
เสริมชุมชน'คนรักการทำบัญชี'เฉลิมพระเกียรติ
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์จัดโครงการ ชุมชนคนรักการทำบัญชี ถวายความดีเพื่อพ่อของแผ่นดินเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบรอบ 87 พรรษา
20พ.ย.2557 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2551 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำริ “ทำบัญชีให้เห็นว่าสมดุลไม่ขาดทุน ถ้าทุกคนสามารถที่จะทำให้พอดี ไม่ขาดทุน ประเทศชาติไม่ขาดทุนแน่ และประเทศชาติขาดทุนอย่างนี้ ไม่ขาดทุน อยู่รอด ข้อสำคัญเป็นอย่างนี้ ที่ว่าเศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่ว่าพอเพียงในการบริโภค แต่ให้พอเพียงในการมีชีวิตอยู่บางคนก็อาจจะรวยได้ทีเดียว..”
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย จึงได้จัดโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในโอกาสครบรอบ 87 พรรษา 5 ธันวาคม 2557 ขึ้นภายใต้โครงการ “ชุมชนคนรักการทำบัญชี ถวายความดีเพื่อพ่อของแผ่นดิน” เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เกษตรกรและประชาชน น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำมาใช้ในการดำเนินชีวิต ขณะเดียวกันก็นำบัญชีมาเป็นเครื่องมือวัดความพอเพียงในชุมชนทั้งระบบ โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น ชุมชน วัด โรงเรียน สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน กองทุนหมู่บ้าน และประชาชนทั่วไป เป็นต้น โดยดำเนินการในพื้นที่ 77 จังหวัด รวม 77 ชุมชนๆ ละ 25 คน รวมทั้งสิ้น 1,925 คน ซึ่งส่งเสริมให้เกษตรกร สถาบันเกษตรกร ประชาชนและเยาวชน ได้เรียนรู้การจัดทำบัญชี และนำมาสามารถวิเคราะห์สถานะของตนเองได้ เพื่อให้สามารถลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ รวมทั้งมีเงินออม ซึ่งถือว่าแนวทางเพื่อให้ประชาชนหลุดพ้นจากความยากจน และก่อให้เกิดการสร้างวินัยทางการเงิน นำไปสู่การพัฒนาศักยภาพของประชาชนและชุมชนอย่างยั่งยืน
นายวิณะโรจน์ กล่าวถึงรายละเอียดโครงการ“ชุมชนคนรักการทำบัญชี ถวายความดีเพื่อพ่อของแผ่นดิน”ด้วยว่า จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนพฤศจิกาย-เดือนธันวาคม 2557 เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ระดับจังหวัดและระดับภาค จัดเสวนาผู้นำชุมชนทุกภาคส่วน รวมทั้งถ่ายทอดความรู้ให้แก่ประชาชนในชุมชน และจัดทำแผนชุมชน เพื่อร่วมขับเคลื่อนให้เกิดชุมชนคนรักการออม ภายใต้การบูรณาการร่วมกับหน่วยงาที่เกี่ยวข้อง ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้การสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการเกษตร และปัจจัยการผลิต โดยจัดให้มีนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเปิดโครงการชุมชนคนรักการออม ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน – 6 ธันวาคม 2557 นี้ ซึ่งสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัด จะคอยติดตาม แนะนำ และประเมินผลความสำเร็จของโครงการฯ ต่อไป
กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ มั่นใจว่าหากทุกคนหันมาจดบันทึกรายรับ-รายจ่าย หรือทำบัญชีครัวเรือนอย่างจริงจังและสม่ำเสมอ จะส่งผลให้ครอบครัวและชุมชนนั้นเกิดเข้มแข็ง เนื่องจากบัญชีจะเป็นกระจกสำคัญในการชี้แนวทางให้เกิดความเข้มแข็งทางการเงินของตนเองและครัวเรือน ซึ่งสามารถนำไปเป็นข้อมูลในการประเมินและวางแผนการใช้จ่ายภายในครัวเรือนได้ นอกจากนี้บัญชียังช่วยลดหนี้ในครัวเรือน ทำให้การบริหารจัดการภายในสหกรณ์เกิดความโปร่งใส่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน และเมื่อคนในชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดี ครอบครัวก็จะมีความสุขกับทั่วหน้า จะทำให้ ชุมชนเกิดความเข้มแข็ง มีความรักสามัคคีและเกิดการปรองดอง ทำให้เกิดภูมิคุ้มกันที่ดีภายในชุมชน
อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าวอีกว่า ชีวิตประจำวันทุกคนมีค่าใช้จ่ายเตลอดเวลาเริ่มตั้งแต่การจ่ายเงินค่าเดินทาง ค่าอาหาร 3 มื้อ และจ่ายค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในครัวเรือนของแต่ละวัน ล้วนเป็นรายรับรายจ่ายในแต่ละวัน ดังนั้นจึงเห็นสมควรให้มีการจัดเวลาเพื่อให้เกิดการเรียนรู้การใช้จ่ายเงิน โดยจะต้องควรให้ความสำคัญกับการจัดทำบัญชีรายรับ- รายจ่าย ครัวเรือน ดังนั้นเมื่อจัดทำบัญชีแล้ว จะทำให้รู้ถึงทิศทางอนาคต ขณะเดียวกันยังเป็นการฝึกนิสัยให้มีวินัยการใช้จ่ายเงิน พร้อมกับลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น สร้างนิสัยการออม อยู่อย่างพอเพียง ปฏิบัติและยึดตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
อย่างไรก็ตามชุมชนคนรักการทำบัญชี ถวายความดีเพื่อพ่อของแผ่นดิน” จึงเป็นการสร้างพลังขับเคลื่อนจากจุดเล็กๆ โดยเฉพาะโรงเรียน วัด บ้าน และชุมชุน และระดับประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเรียนรู้จากการจดบันทึกรายรับ รายจ่าย ผ่านการทำบัญชีในการขับเคลื่อนต่อไปในอนาคต เมื่อเรียนรู้จนเกิดความเข้าใจ ได้รู้จักตนเอง รู้รายได้ รู้รายจ่าย จะนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาตนเองให้รู้จักพอประมาณ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตนเอง สร้างชุมชนเข้มแข็งตามแนวทาง “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” และดำเนินชีวิตแบบเศรษฐกิจพอเพียง ที่สำคัญคือ การปลูกฝังนิสัยรักการออม ซึ่งจะนำพาประเทศไปสู่ความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจต่อไป



