ข่าว

'ชู3นิ้ว'เห็นต่าง!ต้องคุยให้เข้าใจ

'ชู3นิ้ว'เห็นต่าง!ต้องคุยให้เข้าใจ

20 พ.ย. 2557

'บิ๊กป๊อก' ชี้ 'ชู 3 นิ้ว' เห็นต่าง เรื่องปกติ ต้องพูดคุยให้เข้าใจ 'ประวิตร' ไม่กังวลกลุ่มต้าน เชื่อสถานการณ์ไม่บานปลาย

 
                              20 พ.ย. 57  ที่กระทรวงมหาดไทย  พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึง กรณีที่มีคนเห็นต่าง จะเป็นอุปสรรค หรือมีผลต่อการลงพื้นที่อื่นๆ ในครั้งต่อไปหรือไม่ ยืนยันว่า คงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ทุกคนเห็นเหมือนกันหมด เพราะฉะนั้นการเห็นต่างจึงเป็นเรื่องปกติ การแสดงออกเล็กน้อย ก็อย่าไปถือสา เราก็จะพูดให้เขาเข้าใจ เพราะเราอยู่ร่วมกัน ไม่น่าจะมีผล ไปพื้นที่ไหนก็จะมีคนเห็นต่าง พูดง่ายๆ ร้อยคนก็เห็นไม่เหมือนกันทั้งร้อยคน แต่หน้าที่เราต้องสร้างความเข้าใจว่าเราทำหน้าที่อะไรอยู่ เช่น ทำไปด้วยความมุ่งมั่นเพื่อจะให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจที่ดี โดยไม่ได้ทำด้วยอคติ ตอนนี้ประเทศชาติจะต้องเดินตามโรดแม็พเท่านั้น การเลือกตั้งก็เกิดไม่ได้ เพราะยังไม่มีกฎหมาย ต้องรอให้คณะกรรมาธิการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญก่อน เสร็จแล้วจึงค่อยมาทำกฎหมายลูก จึงจะสามารถจัดให้มีการเลือกตั้งได้ 
 
                              เมื่อถามว่า คนที่เห็นต่างจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะมีการแสดงออกอย่างไรถึงจะยอมรับได้ เพราะการชู 3 นิ้ว ก็ยังไม่สามารถทำได้ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่ได้เกี่ยวกับการชู 3 นิ้ว นักข่าวไปลงกันเอง นัยที่เกิดขึ้น คือ นายกฯ ไปพบกับประชาชน ซึ่งประชาชนก็เรียบร้อยกันหมดทุกส่วน การมีคนเข้ามา จะให้ทำอย่างไร นอกจากการเอาตัวออกไป 
 
                              "ท่านต้องเข้าใจว่า เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะไปยืนจุดไหน ถ้ายอมส่วนนี้ อีกสีก็จะออกมา จะทำอย่างไร ก็ต้องพยายามที่จะเข้าใจว่า ขณะนี้รัฐบาลไม่ใช่คู่ขัดแย้ง มันมีปัญหากันทั้งประเทศ อย่างที่รู้ดีอยู่ ซึ่งทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไม่ได้ เราก็เข้ามาเพื่อหยุดปัญหาเหล่านั้น โดยใน 1 ปี รัฐบาลพยายามจะเขียนรัฐธรรมนูญให้เสร็จ และแก้ไขปัญหาที่คั่งค้างให้เรียบร้อยเท่าที่ทำได้ แล้วให้คนใหม่มาว่ากัน คนเห็นต่างก็เห็นไป เราก็พยายามอธิบายว่าเราทำอะไรได้บ้าง คงแค่เรียกมาพูดคุย"
 
 
 
