
ญี่ปุ่นหนุนไทยต้นแบบ 'ฮาลาลโมเดล'
23 พ.ย. 2557
คุยนอกกรอบ : ญี่ปุ่นหนุนไทยต้นแบบ 'ฮาลาลโมเดล' : โดย...สินีพร มฤคพิทักษ์
ไม่บ่อยนักที่จะได้ยินว่าประเทศญี่ปุ่นขอให้ไทยเป็น “ต้นแบบ”
ทว่า รศ.ดร.ปกรณ์ ปรียากร ผู้อำนวยการ สถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย (สมฮท.) กลับมีคำบอกเล่าชวนให้ชื่นใจว่าในการประชุม Japan Halal Summit ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยหน่วยงาน Halal Development Foundation Japan Incorporation ร่วมกับ Halal Development Council (HDC) ระหว่างวันที่ 3-6 สิงหาคม 2557 มีข้อสรุปว่าจะใช้ประเทศไทยเป็นโมเดลในการพัฒนากิจการฮาลาล เนื่องจากเป็นเจ้าภาพจัดงานโอลิมปิกปี 2563 และต้องทำครัวให้แก่นักกีฬามุสลิมจำนวนประมาณร้อยละ 70
ในช่วงสรุปผลการประชุม ผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการฮาลาลที่มาร่วมประชุม มีฉันทามติว่าในการพัฒนากิจการฮาลาลของประเทศญี่ปุ่นนั้น ให้ภาครัฐและภาคเอกชนญี่ปุ่นใช้แนวทางการบริหารกิจการฮาลาลของประเทศไทยเป็นตัวแบบ ในฐานะที่ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศที่มีระบบ จัดระเบียบ วางกระบวนการในการทำงานที่สอดประสานกันระหว่างการประยุกต์หลักการศาสนาควบคู่ไปกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์ฮาลาล (ข้อมูลจาก http://www.halal.or.th)
เหตุผลที่เลือกไทยเป็นโมเดล เพราะไทยไม่ใช่ประเทศมุสลิม (ญี่ปุ่นมีมุสลิม 1 แสนคน) และมีตรรกะเชิงวิทยาศาสตร์
นิยามของไทยแลนด์โมเดลคือ ประเทศต้นแบบที่มีการพิสูจน์ว่า ไม่ได้ทำแบบไฟไหม้ฟาง แต่ทำต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน ก่อนเข้าสู่ระบบมาตรฐานฮาลาลในปี 2540
“รัฐบาลตั้งสถาบันมาตรฐานฮาลาลปี 2546 และตัวมาตรฐานฮาลาลโลกออกมาช่วงปี 2540 ปี 2546 ตั้งศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์ฮาลาล เราดำเนินการฝึกอบรม ให้ความรู้ผู้ประกอบการ และรับรองตามลำดับ ที่ญี่ปุ่นคุ้นชินกับการรับรองมาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรม เกษตรกรรม แต่ยังไม่ชินกับอุตสาหกรรมฮาลาล เขาก็เลยเลือกประเทศที่ศึกษาได้ทะลุปรุโปร่ง หากไปมาเลเซีย อินโดนีเซีย อาจไม่ได้รับความร่วมมือ เพราะทำในเชิงธุรกิจ แต่บ้านเราทำเชิงวิชาการที่สนับสนุน เวลานี้เราลงนามรับรองกับองค์กรที่ส่งเสริมพัฒนามาตรฐานฮาลาลในญี่ปุ่น และจะเริ่มส่งคนไปอบรมให้ตั้งแต่ปีใหม่ เป็นอินเทนซีฟ เทรนนิ่ง ให้เขาดูทุกขั้นตอนการทำงาน บางส่วนเขาต้องส่งคนมาดูที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล...
