
'ปรีชา'เน้นพูดคุยทำความเข้าใจกลุ่มต้าน!
21 พ.ย. 2557
'ปรีชา' ย้ำ จนท.เน้นพูดคุย ทำความเข้าใจ ปรับทัศนคติ ปชช.แสดงเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐบาล 'บิ๊กป๊อก' ขอเวลา-โอกาสทำงานแก้ปัญหาชาติ
21 พ.ย. 57 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานในการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก เพื่อติดตามสถานการณ์ในภาพรวมของประเทศ โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
หลังจากนั้น พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พล.อ.ปรีชา ได้เน้นย้ำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายหลังจากที่เกิดกรณีที่มีกลุ่มนักศึกษาแสดงเชิงสัญลักษณ์ "ไม่เอารัฐประหาร" ในขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กำลังกล่าวปราศรัยกับประชาชนในขณะลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจตรวจเยี่ยมภัยแล้ง ที่ จ.ขอนแก่น รวมถึงกรณีที่นักศึกษาหญิงแสดงสัญลักษณ์ ชู 3 นิ้ว ภายหลังจากชมภาพยนตร์ ว่า การแก้ไขปัญหา ยังคงเน้นการพูดคุย ปรับทัศนคติ โดยไม่จำเป็นต้องเรียกไปอบรมในค่ายทหาร
นอกจากนี้ พล.อ.ปรีชา ได้กำชับกำลังพลที่ลงไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ให้ได้อย่างทันท่วงที พร้อมให้ระมัดระวังดูแลความปลอดภัยของตัวเองเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้น เช่น ไฟดูด สัตว์มีพิษ
ผบ.ตร.เน้นพูดคุยกลุ่มต้านรัฐประหาร
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงมาตรการดูแลกลุ่มบุคคล ที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหารในช่วงนี้ ว่า ในส่วนของตำรวจ คงใช้นโยบายเดิมที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบ (คสช.) รวมทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ได้มอบไว้ โดยให้ตำรวจและฝ่ายทหารร่วมกันดูแล ไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่ง หลีกเลี่ยงการใช้กำลัง เน้นการทำความเข้าใจ หากพบก็จะมีการเชิญตัวมาทำความเข้าใจ ปรับทัศนคติ ทั้งนี้ จะเห็นว่าที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี ก็ย้ำเสมอว่า ไม่ถือโทษ และพร้อมทำความเข้าใจ จึงฝากถึงพี่น้องประชาชน รวมทั้งนิสิตนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหว อยากให้คิดไตร่ตรองให้ดี ทำอะไรก็อยากให้คิดให้ดีเสียก่อน ถ้าไปทำผิดกฎหมาย ถูกดำเนินคดี แล้วมีประวัติติดตัว ตัวท่านเอง อาจจะต้องเสียใจภายหลัง แต่คนที่จะต้องเสียใจมากกว่าคือพ่อแม่ อย่างไรก็ตาม หากกรณีแบบนี้เกิดขึ้นเรื่อยๆ หรือมากขึ้น ตำรวจอาจจำเป็นต้องดำเนินคดี แต่ตอนนี้เราใช้วิธีการพูดคุยกันก่อน เพราะเราเป็นคนไทยด้วยกันน่าจะพูดคุยกันได้
"ไม่อยากให้ทำอะไรด้วยความคึกคะนอง สนุกสนาน หรือเพื่อนฝูงพาไป เพราะขณะนี้บ้านเมืองอยู่ในภาวะที่ต่างชาติให้ความเชื่อถือ ประชาชนก็มีความศรัทธาในรัฐบาล ผมอยากให้ประเทศชาติอยู่ในภาวะแบบนี้ ถ้ามีความวุ่นวายเกิดขึ้น นักลงทุนไม่มาลงทุน นักท่องเที่ยวไม่มาเที่ยว เศรษฐกิจทรุด ตอนนี้ถ้าถามคนที่ประกอบธุรกิจ เขาบอกว่าธุรกิจกำลังไปได้ดี เศรษฐกิจกำลังเริ่มดีขึ้น ผมไม่อยากให้กลับไปสู่แบบเดิม ผมเชื่อว่าประชาชนก็เฝ้าดูอยู่ ไม่เช่นนั้น ผลโพลล์ที่ออกมาสนับสนุนรัฐบาลไม่มากขนาดนี้ เพราะเขามองว่า หากประเทศเราเป็นแบบนี้ เราสามารถเดินหน้าไปได้ นายกฯ เองก็เดินทางไปต่างประเทศ ไปทำความเข้าใจกับชาวต่างชาติ ว่า เพราะเหตุใดต้องมี คสช. เพราะเราปล่อยให้คนไทยทะเลาะกันต่อไปไม่ได้ อย่างที่เราเห็น มีการชุมนุมของฝ่ายนั้น ฝ่ายนี้ มีการซ่องสุม มีการเตรียมอาวุธทำร้ายประหัตประหารกัน ท่านรอวันนั้นที่คนไทยฆ่ากันไม่ได้ ผมก็ไม่อยากให้มีวันนั้น คิดว่าคนไทยคงเข้าใจ ผมคิดว่าคนไทย 76 ล้านคน มีคนมาแสดงออกไม่กี่สิบคน มันไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่คิดกันให้ดีนะว่า สิ่งที่ท่านทำถ้าเกิดมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง มันจะเป็นผลเสียต่อตัวท่านเอง ครอบครัวท่าน พ่อแม่พี่น้องท่านจะต้องเสียใจ"