'นายกฯ' พอใจแก้ภัยแล้ง  
 
 
                              พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงการประเมินการลงพื้นที่ในเรื่องภัยแล้ง และตรวจเยี่ยมศูนย์ดำรงธรรม ว่า ตนคิดว่าออกมาดี เมื่อวานนี้ ได้พบกับคนในพื้นที่ ประเด็นในเรื่องการเตรียมการป้องกันภัยแล้งเห็นชัดว่า ทุกฝ่ายได้ร่วมมือกัน นายกรัฐมนตรี ก็พึงพอใจในการเตรียมการ สถานการณ์ภัยแล้งจะค่อยเป็นไปทีละพื้นที่ ไม่ได้แล้งพร้อมกันหมด 
 
                              สำหรับเรื่องศูนย์ดำรงธรรม โดยหลักการทำงานจะต้องมีการพัฒนาตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหา การเชื่อมโยงข้อมูลปัญหาให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องที่ได้ย้ำไปเมื่อวาน คือ เรื่องความสะดวก และสิ่งสำคัญคือต้องแก้ปัญหา พร้อมกับมีคำตอบให้กับประชาชนให้ได้ ดังนั้นการเชื่อมต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีการตอบสนองต่อการแก้ปัญหาร่วมกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องมาร่วมมือกับเราให้มากขึ้น เพราะการที่จะให้มีคนเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลาในศูนย์ดำรงธรรมคงเป็นไปไม่ได้ 
 
                              ผู้สื่อข่าวถามว่า การหารือข้อราชการวันนี้ พอใจการทำงานของข้าราชการกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ตนค่อนข้างพอใจ เข้าใจว่าเรื่องบางเรื่องก็ไม่สามารถเร่งการทำงานได้ เช่น เรื่องผังเมือง ซึ่งก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ แต่ติดที่เงื่อนไขเวลาว่าไม่สามารถทำเร็วกว่านี้ เพราะต้องทำตามขั้นตอน ตนคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอุปสรรค อยากจะใช้เวลา 1 ปีที่มีทำให้เกิดผลที่สุด เงื่อนไขเวลาทำให้เราต้องเร่งในทุกเรื่อง บางเรื่องที่หนักใจซึ่งมักจะเป็นความซับซ้อนของปัญหา เช่น เรื่องขยะ ซึ่งยากที่จะแก้ปัญหาโดยหน่วยงานเดียว 
 
                              เมื่อถามว่า หลังจากลงพื้นที่ครั้งนี้แล้วกระทรวงมหาดไทยเตรียมจะให้นายกฯ ลงไปดูแลความเรียบร้อยที่ไหนอีกบ้าง พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีบอกว่าคงจะไปเหนือ แต่โดยสรุปคงจะไปทั่วประเทศ จะเป็นช่วงใดต้องดูอีกครั้ง 
 
 
 
ย้ำ 'กรมที่ดิน' ห้ามโกง สั่งฟื้นฟูภาพลักษณ์ 
 
 
                              พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวถึงกรณีงานวิจัยเรื่องคอร์รัปชั่นในระบบราชการของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่ระบุว่า กรมที่ดิน เป็นหน่วยงานที่มีการเรียกสินบนจากประชาชนมากที่สุด ว่า ตอนตนเข้ามารับตำแหน่งใหม่ก็เคยคุยเรื่องนี้กับอธิบดี และได้ขีดเส้นใต้ไว้ว่าต้องไม่มีการทุจริต หรือพูดง่ายๆ คือ ไม่มีการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ส่วนที่เป็นเรื่องเก่าก็ว่ากันไปตามกฎหมาย 
 
                              "เรื่องที่สั่งการอธิบดีกรมที่ดินไปในวันนี้ คือ ทำอย่างไรให้ประชาชนเชื่อมั่น ไปสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ตัวเองให้ได้ ว่าเราทำไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมตามกฎหมาย และต้องตอบสนองให้ประชาชนพึงพอใจ สร้างความเชื่อมั่นให้เกิดกับสังคม ตนมั่นใจว่าเมื่อเราได้พูดคุยกับข้าราชการกรมที่ดิน คงจะเกิดความเข้าใจว่า อย่าได้มีเรื่องความไม่โปร่งใส เพราะปัญหาของกรมที่ดินมีผลต่อไปอีก เอกสารที่ออกโดยมิชอบพอเพิกถอนออกมาจะมีปัญหาทางกฎหมายตามมา" 
 
