ข่าว

ป.ป.ช.เห็นชอบอสส.ส่งฟ้องคดีไร่ส้ม

ป.ป.ช.เห็นชอบอสส.ส่งฟ้องคดีไร่ส้ม

21 พ.ย. 2557

'สรรเสริญ' เผยที่ประชุมคณะทำงานร่วม ผู้แทน ป.ป.ช.มีมติเห็นชอบตาม อสส.ส่งฟ้องคดีไร่ส้ม

 
                              21 พ.ย. 57  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการประชุมคณะทำงานร่วม ป.ป.ช.กับอัยการสูงสุด กรณีบริษัทไร่ส้ม เมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา ว่า ในที่ประชุมคณะทำงานร่วม ทางผู้แทน ป.ป.ช.ได้มีมติเห็นชอบตามที่ทางอัยการสูงสุดเห็นชอบที่จะส่งฟ้องในคดีนี้เอง
 
                              ทั้งนี้เมื่อวันที่ 12 พ.ย. นายวันชัย รุจนวงศ์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด และนางสันทนี ดิษยบุตร รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกันแถลงถึงความคืบหน้าการพิจารณาพยานหลักฐานของคณะทำงานร่วมระหว่างสำนักงานอัยการสูงสุด กับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คดีที่นางพิชชาภา หรือชนาภา เอี่ยมสะอาด หรือ บุญโต เจ้าหน้าที่ธุรการระดับ 5 สำนักกลยุทธ์การตลาด บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) , นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมการผู้จัดการบริษัทไร่ส้ม จำกัด , บริษัทไร่ส้ม จำกัด และ น.ส.มณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่ บจก.ไร่ส้ม ผู้ถูกกล่าวหา ตามความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดพนักงานในองค์การ หรือหน่วยงานรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 6 , 8 , 11 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และ 91 กรณีนายสรยุทธ กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม กระทำการโฆษณาเกินเวลา ขณะจัดทำรายการ "คุยคุ้ยข่าว" ออกอากาศสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท ระหว่างปี 2548 - 2549 โดยไม่ชำระค่าโฆษณาเกินเวลาให้กับ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) รวมทั้งสิ้น 138,790,000 บาท
 
                              โดยนายวันชัย รุจนวงศ์ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า คดีดังกล่าวหลังจากอัยการสูงสุด ได้รับสำนวน ป.ป.ช. ที่ชี้มูลความผิดแล้ว ต่อมาวันที่ 5 ก.ย. 56 อัยการสูงสุด ได้แจ้งข้อไม่สมบูรณ์ เพื่อให้คณะทำงานอัยการ และ ป.ป.ช. ร่วมกันรวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์และได้ข้อยุตินั้น ขณะนี้คณะทำงานผู้แทนทั้งฝ่ายอัยการ และ ป.ป.ช.รวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว ซึ่งเสนออัยการสูงสุดแล้วเห็นว่า คดีมีพยานหลักฐานฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 4 ราย ได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหา จึงจะมอบให้คณะทำงานผู้แทนของอัยการสูงสุด นำความเห็นไปประชุมร่วมกับคณะทำงาน ป.ป.ช.อีกครั้งก่อน เพื่อให้ได้ข้อยุติในการดำเนินการฟ้องคดีต่อไปโดยเร็ว และเมื่อจะมีการฟ้องคดี สำนักงานอัยการสูงสุด ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนโดยมอบให้อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 2 รับผิดชอบต่อไป
 
                              สำหรับอัตราโทษความผิดดังกล่าว นางสันทนี ดิษยบุตร รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดพนักงานในองค์การ ฯ มาตรา 6 ฐาน พนักงานเรียกรับสินบน ระวางโทษจำคุก 5-20 ปี หรือตลอดชีวิต หรือประหารชีวิต และปรับตั้งแต่ 2,000 - 40,000 บาท , มาตรา 8 ฐาน เป็นพนักงานใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต โทษจำคุก 5-20 ปี หรือตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 2,000 - 40,000 บาท และมาตรา 11 ฐานพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จำคุก 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000 - 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนนายสรยุทธ เมื่อไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งถูกกล่าวหาฐานร่วมสนับสนุนเจ้าหน้าที่กระทำผิดนั้น หากพบว่ากระทำผิดจริง ก็ต้องรับโทษ 2 ใน 3 ของความผิดดังกล่าว
 
                              ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับกรณีดังกล่าวสืบเนื่องจาก ป.ป.ช. ได้มีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 55 ชี้มูลความผิด นางพิชชาภา เอี่ยมสะอาด เจ้าหน้าที่ธุรการระดับ 5 สำนักกลยุทธ์การตลาด บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) มีมูลความผิดทางวินัยร้ายแรง และมีมูลความผิดทางอาญา และนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม และ น.ส.มณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่บริษัท ไร่ส้ม จำกัด (ในฐานะส่วนตัว) และบริษัท ไร่ส้ม จำกัด (ในฐานะนิติบุคคล) มีมูลความผิดทางอาญา ฐานสนับสนุนพนักงานกระทำความผิด