ข่าว

'พระสุเทพ'รับบิณฑบาต-ปัจจัยบวชกปปส.

'พระสุเทพ'รับบิณฑบาต-ปัจจัยบวชกปปส.

22 พ.ย. 2557

'พระสุเทพ' รับบิณฑบาต-ปัจจัย เตรียมบวชให้รุ่นที่ 2 จำนวน 140 รูป ขณะที่ 'กปปส.' อัดรัฐแก้ปัญหาราคายางพาราผิด

�
� � � � � � � � � � � 22 พ.ย. 57 �เมื่อเวลา 06.30 น. ที่บริเวณถนนหน้าเมือง ตั้งแต่สี่แยกโรงแรมแกรนด์ซิตี้ เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ไปจนถึงหน้าตลาดสดเทศบาลนครสุราษฎร์ธานีภายหลังจากฝนหยุดตก พระสุเทพ ปภากโร นำคณะสงฆ์ที่ได้บวชปฏิบัติธรรมเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 87 พรรษา 5 ธันวาคม 2557 จากวัดธารน้ำไหล หรือสวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 136 รูป เดินทางมารับบิณฑบาต ในตัวเมืองสุราษฎร์ธานี โดยมีนายธีระกิจ หวังมุทิตากุล นายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี นำประชาชนนับพันคนในเขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ร่วมกันทำบุญตักบาตร แม้ว่าในช่วงเช้าฝนจะตกลงมาอย่างหนักก็ตาม
�
� � � � � � � � � � � โดยระหว่างที่พระสุเทพ รับบิณฑบาต ได้ให้ศีลให้พร ขอให้มีสุขภาพแข็งแรง นอกจากนี้ประชาชนยังได้บริจาคปัจจัย เพื่อใช้ในการบรรพชาอุปสมบทแก่ กปปส.รุ่นที่ 2 ณ สวนโมกขพลาราม ในวันที่ 29-30 พฤศจิกายนนี้ จำนวน 140 รูป ซึ่งในการอุปสมบท รุ่นที่ 2 มีรายงานว่า นายธานี เทือกสุบรรณ น้องชายพระสุเทพ และอดีต ส.ส.พรรค ปชป.พร้อมอดีตแกนนำ กปปส.จะร่วมอุปสมบทด้วย
�
�
�
'กปปส.' อัดรัฐแก้ปัญหาราคายางพาราผิด
�
�
� � � � � � � � � � � นายถาวร เสนเนียม แกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ปัญหาปากท้องประชาชนของรัฐบาล ว่า ขณะนี้ปัญหาสินค้าการเกษตร โดยเฉพาะยางพารา กิโลกรัมละประมาณ 43 บาท และข้าวเกวียนละประมาณ 6 พันบาท โดยเกษตรกรสวนยางพารา มีทั้งหมดทั่วประเทศประมาณ 20 ล้านไร่ ประมาณ 3-4 ล้านครอบครัว ซึ่งการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลในขณะนี้ ที่ระบายยางพาราออกจากสต็อก 2 แสนตันนั้น เป็นการดำเนินการที่ผิด และยางพาราดังกล่าวไม่ได้เสื่อมสภาพ แต่เป็นยางพาราผิดรูปเท่านั้น จึงต้องฝากนายอำนวย ปะติเส รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งให้เร่งแก้ปัญหา ซึ่งการเข้ามาแก้ไขปัญหาที่เป็นเรื่องยาก ดังนั้นจึงต้องคิดแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาวให้จบ โดยระยะสั้นอย่าใช้วิธีการแทรกแซงยางพาราที่อยู่ในสต็อก ห้ามนำออกมาขายโดยเด็ดขาด
�
� � � � � � � � � � � นายถาวร กล่าวว่า การแก้ปัญหาระยะยาว ต้องจับมือไตรภาคี 3 ประเทศให้เหนียวแน่น โดยต้องคิดว่ายางพาราที่ผลิตอยู่ในโลกนี้ไทยผลิตได้มากสุด ประมาณ 4 ล้านตัน และต้องดึงนักลงทุนมาไว้ในไทย โดยการให้สิทธิพิเศษเรื่องภาษี และลดขั้นตอน ปัญหาก็จะจบ ซึ่งตอนนี้ที่นักลงทุนย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศ เพราะว่าเขาให้สิทธิพิเศษมากกว่าไทย ทั้งนี้เชื่อว่าเมื่อแก้ไขปัญหา จะทำให้มีการจ้างงาน มีการไหลเวียนของเงิน รวมทั้งการขายวัตถุดิบอยู่ในประเทศ ลดค่าขนส่ง ทำให้ราคายางพาราสูงขึ้น อย่างไรก็ตามหากมีความจริงใจ จะแก้ปัญหาได้ ส่วนเรื่องข้าวนั้น รัฐบาลเดินมาถูกทางแล้ว แต่ช่วยเหลือชาวนาน้อยเกินไป อยากให้ช่วยมากกว่านี้ การชดเชยราคาที่จำเป็น คือ การประกันราคา ชาวนาจะอยู่ได้เมื่อข้าวเกวียนละ 9 พันบาท ถ้าวันนี้ขายได้เกวียนละ 6 พันบาท เหลืออีก 3 พันบาท ก็ต้องชดเชยชาวนา และต้องกำหนดฤดูการผลิตให้ชัดเจนด้วย
�
�
�
�
�
�
