับออกมานอกห้องเห็นเอาผ้ามาเช็ดอะไรสักอย่างตรงพื้น ด้วยความสงสัยจึงรีบเข้าไปดู เห็นเสื้อผ้าที่เขาสวมอยู่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด เขารีบเดินหนีไป ผมเข้าไปดูในห้องพบหญิงสาวนอนอยู่กับพื้นห้องน้ำ ที่ลำคอมีเลือดเปรอะ ผมจึงเรียกให้เพื่อนพนักงานช่วยกันจับตัวเขาไว้" พนักงานโรงแรมให้การต่อตำรวจ ในฐานะประจักษ์พยาน
 
                      หลังรับส่งมอบตัวคนร้ายจากพนักงานโรงแรม ตำรวจได้นำตัวไปสอบสวน ทราบว่า ชายคนนี้คือ นายทัศไนย แสงศรี อายุ 26 ปี เป็นชาว จ.นครสวรรค์ ซึ่งสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือสังหารเหยื่อสาวรายนี้ด้วยมือของตัวเอง เพราะต้องการชิงทรัพย์
 
                      "นั่งรถมาจากบางพลี เพื่อจะหาเหยื่อจี้ชิงทรัพย์ เพราะต้องการเงินใช้ จึงตัดสินใจมาดักรอเหยื่อภายในลานจอดรถห้างโลตัส สาขาลาดพร้าว ขณะที่เหยื่อเดินมาเปิดรถยนต์ จึงตรงเข้าใช้มีดจี้ลำคอเพื่อชิงทรัพย์ แต่เหยื่อขัดขืนและแย่งมีด จึงแทงเข้าที่ลำคอ 1 แผล ผลักให้เหยื่อไปนั่งด้านข้างคนขับ โดยปรับเอนเบาะลงไปด้านหลังจนชิดเบาะด้านหลัง เพื่อตบตาให้ดูเหมือนว่าเหยื่อนอนหลับ แล้วจึงเข้าไปแทนที่ที่เบาะนั่งคนขับ และขับรถมุ่งหน้าไปยังโรงแรมม่านรูดเพื่อปลดทรัพย์และทิ้งศพไว้ที่นั้น" นายทัศไนย สารภาพต่อตำรวจ 
 
                      ด้านตำรวจพิสูจน์หลักฐานได้เก็บลายนิ้วมือของนายทัศไนย เพื่อใช้ตรวจเทียบกับลายนิ้วมือแฝงที่เก็บได้ภายในรถยนต์ รวมถึงเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอไว้เพื่อเทียบเคียงกับดีเอ็นเอที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุ ซึ่งปรากฏว่าลายนิ้วมือดังกล่าวตรงกันกับลายนิ้วมือแฝงที่เก็บได้จากพวงมาลัยรถ รวมถึงอีกหลายจุดบนรถยนต์คันเกิดเหตุ ซึ่งนั่นกลายเป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ใช้สำหรับมัดตัวคนร้ายรายนี้ เช่นเดียวกันกับคราบเลือดที่เปื้อนเสื้อของนายทัศไนย เมื่อผ่านกระบวนการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์แล้ว พบว่าดีเอ็นเอตรงกันกับของผู้ตาย จึงมั่นใจว่า นายทัศไนยเป็นผู้ลงมือสังหารผู้ตายแน่
 
                      ตำรวจขยายผลทราบว่า ผู้ตายทำงานอยู่ภายในซอยลาดพร้าว 80 มีบ้านพักอยู่ที่ย่านถนนสุขาภิบาล 3 หลังเลิกงานได้แวะซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ โดยนำรถยนต์คันเกิดเหตุไปจอดที่ห้างโลตัส ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เพื่อสะดวกในการกลับรถ เมื่อซื้อของเสร็จผู้ตายได้เดินกลับมาที่ลานจอดรถ จังหวะที่กำลังเปิดประตูรถคนร้ายรายนี้ได้บุกประชิดเพื่อลงมือชิงทรัพย์หวังหาเงินไปใช้หนี้ค่างวดรถจักรยานยนต์ที่ติดค้างบริษัทไฟแนนซ์อยู่ 3 งวด
 
                      นายทัศไนย อาศัยจังหวะที่ผู้ตายเปิดประตูเข้าไปนั่งบนเบาะคนขับ กระชากประตูหลังรถด้านขวาแล้วเข้าไปนั่งที่เบาะหลังใช้มีดจี้ที่ลำคอผู้ตาย แต่ผู้ตายขัดขืนจึงใช้มีดแทงเข้าที่ลำคอจนผู้ตายล้มฟุบ แล้วนำร่างออกจากเบาะคนขับ ก่อนจะขึ้นนั่งแทนที่ขับไปยังโรงแรมม่านรูดที่เคยไปใช้บริการก่อนหน้านั้น
 
                      คนร้ายรับสารภาพว่า เจตนาจะนำศพไปทิ้งไว้ที่นั้น โดยจะรื้อค้นเอาทรัพย์สินก่อนหลบหนี แต่พนักงานโรงแรมเห็นถึงความผิดปกติเสียก่อน จึงต้องหนีขึ้นรถแท็กซี่ แต่ไม่รอดถูกพนักงานโรงแรมรวบตัวเอาไว้ได้ ซึ่งมีดที่ใช้ก่อเหตุนั้น ตำรวจตรวจพบตกอยู่บนรถแท็กซี่คันที่นายทัศไนยพยายามใช้เป็นพาหนะหลบหนี เมื่อตรวจหาลายนิ้วมือแฝงบนมีดด้ามนี้ พบว่าตรงกันกับลายนิ้วมือของนายทัศไนย 
 
                      คราบเลือด ลายนิ้วมือแฝง มีด ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุคือวัตถุพยาน เป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เมื่อนำไปประกอบกับคำให้การของประจักษ์พยานคือพนักงานโรงแรม รวมถึงคำรับสารภาพของคนร้ายเอง ทำให้ฆาตกรรายนี้ดิ้นไม่หลุด
 
 
 
 
 
 
------------------------
 
(คราบเลือดเปื้อนตัว มัดฆาตกรฆ่าชิงทรัพย์ : คลี่ปมปริศนา CSI THAILAND : โดย...ทีมข่าวอาชญากรรม)