
ความรับผิดชอบนักการเมือง
ความรับผิดชอบนักการเมือง : คอลัมน์ คิดข้ามขั้ว โดยไพศาล สังโวลี
เชื่อว่า วันนี้หลายคนเริ่มรู้สึกแล้วว่า "ความรับผิดชอบทางการเมือง" เป็นเรื่องสำคัญของ "นักการเมือง" เป็นเสมือน "ความดีงาม" เป็นเสมือน "จริยธรรม" ที่พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ผู้หลักผู้ใหญ่ สั่งสอนลูกหลาน ลูกศิษย์ลูกหา คนรุ่นหลัง ให้อยู่ในกรอบอันดีของประเพณีวัฒนธรรม
แน่นอน, ถ้ามองในมุมของกระบวนการควบคุมทางสังคม เรื่องนี้ถือเป็น "เรื่องใหญ่" เป็นเรื่องที่สังคมยอมไม่ได้ และต้อง "ประณาม" ให้เกรงกลัวไม่กล้าทำอีก หรือให้เป็น "บทเรียน" ของคนที่จะทำต่อไป ถ้าร้ายแรงอาจถึงขั้นอยู่ในสังคมไม่ได้ด้วยซ้ำ
นี่ยังไม่พูดถึงความผิดต่อกฎหมาย!
แต่ปัญหาของการเมืองไทย ไม่ว่า จะเป็นความรับผิดชอบในทางสังคม ความรู้สึกผิด รู้สึกอาย รู้สึกตัวว่าทำในสิ่งไม่ดี และไม่กล้าสู้หน้าทางสังคม ไม่เคยเกิดขึ้น จึงไม่เคยเห็นรัฐมนตรี ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่ทำผิดคดีฉ้อโกง หรือทุจริตคอร์รัปชั่น "ฆ่าตัวตาย" เหมือนในต่างประเทศ โดยมีใครก็ไม่รู้กล่าวให้ท้ายเอาไว้ด้วย ว่า "คนไทยลืมง่าย"
ความจริงในทางสังคม "ความรับผิดชอบ" ของ "นักการเมือง" น่าจะใหญ่กว่า ทางกฎหมายด้วยซ้ำ
แน่นอน, ด้านหนึ่งเป็นการส่งสัญญาณไปถึงการปฏิรูปการเมือง และการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวร
ท่ามกลางในทางกฎหมาย กำลังรอการพิสูจน์อีกครั้ง หลังจากที่ผ่านมา น้อยนักที่จะเอาผิด หรือ สาวถึงนักการเมืองใหญ่ ผู้กุมบังเหียนนโยบายที่เอื้อให้เกิดการคอร์รัปชั่น และต้องรับผิดชอบต่อนโยบายที่ผิดพลาด ส่วนใหญ่ที่ถูกจับ และต้องรับโทษแทน ก็คือ เหล่าประดาข้าราชการ ปลาซิวปลาสร้อย "ตัดตอน" อยู่แค่นั้น
โดยในวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้ ที่ประชุม สนช. (สภานิติบัญญัติแห่งชาติ) จะมีการพิจารณาเรื่องถอดถอน สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และ นิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา ที่ถูก ป.ป.ช.(คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) ไต่สวน และชี้มูลความผิด ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มา ส.ว.โดยมิชอบ และขัดรัฐธรรมนูญ
อย่าลืมว่า ผลพวงจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มา ส.ว.มิชอบ ยังเป็นเหตุผลหนึ่งของความขัดแย้งบานปลายก่อนที่จะมีการรัฐประหารด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ในวันที่ 28 พฤศจิกายน ก็ยังจะมีการพิจารณา "ถอดถอน" ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดในการปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และสร้างความเสียหายต่องบประมาณแผ่นดินอย่างมาก นัดแรก เพื่อกำหนดวันแถลงเปิดคดี
โดยเฉพาะ "ยิ่งลักษณ์" ไม่เพียง ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ ด้วยคะแนน 7 เสียง ในความผิดที่ต้องรับผิดชอบต่อนโยบายที่ผิดพลาดตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ ในความผิดเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน ตาม พ.ร.บ.ระเบียบการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 11 ซึ่งตามกฎหมาย ป.ป.ช.ต้องถูกส่งเรื่องให้วุฒิสภา (สนช.ทำหน้าที่แทนวุฒิสภา, สภาผู้แทนฯ และรัฐสภา) ถอดถอนออกจากตำแหน่ง ส่วนจะถอดถอนได้หรือไม่ อยู่ที่ สนช. เพราะต้องใช้เสียงถึง 3 ใน 5 หรือ 132 เสียง
และเวลานี้ ความเสียหาย ที่ไม่รวมถึงการทุจริตหรือไม่อย่างไร ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของ ป.ป.ช. รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ก็แถลงปิดบัญชี (13 พ.ย.) ออกมาแล้วว่า โครงการรับจำนำข้าว ในรัฐบาล “ยิ่งลักษณ์” ขาดทุนถึง 5.18 แสนล้านบาท
แต่ยังไม่เคยเห็นความรับผิดชอบ ไม่เคยเห็นความรู้สึกผิด นอกจากการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด และป้ายความผิดว่า ถูกกลั่นแกล้งจากฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะที่ร่วมอยู่ในอำนาจ "คสช."
และไม่ว่า ผลจากการดำเนินการถอดถอนจะออกมาอย่างไร "บทเรียน" ที่นักการเมือง "ไม่มีความรับผิดชอบ" น่าจะเป็นเรื่องใหญ่ของการปฏิรูปประเทศ เพราะนี่คือต้นเหตุของการทุจริตคอร์รัปชั่น อย่างไม่ต้องสงสัย หรือว่าไม่จริง



