ข่าว

ตร.ปัดบกพร่องทำ2ฝรั่งหนี

ตร.ปัดบกพร่องทำ2ฝรั่งหนี

20 พ.ย. 2557

ผบก.น.5 ยัน ตำรวจไม่มีอำนาจจับ 2 ฝรั่ง คดีชิ้นส่วนมนุษย์

 
                              20 พ.ย. 57  ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 (บก.น.5)  พล.ต.ต.ชวลิต ประสพศิลป ผบก.น.5 เปิดเผยถึงกรณีสองนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติขโมยชิ้นส่วนมนุษย์ ที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์โรงพยาบาลศิริราช ก่อนเตรียมจัดส่งไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า เบื้องต้นมีข้อมูลยืนยันได้ว่า ผู้ต้องหาทั้งสองราย คือ นายไรอัน เอ็ดเวิร์ดแม็คฟอร์สัน อายุ 31 ปี และนายเดเนียล เจมอนแทนเนอร์ อายุ 31 ปี ยังคงกบดานอยู่ในประเทศกัมพูชา ทางพนักงานสอบสวน สน.บางโพงพาง จึงประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตรวจสอบการเข้าออกบริเวณด่านชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงบันทึกประวัติผู้ต้องหาทั้งสองรายที่ถูกออกหมายจับไว้ในระบบการตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยที่ก่อคดีในทะเบียนประวัติอาชญากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) แล้ว ซึ่งจากการตรวจสอบการจองโรงแรมที่พักของผู้ต้องหาทั้งสองราย ได้มีการจองโรงแรมเพื่อเข้าพักในกรุงเทพมหานครไว้ในวันที่ 25 พ.ย.นี้ด้วย ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายต่อไป
 
                              เมื่อถามถึงกรณีสภาทนายความ ออกมาแสดงความเห็นการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่า ละเลย ไม่แจ้งข้อกล่าวหาสองผู้ต้องหา และปล่อยตัวจนหนีออกนอกประเทศไปแล้วนั้น พล.ต.ต.ชวลิต กล่าวว่า กรณีการจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองนั้น ยังจับกุมไม่ได้ เพราะต้องมีการขออนุมัติหมายจับก่อน จึงจะสามารถจับกุมได้ และต้องดูด้วยว่า การกระทำผิดดังกล่าว มีอัตราโทษที่ผู้ต้องหาจะได้รับเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าควบคุมตัวไว้แล้ว จะสามารถจับกุมตัวได้ทันที อย่างกรณีที่ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อกล่าวหาสำแดงเท็จ มีอัตราโทษเพียงจำคุกแค่ 5 เดือนเท่านั้น ส่วนการที่จะสามารถออกหมายจับได้ พนักงานสอบสวนต้องทำการสอบสวนรวบรวมหลักฐาน เพื่อขออนุมัติศาลทำการออกหมายจับทันที การกระทำความผิดนั้น จะต้องมีอัตราโทษที่ได้รับจำคุกเกินกว่า 3 ปี จึงจะสามารถออกหมายจับ ถ้าต่ำกว่านั้น หรือน่าเชื่อว่า ผู้ต้องหาจะหลบหนี ก็ต้องทำการออกหมายเรียกก่อน โดยหลักการการจับกุมบุคคลใดนั้น จะสามารถจับกุมได้ต่อเมื่อการกระทำความผิดซึ่งหน้า หรือมีการออกหมายจับ
 
                              เมื่อถามว่า ตรวจสอบก่อนหน้าที่จะควบคุมตัวว่ามีความผิดเกี่ยวข้องข้อหาลักทรัพย์ หรือรับของโจรหรือไม่ พล.ต.ต.ชวลิต กล่าวว่า ขณะนั้นเจ้าหน้าตำรวจไม่สามารถตรวจสอบได้เลยว่า ของกลางที่ตรวจสอบพบ มีที่มาที่ไปจากสถานที่แห่งไหน ซึ่งได้ทำการตรวจสอบค้นหาที่มาของกลางที่ตรวจสอบพบดังกล่าว ซึ่งจะสามารถแจ้งข้อหาสำแดงเท็จได้เลยหรือไม่นั้น ต้องดูที่การตรวจสอบเอกสารดังกล่าวก่อนว่าเป็นอย่างไร และถูกส่งไปถึงใคร มีลักษณะเข้าข่ายข้อหาการสำแดงเท็จหรือไม่ ส่วนกรณีที่มีการมองว่าการปล่อยตัวฝรั่งออกไปโดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ทำการกักตัวไว้นั้น เราจะเอาอะไรไปกักตัวฝรั่งทั้ง 2 คนไว้ เพราะต้องทำตามอำนาจที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยที่ไม่สามารถทำอะไรตามใจได้ ถ้ารู้แค่ฝรั่ง 2 คน น่าจะมีการกระทำแล้วกักตัวเอาไว้ทันทีไม่ได้ ถ้ามีกฎหมายรองรับ ตำรวจทำได้ แต่กฎหมายไม่มี ตำรวจทำก็เป็นความผิด