“เราส่งคนไปเพราะญี่ปุ่นไม่มีผู้เชี่ยวชาญในประเทศ ต้องเริ่มจากการอบรมสร้างผู้เชี่ยวชาญให้ และไปอบรมให้เขาดูเป็นตัวอย่าง...วันนั้นที่ประชุม รมว.เกษตรฯ ญี่ปุ่นประกาศเลย นโยบายท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายต้องทำให้ได้...คนญี่ปุ่นจะทำอะไรต้องได้มาตรฐาน ก็เลือกประเทศที่โดดเด่นด้านนั้น เขาให้เกียรติทุกประเทศ ญี่ปุ่นเวลามาไทยก็ให้เกียรติไทย”
สถานะขณะนี้คือมีการลงนามความร่วมมือแล้ว โดยเริ่มดำเนินการปี 2558 คาดว่าใช้เวลา 3 ปีสำหรับการเตรียมความพร้อม
หลักการเบื้องต้นคือ 1.ให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนามาตรฐานของฮาลาลญี่ปุ่น 2.พัฒนาคนทำหน้าที่ตรวจรับรอง 3.สนับสนุนนักวิทยาศาสตร์ฮาลาล ญี่ปุ่นส่งคนมาเทรนในไทย 4.มีหน่วยคอนแท็คพอยต์ เป็นแมเนจเมนท์ คลินิก ที่โตเกียวประสานกับสถานทูตไทย สำนักงานสาขาโอซากา และองค์กรมุสลิมในพื้นที่
ระยะสุดท้ายคือญี่ปุ่นได้รับการยอมรับมาตรฐานฮาลาลจากสากล เราอาจต้องไปช่วยเขาจัดตั้งครัวฮาลาลในโอลิมปิก เพราะเราเคยทำของเอเชี่ยนเกมส์
ครัวฮาลาลมีแนวโน้มเริ่มใช้ในการแข่งโอลิมปิกที่ลอนดอน ครั้งต่อไปคือบราซิลในปี 2016 ก่อนหน้านั้นทดลองใช้ในการแข่งฟุตบอลโลก เหตุที่ต้องเป็นครัวฮาลาลเพราะสัดส่วนนักกีฬาเป็นมุสลิมครึ่งต่อครึ่ง บางช่วงมากกว่าครึ่ง หากทำสองครัวจะทำให้ต้นทุนสูง ทำครัวเดียวทุกคนกินได้หมด ตัดเมนูหมูออก และทำให้ถูกต้องตามหลักการฮาลาล
“ญี่ปุ่นตื่นตัวเรื่องฮาลาลมาก เพราะปี ค.ศ.2020 ต้องจัดโอลิมปิกสากล ครัวเลี้ยงนักกีฬาต้องเป็นฮาลาล คือนักกีฬาจากทั่วโลกส่วนหนึ่งเป็นมุสลิม” ในการประชุมเจแปน ฮาลาล ดร.วินัย ดะห์ลัน ได้เสนอเปเปอร์ ญี่ปุ่นบอกว่าจะทำตามแบบไทย...”
การอบรมในเรื่องดังกล่าว รศ.ดร.ปกรณ์ บอกว่าไทยไม่คิดค่าตัว โดยญี่ปุ่นรับผิดชอบค่าเดินทางและอื่นๆ
“เรื่องนี้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาแต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องคิดค่าใช้จ่าย ปัญญาของมนุษย์มันแชร์กันได้ เราไม่ทำแบบฝรั่ง เราเป็นองค์กรวิชาการไม่ได้ทำเพื่อหากำไร สิ่งที่เราได้คือประเทศได้ นับเป็นมูลค่าไม่ได้ พวกผมมีเงินเดือนทำงานอยู่แล้ว ค่าตอบแทนเรื่องค่าเดินทาง เบี้ยเลี้ยง ญี่ปุ่นจ่ายอยู่แล้ว...
โดยหน่วยงานเจ้าภาพในไทย ประกอบด้วย สมฮท. ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย
งานใหญ่อีกงาน ซึ่งจะจัดขึ้นปลายเดือนธันวาคมนี้คือ Thailand Halal Assembly
“เราครีเอทขึ้นมา ไทยไม่มีการจัดงานฮาลาลโดยเฉพาะ งานนี้จัดระหว่างวันที่ 28-30 ธันวาคม 2557 เราเชิญองค์การมาตรฐานและตรวจรับรองมาตรฐาน จากต่างประเทศทั่วโลกมาประชุมกัน เป็นวิชาการมาก ในงานเดียวกันเราก็จัดวิทยาศาสตร์ฮาลาลนำสู่อุตสาหกรรมและธุรกิจ ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า HASIB เป็นงานประชุมวิทยาศาสตร์ฮาลาล ที่จะนำมาสู่การประยุกต์ใช้ทางธุรกิจและอุตสาหกรรม ประชุมเป็นครั้งที่ 7 แล้ว นั่นเป็นส่วนที่สอง”
ส่วนที่ 3 คือจัดอบรมให้ผู้ประกอบการไทยเรื่องฮาลาลแบรนดิ้ง เพื่อผลักดันธุรกิจตัวเองสู่ตลาดโลก ใช้ผู้เชี่ยวชาญจากอังกฤษที่เป็นนักวิชาการด้านฮาลาลแบรนดิ้ง ส่วนที่ 4 คือไทยแลนด์ ฮาลาล เอ็กซ์โป 2014 จัดแสดงสินค้าฮาลาล 250 บูธ เป็นของต่างประเทศ 80 บูธ, ไทย 120-170 บูธ ส่วนหนึ่งให้แก่ธุรกิจเอสเอ็มอี
งานดังกล่าวจัดในนามรัฐบาล ซึ่งจะประชาสัมพันธ์เปิดตัว “ไทยแลนด์ ไดมอนด์ ฮาลาล”
“เป็นภาษาการตลาด เพราะไดมอนด์หรือเพชรมีแวลูสูง ส่วนด้านที่มองไม่เห็นคือการเจียระไนจากสิ่งธรรมดาไปสู่ความเป็นเพชร เป็นการเจียระไนโดยรัฐบาล ผู้ประกอบการ องค์กรศาสนา และประชาชนคนไทยทุกคน”
ฮาลาลไทยอยู่ในขั้นไหน?
