
สนช.รับหลักการก.ม.เก็บภาษีดารา
สนช.รับหลักการก.ม.เก็บภาษีดารา
21พ.ย.2557 ที่ประชุม สนช. มีมติเสียงข้างมาก 167 ต่อ 2 คะแนน รับหลักการในวาระที่ 1 ของร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร พร้อมกับให้คณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลังของ สนช.พิจารณาในรายละเอียดต่อไป ทั้งนี้ ร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้มีสาระสำคัญ คือ การยกเลิกข้อยกเว้นที่ให้ไม่ต้องนำส่วนแบ่งกำไรจากห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้
นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง กล่าวถึงสาเหตุที่ต้องให้คณะรัฐมนตรีเสนอกฎหมายฉบับนี้ ว่า เนื่องจากบทบัญญัติภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราก้าวหน้า จึงทำให้บุคคลจำนวนมากมีการวางแผนภาษี โดยการจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลเพื่อกระจายรายได้ เพื่อทำให้ฐานภาษีต่ำลง และมีผลให้บุคคลดังกล่าวเสียภาษีเงินได้ในอัตราต่ำกว่าที่ควรจะเป็น ดังนั้น ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะเป็นการขจัดปัญหาดังกล่าวและให้คณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคลและห้างหุ้นส่วนสามัญจะต้องรับภาระภาษีตามจำนวนเงินได้ที่ควรจะเป็น
"หลักการของกฎหมายนี้เป็นการอุดช่องโหว่ของกฎหมายที่บุคคล เช่น นักแสดง หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่เวลาได้รายได้มาจะไปตั้งเป็นคณะบุคคลขึ้นมาหลายคณะ ซึ่งจะเป็นการกระจายรายได้เพื่อให้ฐานภาษีต่ำลงเหลือเสียภาษีเพียง 10% ถึง 15% จากที่ควรจะต้องเสียภาษี 20% ถึง 30% เท่านั้น โดยจากการประเมินแล้ว ถ้ามีการแก้กฎหมายฉบับนี้และประกาศใช้ได้ทันตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 จะทำให้ปีภาษี 2558 สามารถเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นประมาณ 9,000 ล้านบาท" รมว.คลัง กล่าว
กมธ.ยกร่างกางปฏิทินเวทีรับฟังความเห็นปชช.
นางถวิลวดี บุรีกุล กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ การมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เปิดเผยถึงตารางกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นของอนุกรรมาธิการว่า 1.เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นด้วยกระบวนการประชาเสวนา ในประเด็นที่ควรพิจารณาในการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยจัดร่วมกับสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และหน่วยงานเครือข่าย ช่วงเดือนธันวาคม 2557-กุมภาพันธ์ 2558 โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นประชาชนที่มาจากการสุ่มตัวอย่างตามความน่าจะเป็น ประมาณ 160 คน และประชาชนกลุ่มเฉพาะ เช่น กลุ่มความเห็นทางการเมือง เยาวชน ประมาณ 40 คน ซึ่งจะลงพื้นที่ใน 10 แห่ง คือ ภาคอีสาน 3 พื้นที่, ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคละ 2 พื้นที่ และภาคตะวันออก 1 พื้นที่
2.เปิดเวทีรับฟังความเห็นจากประชาชนที่สนใจและเกี่ยวข้องเฉพาะประเด็น เช่น การเลือกตั้ง, สิทธิเสรีภาพ, ทรัพยากร ช่วงเดือนธันวาคม 2557-มีนาคม 2558 โดยเวทีดังกล่าวจะเกิดขึ้น 10 เวที ตามพื้นที่ที่เกี่ยวข้องและมีความน่าสนใจ โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมจำนวน 50-100 คน 3.เปิดเวทีรับฟังความเห็นจากกลุ่มเฉพาะ เช่น เยาวชน ซึ่งจัดโดย สปช. ช่วงเดือนธันวาคม 2557-พฤษภาคม 2558 คาดว่าจะจัดตามภาค จำนวน 10 ครั้ง ครั้งละ 50 คน 4.เปิดเวทีรับฟังความเห็นตามความสนใจของประชาชน ซึ่งเป็นเวทีของประชาชนภาคส่วนต่างๆ และสปช.ไปรับฟังความเห็น ช่วงเดือนธันวาคม 2557-สิงหาคม 2558
5.ลงพื้นที่สำรวจความเห็นประชาชนในประเด็นเฉพาะด้วยแบบสอบถามร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ ช่วงเดือนธันวาคม 2557-มิถุนายน 2558 โดยกลุ่มเป้าหมายจะมาจากการสุ่มตามความน่าจะเป็น จำนวน 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกเป็นแบบเฉพาะ และครั้งที่สองเป็นประเด็นในการร่างรัฐธรรมนูญ โดยจัดขึ้นทั่วประเทศ ส่วนเวทีต่างๆ จะเริ่มขึ้นในวันที่ใดที่ชัดเจนนั้นทางอนุกรรมาธิการจะมีการประชุมเพื่อวางแผนกันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า
ป.ป.ช.ถอดถอน268ส.ส.ได้ก่อนปีใหม่
นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความคืบหน้าในการไต่สวนกรณีถอดถอน 268 ส.ส.แก้รัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว. ว่า ที่เหลืออยู่ 200 กว่าคนนั้น มีการแยกประเด็นเพื่อไต่สวนและวินิจฉัยเป็นกลุ่มๆ ในลักษณะเดียวกันกับที่ไต่สวน ส.ว.ที่ผ่านมา โดยมีการแจ้งข้อกล่าวหาและแก้ข้อกล่าวหาไปจำนวนมากแล้ว คาดว่าใช้เวลาอีกไม่นานคงจะสามารถสรุปเพื่อรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ได้ภายในเดือนธันวาคม ก่อนปีใหม่นี้แน่นอน



