
ชู'กองทัพสตรี'ปฏิรูปประเทศ
21 พ.ย. 2557
'หมอประเวศ' เรียกร้องร่างรธน.ลดความเหลื่อมล้ำหญิง-ชาย เพิ่มบทบาทสตรี หวังเห็นกองทัพสตรีเชื่อมโยงปฏิรูป 'ซูโม่ตู้' เสนอปฏิรูป ด้วยระบบพอเพียงธิปไตย-พอเพียงนิยม
21 พ.ย. 57 นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส กล่าวแสดงปาฐกถาเรื่อง “พลังสตรีกับรัฐธรรมนูญ” ใน “เวทีฟังเสียงผู้หญิง ก่อนร่างรัฐธรรมนูญ” ตอนหนึ่งว่า สังคมไทยติดอยู่กับการใช้สมองส่วนหลัง สมองที่นิยมความรุนแรง ขณะที่การเมืองก็เน้นการต่อสู้ทำลายกัน โดยไม่เอาความดี และไม่เอาความจริง จึงทำให้สังคมไม่พ้นวิกฤต ฉะนั้นการปฏิรูปประเทศไทย จึงต้องหันไปใช้สมองส่วนหนึ่ง ใช้ความอ่อนโยน ปกป้องคุ้มครอง ใช้ปัญญา ซึ่งความเป็นสตรี , ความเป็นแม่ เป็นขั้นพื้นฐานของการถอนตัวจากการใช้สมองส่วนหลังมาใช้ส่วนหน้าแทน เปลี่ยนวิธีคิดเชิงการใช้อำนาจ มาเป็นวิธีคิดเชิงเชื่อมโยง ให้เกิดความเข้มแข็งทางสังคม
นพ.ประเวศ กล่าวว่า ตนได้นำเสนอข้อเรียกร้องเกี่ยวกับเสียงผู้หญิงในร่างรัฐธรรมนูญไว้ 5 ข้อ คือ 1. เป็นรัฐธรรมนูญที่ลดความเหลื่อมล้ำ รวมถึงความเหลื่อมล้ำระหว่างหญิงชาย 2. กระจายอำนาจ ส่งเสริมความเข้มแข็งทางสังคม 3. เพิ่มบทบาทของสตรีในทางการเมือง ทั้งระดับ ส.ส. ส.ว. สมาชิกสภาท้องถิ่น รัฐมนตรี 4. ให้เครือข่ายสตรีมีบทบาทการปฏิรูปประเทศไทย เพื่อประชาธิปไตย เพื่อสันติภาพ 5. ให้มีองค์กรอิสระ หรือกองทุนส่งเสริมบทบาทสตรี
"ผมอยากเห็นกองทัพสตรีเชื่อมโยงการปฏิรูปการเมืองทั้งหมด เป็นพลังสตรีเพื่อสันติภาพ พลังสตรีเพื่อประชาธิปไตย ฯลฯ นี่เป็นสิ่งที่ผมอยากเห็นมานานแล้ว นอกจากนี้ผมมีข้อเสนอขอให้ใช้เครือข่ายสตรีในจังหวัด เข้าไปมีส่วนร่วม เป็นเครือข่ายการรับฟังความคิดเห็นระดับจังหวัด เพื่อรับฟังความคิดเห็นสู่การปฏิรูปด้วย ผมคิดว่าปัจจุบันต้องมีการปรับเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ คือ การลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน ซึ่งทุกฝ่ายต้องมีส่วนในการช่วยเหลือกัน"
นพ.ประเวศ กล่าวว่า การปฏิรูปประเทศไทยคราวนี้ คือ การปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ ต้องลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน เรื่องนี้คือจุดสำคัญของการปฏิรูปประเทศไทย ซึ่งผู้หญิงจะมีบทบาทสำคัญก็ต่อเมื่อ ผู้หญิงได้มีส่วนในเรื่องพัฒนากิจการบ้านเมือง เมื่อก่อนเราจะเห็นว่าผู้หญิงเป็นแม่บ้าน ส่วนผู้ชายมีหน้าที่พัฒนาประเทศ อย่างนั้นเป็นเรื่องของอำนาจแล้วก็ไม่สำเร็จ ถ้าเราปฏิรูปด้วยอำนาจสู้กัน หรือปฏิรูปด้วยปืน หรือความรุนแรง มันไม่สำเร็จอยู่แล้ว คราวนี้ต้องปฏิรูปด้วยความรัก คือ ความเป็นแม่ ความเป็นภริยา ความเป็นลูกสาว เพราะฉะนั้นถึงได้บอกว่า ผู้หญิงรวมตัวกันหมดทั้งประเทศ เป็นกองทัพสตรีเพื่อปฏิรูปประเทศไทย ก็จะเป็นกองทัพที่ใหญ่มาก แล้วใช้พลังของความปกป้องคุ้มครองต่างๆ จะเป็นพลังที่ใหญ่กว่ากองทัพทุกกองทัพรวมตัวกัน
'ซูโม่ตู้' เสนอปฏิรูปประเทศ ด้วยระบบพอเพียงธิปไตย-พอเพียงนิยม
