
ชูวิทย์โผล่มอบตะเกียงบวรศักดิ์-ประยุทธ์
20 พ.ย. 2557
มาตุภูมิ ส่งตัวแทนเสนอความเห็นกมธ.ยกร่างฯ ยึดเสรีภาพ-เสมอภาค-เป็นธรรม-ตรวจสอบได้ ด้าน ชูวิทย์ ปัดให้ความเห็นแต่นำตะเกียงส่องทางมามอบให้ บวรศักดิ์-ประยุทธ์
20 พ.ย.57 ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มี นพ.กระแส ชนะวงศ์ รองประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม มีวาระรับฟังความเห็นของตัวแทนจากพรรคมาตุภูมิ ประเด็นจะยกร่างรัฐธรรมเพื่อให้สังคมไทยมีอนาคตที่ดีเพื่อส่งมอบให้ลูกหลายได้อย่างไร โดยทางพรรคได้ส่ง ท.พ.อุดมศักดิ์ ศรีสุทิวา เลขาธิการพรรค และ พล.ต.วีระศักดิ์ นาทะสิริ รองเลขาธิการพรรคมาตุภูมิ เข้าร่วม
ซึ่ง ท.พ.อุดมศักดิ์ ได้นำเสนอกรอบความเห็นเบื้องต้นว่า การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องมีเป้าหมายที่ทำให้การปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมีความเหมาะสมกับสังคมไทยโดยคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค ความเป็นธรรม และตรวจสอบการใช้อำนาจได้ โดยในเป้าหมายของการสร้างระบบปกครองที่เหมาะสมกับสังคมไทยนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องยกร่างรัฐธรรมนูญเรียกความเชื่อมั่นและศรัทธาของประชาชนกลับคืนมาให้ได้ ขณะที่ความเสมอภาคนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องให้ประชาชนทุกคนมีโอกาสเข้าถึงทรัพยากรที่เท่าเทียม รวมถึงการสร้างความยึดโยงภาคประชาชนกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้มากที่สุด
“ประเด็นสำคัญคือการสร้างความสมดุลให้กับอำนาจรัฐ ทั้งประเด็นการปกครอง การเมืองและภาคประชาชน” ท.พ.อุดมศักดิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเชิญพรรคการเมืองมาแสดงความเห็นในวันที่ 20 พ.ย.นั้น ตามกำหนดเดิมได้เชิญพรรครักประเทศไทยเข้าร่วมด้วย แต่ได้รับการปฏิเสธจากนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย โดยทำหนังสือมาแจ้งอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา 11.00 น. นายชูวิทย์ได้เดินทางมาที่รัฐสภา พร้อมตะเกียงส่องทางที่เตรียมนำมามอบให้กับนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ และคณะกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จากนั้นได้แถลงข่าวกับสื่อมวลชน ว่า เหตุผลที่ตนไม่เข้าร่วมแสดงความเห็นดังกล่าว เพราะไม่เชื่อว่าการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเป็นฉบับที่ถาวร เพราะอนาคตรัฐธรรมนูญจะต้องถูกฉีกทิ้งอีกแน่นอน ดังนั้นตนจึงนำตะเกียงส่องทางมามอบให้นายบวรศักดิ์และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นสัญลักษณ์ที่ระบุถึงการสร้างความสว่างให้กับประเทศ โดยหลังจากที่รัฐธรรมนูญยกร่างเสร็จและประกาศใช้ ตนพร้อมจะลงสู่สนามการเมืองเช่นเดิม ทั้งนี้ตนขอมอบฉายาให้กับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วยว่าเป็นฉบับของคนหน้าขาวฟันเหยิน