 
 
 
'ประวิตร' ไม่กังวลกลุ่มต้าน เชื่อสถานการณ์ไม่บานปลาย  
 
 
                              เมื่อเวลา 15.40 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ถึงกรณีมีกลุ่มต่อต้านแสดงสัญลักษณ์ด้วยการชูสามนิ้ว ในระหว่างที่นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น ว่า กรณีดังกล่าวตนไม่มีความหนักใจ พร้อมกับย้ำว่า จะไม่มีความบานปลาย ท่านนายกฯ ตอบหมดแล้ว ถามซ้ำทำไม ท่านนายกฯ พูดแล้วจบ ท่านบอกหมดแล้ว ไม่มีเรื่องอะไรแล้ว 
 
                              เมื่อถามว่า งานด้านการข่าวมีการประเมินกรณีกลุ่มต่อต้านหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี ตนมั่นใจ และประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจว่าขณะนี้ คสช.และรัฐบาล ทำอะไรอยู่ และต้องการความปรองดอง ไม่ต้องการความแตกแยก ตนบอกแล้ว คิดได้ แต่อย่าแสดงออก ขอเวลา คสช.ลองร้องเพลง คืนความสุข ขอเวลา 1 ปี ซึ่งไม่นาน และหลังจาก สปช.ปฏิรูปสำเร็จแล้ว ก็เดินหน้าไปเลือกตั้งก็จบ
 
                              "ผมว่านักข่าวไปคิดมาก คุณน่ะกำลังจะทำลายบรรยากาศ"
 
                              ส่วนการลงพื้นที่ครั้งต่อไปของนายกรัฐมนตรี นั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังคงมี และลงไปได้ทุกพื้นที่ ท่านนายกฯ ไม่ได้มีความขัดแย้งกับใคร ท่านนายกฯ มาทำเพื่อประชาชนคนไทย และคณะ คสช.และ ครม.ทั้งหมด ก็มาทำให้กับประเทศชาติ ตนไม่เห็นว่ามีตรงไหนที่เข้ามาทำลาย ทำทุกอย่างด้วยความโปร่งใส ชัดเจน
 
                              เมื่อถามว่า ในการประชุมร่วม 5 ฝ่าย ที่บ้านเกษะโกมล มีการหารือ และสนับสนุนให้มีการทำประชามตินั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเรื่องของ สปช.ตนเป็น ครม. ซึ่งยังไม่ทราบรายละเอียด หากจะทำประชามติก็ได้ว่าทุกคนมีความเห็นอย่างไร แต่รัฐธรรมนูญไม่ได้บอกไว้ว่าต้องทำ ส่วนเรื่องนี้จะตกลงกันอย่างไรก็เป็นเรื่องของข้อตกลงว่าจะดำเนินการอย่างไร ต้องไปถามนายบวรศักดิ์ 
 
                              ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนตัวเห็นด้วยหรือไม่ว่าจะต้องทำประชามติ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนทำตามรัฐธรรมนูญ ตนไม่มีความเห็น ตนอยู่ภายใต้กฎหมาย และภายใต้รัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น ถ้าทุกคนมีความเห็นกันก็คงไม่ต้องทำอะไร ส่วนจะทำอย่างไร หรือจะมีข้อตกลงที่นอกเหนือจากรัฐธรรมนูญ ก็ว่ากันไป
 
                              เมื่อถามว่า มาตรการรักษาความปลอดภัยนายกฯ จะมีการเพิ่มความเข้มข้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีความเข้มข้นอะไรเพิ่มเติม อย่างนี้ดีแล้ว