ข่าว

หญิงไทยติดอันดับโลกเหยื่อความรุนแรง

หญิงไทยติดอันดับโลกเหยื่อความรุนแรง

21 พ.ย. 2557

สะท้อนวิกฤติสังคมไทย หญิงไทยติดอันดับโลกเหยื่อความรุนแรง : พรรณทิพา จิตราวุฒิพรรายงาน

                เดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นเดือนแห่งการรณรงค์ต่อต้านความรุนแรงต่อสตรี ซึ่งหลายหน่วยงานพยายามทำทุกทางเพื่อยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้น แต่ดูเหมือนว่าความพยายามเหล่านั้นยังคงไม่สัมฤทธิผล เพราะยังคงเกิดเหตุสตรีถูกกระทำความรุนแรงเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 87 รายต่อวัน โดยผู้กระทำส่วนใหญ่เป็นสามี คนในครอบครัว รวมถึงคู่รักในกลุ่มวัยรุ่น

                ล่าสุด เมื่อเร็วๆ นี้ เกิดกรณีหญิงสาวถูกแฟนหนุ่มซึ่งเป็นบุตรชายอดีตรัฐมนตรี ทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส จนมารดาของฝ่ายหญิงต้องแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาพยายามฆ่า สะท้อนให้เห็นเป็นอย่างดีว่า ปัญหาการกระทำความรุนแรงในผู้หญิงยังไม่มีทีท่าลดน้อยลง

                "อ้วน คเชนเชื้อ" หนึ่งในผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อทางอารมณ์ของสามีมานานกว่า 10 ปี โดยทุกครั้งที่สามีเมาสุรามักลงไม้ลงมือทำร้ายเธอ หลายครั้งแทบเอาชีวิตไม่รอด สร้างความบอบช้ำทั้งทางร่างกายและจิตใจให้แก่เธอจนคิดที่จะเลิกรากัน แต่ต้องจำทนเพราะสงสารลูก

                "อยู่กินกันมาหลายสิบปี แรกเริ่มเขาไม่เป็นเช่นนี้ แต่พอมีลูก 2 คน ก็เปลี่ยนไป ดื่มเหล้ากับเพื่อนเมาแทบทุกวัน พอกลับมาบ้านก็ชวนทะเลาะลงมือทุบตี บางครั้งนอนหลับอยู่เขาก็เอาเหล็กแหลมๆ มาแทง ดีที่ลูกช่วยห้าม ไม่งั้นคงเอาชีวิตไม่รอด" เหยื่อความรุนแรงของสามี เล่าประสบการณ์เลวร้าย  

                ความทุกข์ร้อนของ "อ้วน" ไม่แตกต่างจาก "สมใจ นุชสายสวาท" ซึ่งประสบอยู่ในชะตากรรมเดียวกัน โดยสมใจมักตกเป็นเหยื่อความรุนแรงของสามีมานานกว่า 10 ปี เช่นกัน โดยมักถูกสามีทำร้าย ซึ่งก็ต้องก้มหน้าทนเพราะถูกปลูกฝังมาจากพ่อแม่ ให้เป็น "ช้างเท้าหลัง" ต้องเชื่อฟังสามี 

                "พ่อแม่สอนมาให้ผู้หญิงรักสามี เชื่อฟังสามีห้ามขัดขืนหรือนอกใจ ไม่ว่าสามีจะทำอะไรก็ตาม ทำให้เราต้องเชื่อฟัง แม้กระทั่งสามีทำร้ายร่างกายเรา เราก็ต้องยอม ซึ่งเราก็ยอมมาโดยตลอดกระทั่งสามีเสียชีวิตเพราะเมาสุราแล้วประสบอุบัติเหตุ ทำให้หลุดพ้นภาวะเลวร้ายในชีวิตครอบครัวมาตั้งแต่นั้น" นางสมใจ เปิดเผย

                เหตุรุนแรงซึ่งมีผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยนายจะเด็จ เชาวน์วิไล ผู้อำนวยการมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ระบุว่า จากการติดตามสถานการณ์การก่อเหตุรุนแรงในผู้หญิง พบว่า ผู้ที่ลงมือก่อเหตุส่วนใหญ่จะเป็นคนในครอบครัว โดยเฉพาะสามีหรือคนรัก และระยะหลังพบว่าวัยหนุ่มสาวจะมีสถิติการเกิดเหตุเพิ่มสูงขึ้น โดยเมื่อปี 2555 มีผู้หญิงถูกกระทำความรุนแรงกว่า 2 หมื่นราย ส่วนในปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเป็น 31,966 ราย ซึ่งหากคำนวณแล้วพบว่า จะมีการกระทำรุนแรงเฉลี่ยวันละ 87 ราย และยังพบว่า คดีฆ่ากันในครอบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยในปี 2554 มีผู้เสียชีวิต 174 คน ปีถัดมาพุ่งเป็น 186 คน 

                "การทำรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกปี ไม่ว่าจะสามีทำร้ายภรรยา หรือภรรยากลัวจนต้องป้องกันตัวเอง โดยการทำร้ายหรือฆ่าสามีก่อน หรือลูกฆ่าพ่อ พ่อฆ่าลูก สาเหตุส่วนหนึ่งเพราะทัศนคติที่คิดว่าผู้ชายต้องเป็นใหญ่ จึงทำให้ผู้หญิงไม่กล้า ซึ่งต้องปรับทัศนคติกันใหม่ โดยเน้นไปที่กลุ่มเยาวชน เพื่อปลูกฝังไม่ให้ทำร้ายผู้หญิง" นายจะเด็จ กล่าว

                ด้าน พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ทางกฎหมาย ผู้ถูกกระทำและผู้พบเห็นเหตุการณ์ต้องแจ้งตำรวจ เพื่อยุติความรุนแรง อย่าคิดว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัว ขณะเดียวกันครอบครัวก็ต้องร่วมมือกันปรับความเข้าใจ เพื่อลดความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น

                "สำนักงานตำรวจแห่งชาติพิทักษ์เด็กสตรี เพื่อป้องกันเหตุความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น เป็นการเฉพาะ หากใครพบเห็นการกระทำความรุนแรงสามารถโทรศัพท์ แจ้งได้ที่เบอร์ 191, 1599, 1300 หลังรับแจ้งตำรวจจะไประงับเหตุทันที และพร้อมที่จะบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้กระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว แต่การบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียวคงเป็นเรื่องยากที่จะแก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวได้ สมาชิกของครอบครัวเองต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา ไม่กระทำความรุนแรงระหว่างกัน" รอง ผบ.ตร. กล่าว

                รอบปีที่ผ่านมา หน่วยงานสตรีขององค์กรสหประชาชาติ (UN Women) รายงานว่า เด็กและสตรีในไทยมีแนวโน้มถูกกระทำรุนแรงสูงขึ้น โดยส่วนใหญ่ผู้กระทำและผู้ถูกกระทำคือคู่สามี-ภรรยา หรือคู่รัก โดยไทยถูกจัดให้อยู่ในลำดับที่ 36 จาก 75 ประเทศ ที่มีปัญหาการกระทำรุนแรงทางกายมากที่สุด และอยู่ในลำดับที่ 7 จาก 71 ประเทศ ที่มีการกระทำรุนแรงทางเพศมากที่สุด