ผู้สื่อข่าวถามว่า จากข้อมูลด้านการข่าวแนวโน้มการเคลื่อนไหวจะเพิ่มมากขึ้น หรือขยายวงกว้างออกไปหรือไม่ พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ด้านการข่าวเราเฝ้าติดตามหาข่าวตลอดเวลา มีมาตรการที่จะดูแลตรงนี้อยู่แล้ว ตำรวจทหารก็มีความร่วมมือในการดูแลเป็นอย่างดี มีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน ทั้งนี้ ตนอยากฝากว่า ถ้าคนส่วนน้อยคิดถึงคนส่วนใหญ่ คิดถึงประเทศชาติ คิดถึงความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้น ก็ลองประเมินกันว่า คนไทยอยากให้เป็นแบบไหน เมื่อถามว่า มีการตรวจสอบหรือไม่ว่า มีใครอยู่เบื้องหลัง พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ตรงนี้เราติดตามอยู่ แต่เราก็ไม่มองอะไรไปในแง่ร้ายทุกเรื่อง แต่เราก็ไม่ประมาท มีการตรวจสอบหาข้อมูลอยู่ตลอด
ต่อข้อถามว่า ในฐานะที่เป็นหนึ่งในสมาชิก คสช. เห็นว่ากฎอัยการศึกยังคงมีความจำเป็นหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ชี้แจงไปแล้ว ตนไม่สามารถตอบคำถามดังกล่าวแทนหัวหน้า คสช.ได้
'บิ๊กป๊อก' ขอเวลา-ให้โอกาสรัฐบาลเร่งทำงานแก้ปัญหาชาติ
ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงโอกาสเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ จากกรณีกลุ่มต่อต้านการรัฐประหารว่า ถามว่า ไม่อยากให้เกิดเป็นประเด็นของความแตกแยก หรือความไม่เรียบร้อยนั้น ตนไม่อยากให้เกิดเป็นประเด็น อย่างที่เคยเรียนไปว่า เห็นต่างกันได้ แต่ถ้ามาแสดงออกในตอนนี้ ถ้าเกิดความขัดแย้งขึ้นมาใหม่ มันก็จะวนกลับไปสู่จุดเดิม
"เชื่อผมเถอะ ตอนนี้มันแย่ เศรษฐกิจก็แย่ ถ้ามันมีอะไรไม่เรียบร้อย มันกระเทือนหมด ทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ขณะนี้เขาอยากเร่งทำงานในทุกๆ เรื่อง ทาง สนช.ก็ต้องเร่ง กฎหมายที่ล้าสมัยต่างๆ ก็ต้องเร่ง ทางรัฐบาลเองก็ต้องเร่ง งานที่เป็นปัญหาดั้งเดิมก็ต้องมาแก้ เพราะฉะนั้นโอกาสในการทำงาน 1 ปี มันไม่ได้มากมายอะไร ผมก็อยากให้มันอยู่ในบรรยากาศที่สามารถเร่งดำเนินงานได้" พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวและว่า ส่วนมาตรการการปลูกจิตสำนึก เพื่อไม่ให้เกิดพฤติกรรมต่อต้านนั้น คงจะพูดยาก เพราะประชาชนเขาก็ถือว่ามีสิทธิเสรีภาพ เราจะไปปิดกั้นก็คงจะไม่ได้ เพียงได้แต่ขอร้องว่า ให้เกิดความสงบเรียบร้อย เห็นต่างได้ แต่อย่าขัดแย้ง เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน และรัฐบาลนี้ไม่ใช่คู่ขัดแย้งของใคร เข้ามาเพื่อแก้ปัญหาที่มันค้างคาเท่านั้น ถือว่า ยังไม่ได้สะท้อนอะไรในเรื่องกลุ่มต้าน ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังอยากฝากให้รัฐบาลทำงานอยู่ เพื่อแก้ไขปัญหาที่สำคัญของชาติต่อไป
"ผมอยากขอร้องทุกฝ่ายน่ะ และเข้าใจในเรื่องของสิทธิเสรีภาพประชาชน แต่ว่า ถ้าทำแล้วมันบิดประเด็นนำไปสู่ความขัดแย้ง หรือไม่เรียบร้อย ก็คงต้องขอความร่วมมือ ขอเวลาซักหน่อยในการทำงาน เพื่อช่วยกันสร้างภาพไม่ให้เกิดความวุ่นวาย"
แจงหารือหัวหน้าส่วนราชการมี 'บิ๊กตู่' นั่งเป็นประธาน
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงการประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ มาเป็นประธานในการประชุม ว่า ในส่วนของมหาดไทยเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับปลัดกระทรวงมหาดไทยโดยตรง ก็คงจะพูดถึงการดำเนินงาน ที่ได้ปฏิบัติมาเป็นหลัก แต่จะให้โอกาสกระทรวงอื่นในฐานะที่เป็นเจ้าภาพหลัก อย่างไรก็ตามตนคงไม่ได้เข้าประชุมร่วมในงานครั้งนี้
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงมาตรการเตรียมรับมือภัยแล้งทางภาคอีสานว่า สำหรับการเตรียมการน่าจะพร้อมแล้ว ตนได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามอย่างใกล้ชิดให้มีความพร้อมอยู่ตลอด เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะทำให้ล่าช้าลงไปได้ รวมถึงต้องประสานกับทางจังหวัด ที่ใดมีปัญหาก็ต้องรีบแก้ไข
"เป็นความร่วมมือของทุกภาคส่วน เพราะว่า มันเยอะหน่วย และก็เราแบ่งพื้นที่กันว่า ตรงนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างมหาดไทย กับทางหน่วยทหาร ส่วนนี้เป็นของท้องถิ่น ก็แบ่งพื้นที่กันไป เพราะว่ามันกว้าง"