ศูนย์รับฟังความคิดเห็น สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้สรุปข้อมูลสถิติการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ และการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ระหว่างวันที่ 17 - 20 พ.ย. 2557 ใน 8 ช่องทาง อาทิ ทางจดหมาย ที่ตู้ปณ.999 ปณฝ.รัฐสภา กรุงเทพฯ 10305 และไปรษณีย์ทั่วไป , จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (อีเมล) ที่ [email protected] , เฟซบุ๊กแฟนเพจ ชื่อ “ศูนย์รับฟังความเห็นสภาปฏิรูปแห่งชาติ” , เว็บไซต์ ที่ www.parliament.go.th/publicopinion พบว่า มีประชาชนมายื่นข้อเสนอแนะ และความเห็น เกี่ยวกับการปฏิรูป และการยกร่างรัฐธรรมนูญ รวมทั้งสิ้น 128 ความเห็น เกี่ยวกับการปฏิรูป จำนวน 114 ความเห็น และเกี่ยวกับการยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 14 ความเห็น ทั้งนี้ข้อเสนอแนะดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ศูนย์รับฟังความเห็น จะมีการรวบรวมและส่งต่อไปยังกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการเสนอความเห็นผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ ที่น่าสนใจ อาทิ นายจรัสพงษ์ สุรัสวดี หรือ ซูโม่ตู้ นักเขียนบท นักพูด และนักแสดง เสนอเกี่ยวกับการปกครอง โดยระบอบพอเพียงธิปไตย ได้แก่ 1. ผู้มีอำนาจมีเพียงหน้าที่ ไม่มีอำนาจ เพื่อป้องกันไม่ให้โกงกิน 2. ไม่บังคับให้สังกัดพรรค เหมือนกับ ส.ว. เพื่อป้องกันไม่ให้มีผลประโยชน์ของพรรคพวก 3. ไม่มีนายกรัฐมนตรี แต่ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ ไม่มีรัฐมนตรี แต่ให้มีคณะกรรมาธิการกระทรวงๆ ละ 20 คน ผ่านการแต่งตั้งโดยสภาผู้แทนราษฎร โดยมีประธานคณะกรรมาธิการกระทรวง ทำหน้าที่แทนรัฐมนตรีกระทรวง เพื่อควบคุม และรายงานความผิดของข้าราชการต่อสภาเท่านั้น โดยไม่มีอำนาจโยกย้าย แต่งตั้ง หรืออนุมัติงบประมาณ 5. ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ไม่มีนโยบาย แต่ใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติทำงาน 6. ให้เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง แต่หากพบการซื้อเสียงให้ตัดสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งตลอดชีวิต
นายจรัสพงษ์ เสนอต่อว่า ส่วนระบบเศรษฐกิจให้ใช้ระบบพอเพียงนิยม ด้วยวิธีไม่มีพ่อค้าคนกลาง ผู้ผลิตขายผ่านสหกรณ์ ขณะที่ผู้บริโภคซื้อสินค้าผ่านสหกรณ์ ในกรณีที่ผู้ผลิตดูแลกันเองไม่ได้ให้ไปตายซะ หรือกลับไปทาสนายทุนเหมือนเดิม ขณะที่งบประมาณท้องถิ่นต้องส่งตรงไปยัง อบต. ทั้งนี้มีเหตุผลประกอบเกี่ยวกับระบอบพอเพียงธิปไตยด้วยว่า เมื่อมีอำนาจแล้วต้องโกง จึงต้องยกเลิกอำนาจให้มีเพียงหน้าที่ ความเห็นต่างจนนำไปสู่การตีกัน ถ้ามีฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านในสภา จะมีความแตกแยกที่ลุกลามมานอกสภา ดังนั้นต้องไม่มีฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายค้านในสภา ให้มีเพียงฝ่ายประชาชน จับผิดราชการ ไม่ต้องแบ่งพวก ทหารก็ไม่ต้องปฏิวัติ