“เราเป็นเพชร ต่างชาติเขาพูดอยู่แล้ว เวลาไปประชุมต่างประเทศ เขาบอกไม่คิดเลยว่าประเทศไทยซึ่งไม่ใช่ประเทศมุสลิม จะมีผลิตภัณฑ์มากเหลือเกินเวลาตรวจสอบแล้วได้มาตรฐานจริงๆ”
---------------------------
แบรนด์ใหญ่ของเศรษฐกิจโลก
ต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) โดยกองพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขา 2 ร่วมมือกับ บริษัท มาย เอาท์เล็ต พีทีอี จำกัด ผู้จัดจำหน่ายและนำเข้าผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลจากประเทศสิงคโปร์และจีน จัดกิจกรรมพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมฮาลาลให้แก่ผู้ประกอบการไทย ในหัวข้อ "พัฒนาศักยภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล" พร้อมจับคู่ธุรกิจ ภายใต้โครงการพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปและฮาลาล โดยนำร่องพัฒนาผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในธุรกิจอุตสาหกรรมฮาลาลเบื้องต้น จำนวน 150 ราย
อาทิตย์ วุฒิคะโร อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารและการแปรรูปอาหารของไทยมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างมาก และอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมอาหารไทยที่สำคัญ มีปริมาณการส่งออกไปยังประเทศกลุ่มมุสลิม (Organization of Islamic Cooperation : OIC) กว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ประเทศที่มีการส่งออกอาหารฮาลาลไปยังกลุ่มประเทศมุสลิมและมีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด ได้แก่ บราซิล (สัดส่วนร้อยละ 12.39) รองลงมาคือ สหรัฐอเมริกา (ร้อยละ 7.92) อินเดีย (ร้อยละ 6.63) ฝรั่งเศส (ร้อยละ 5.58) จีน (ร้อยละ 5.58) โดยประเทศไทยมีส่วนแบ่งตลาดเป็นลำดับที่ 6 (ร้อยละ 4.37) (ที่มา : กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์)
อุตสาหกรรมอาหารฮาลาลของไทยยังมีโอกาสดีในตลาดโลก ซึ่งขนาดของตลาดอาหารฮาลาลโลกมีมูลค่า 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 7.4 ต่อปี โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 (มกราคม-มิถุนายน) มีมูลค่าการส่งออกอาหารฮาลาลอยู่ที่ 2,980.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 4.15 แต่คาดว่าภายในปี 2558 ไทยจะสามารถกระตุ้นยอดการส่งออกอาหารฮาลาลเพิ่มขึ้นได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 8 ต่อปี
ทั้งนี้ กลุ่มอาหารฮาลาลของไทยที่มีโอกาสเติบโต อาทิ ข้าวและน้ำตาลทราย ผักและผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็ง อาหารพร้อมปรุงหรือสำเร็จรูป รวมถึงอาหารฮาลาลอินทรีย์ ฯลฯ โดยปัจจุบัน ตลาดมุสลิมเป็นตลาดใหญ่ด้วยประชากรชาวมุสลิมกว่า 1,600 ล้านคนทั่วโลก เฉพาะในอาเซียนมีถึง 300 ล้านคน รัฐบาลจึงเน้นพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลเพื่อการส่งออก โดยมุ่งพัฒนาด้านการผลิต การตลาด ตลอดจนการขอรับมาตรฐานเพื่อให้เป็นที่น่าเชื่อถือและยอมรับของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ
---------------------------
(คุยนอกกรอบ : ญี่ปุ่นหนุนไทยต้นแบบ 'ฮาลาลโมเดล' : โดย...สินีพร มฤคพิทักษ์)



