
แทงเสี่ยรง.ผลิตร่มดับอนาถตร.ยังไม่รู้สาเหตุ
20 พ.ย. 2557
แทงเสี่ยเจ้าของโรงงานผลิตร่มดับคาทางเข้าร้านอาหาร เมียเผยเป็นคนดี ใจเย็น ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกับใคร ขณะที่ตำรวจยังไม่ตั้งประเด็น เร่งตรวจวงจรปิดหาเส้นทางคนร้าย
เมื่อเวลา 20 .00 น. วันที่ 19 พฤศจิกายน ร.ต.ท.ศรัณยพงศ์ ทองปาน พนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร รับแจ้งเหตุมีชายถูกแทงเสียชีวิต บริเวณฟุตบาท ใกล้กับทางเข้าร้านอาหาร บี-โอเค ถ.เจริญราษฎร์ แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.เกียรติณรงค์ เฉลิมสุข ผกก.สน.วัดพระยาไกร พ.ต.ท.ศรศักดิ์ ทองมี สว.สส.สน.วัดพระยาไกร เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน บก.น.5 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.วัดพระยาไกร แพทย์นิติเวช รพ.จุฬาลงกรณ์ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุพบศพนายประดิษฐ โชติช่วง อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 155/19-16 ถ.รัชดาท่าพระ แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กทม. เป็นนักธุรกิจโรงงานผลิตร่ม ชื่อ บริษัท ไทยซิตี้ อัมเบลล่า และเป็นอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สภาพนอนหงาย มีบาดแผลถูกของมีคมแทงที่บริเวณเหนือราวนมขวา และลิ้นปี่ นอกจากนี้ยังพบร่องรอยแผลถูกของมีคมบาดบริเวณแขนทั้ง 2 ข้าง ที่มือขวายังกำโทรศัพท์ไอโฟนเอาไว้ในมือ มีทรัพย์สินเป็นเงินสดติดตัวอยู่ 4,260 บาท ขณะเดียวกันภายในลานจอดรถด้านใน พบรถยนต์เบนซ์ สีบรอนซ์เงิน รุ่นเอส 300 ทะเบียน ชพ 8899 กทม. ซึ่งเป็นรถของผู้เสียชีวิต จอดอยู่ห่างประมาณ 15 เมตร ลักษณะจอดล้อตรงพับกระจกมองข้างทั้งสอง ยังติดเครื่อง ประตูฝั่งคนขับเปิดทิ้งไว้ ตรวจสอบพบรอยเลือดเปรอะเปื้อนภายในรถ ที่พื้นข้างรถฝั่งคนขับพบอาวุธมีดปลอกผลไม้เปื้อนเลือดตกอยู่ 1 เล่ม ลักษณะหักงอ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
หลังเกิดเหตุบรรดาญาติได้เดินทางมาดูศพด้วยความโศกเศร้า นางเหม่ยหวัง แซ่ไป่ อายุ 46 ปี ภรรยา บอกว่า ผู้ตายเป็นนักธุรกิจผลิตร่ม มีโรงงานผลิตอยู่ที่ จ.นครราชสีมา ก่อนเกิดเหตุสามียังนั่งทำบัญชีกับลูกสาวอยู่ที่บ้าน ก่อนจะขับรถออกจากบ้านมาเพียงลำพัง โดยบอกว่าจะมากินข้าวกับเพื่อนที่ร้านอาหารผึ้งหลวง ซึ่งอยู่ใกล้จุดเกิดเหตุติดกับร้านบี-ดอเค โดยมักจะนัดหมายกินกับบรรดาเพื่อนฝูงเป็นโต๊ะแชร์กันเป็นประจำที่ร้านแห่งนี้ และมาจอดรถที่ลานจอดรถตรงนี้ตลอดทุกครั้ง ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้อย่างไร เนื่องจากสามีเป็นคนดี เป็นคนใจเย็น ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะบาดหมางกับใคร ไม่มีศัตรู ปกติจะเป็นคนชอบทำบุญ
ด้านพ.ต.ท.ศรศักดิ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้นนั้นไม่มีผู้เห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเรื่อง มีเพียงพนักงานรับรถชาวเวียดนามเห็นตอนที่บาดเจ็บ ไม่มีพยานแวดล้อมคนอื่นเห็น ขณะเดียวกันในที่เกิดเหตุค่อนข้างมืดและไม่มีกล้องวงจรปิด ใกล้กับจุดจอดรถของผู้ตายพบมีร่องรอยเฉี่ยวชนกับรถกระบะ อีซูซุ แกรนด์ แอดเวนเจอร์ สีแดงเลือดหมูแถบบรอนซ์ทอง ทะเบียน วต.3551 กทม. ที่บริเวณกันชนหน้าฝั่งขวา และพบมีรอยเฉี่ยวชนที่ด้านหน้ารถเบนซ์ของผู้ตายเช่นกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบถามเจ้าของรถกระบะแล้วไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และยังยืนยันไม่ได้ว่าเกิดการเชี่ยวชนกับรถเบนซ์ของผู้ตายหรือไม่ เนื่องจากรถกระบะคันนี้จอดอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งลักษณะการจอดรถเบนซ์ก็จอดล้อตรงแล้ว อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ พฐ.ได้นำสีจากรอยเฉี่ยวชนไปตรวจวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ และเก็บรอยนิ้วมือแฝงที่รถเบนซ์ไปตรวจสอบให้ละเอียด
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้นำพนักงานรับรถชาวเวียดนามไปทำการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งที่สน.วัดพระยาไกร ขณะเดียวกันก็จะเชิญญาติผู้เสียชีวิตไปสอบสวนหาประเด็นการเกิดเหตุครั้งนี้เพื่อหาความเชื่อมโยง หรือความน่าจะเป็นว่าน่าจะมาจากสาเหตุอะไร นอกจากนี้ยังต้องรอผลชันสูตรของแพทย์นิติเวช รวมทั้งพยานหลักฐานทั้งหมดที่ทาง พฐ.นำไปตรวจสอบตามกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อวิเคราะห์เทียบเคียงว่าบาดแผลที่เกิดขึ้นนั้นคนร้ายที่ก่อเหตุอยู่ตำแหน่งไหน ภายในรถหรือนอกรถขณะที่ผู้ตายเปิดประตูออก ซึ่งตอนนี้ยังไม่สามารถระบุหรือคาดการณ์สาเหตุแรงจูงใจว่าเกิดจากเรื่องอะไร โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนทั้งของสน.วัดพระยาไกร และของบก.น.5 ต้องลงพื้นที่หาพยานหลักฐานเพิ่มในละแวกใกล้เคียง รวมถึงต้องไล่กล้องวงจรปิดในจุดอื่นๆที่คาดว่าผู้ตายใช้เส้นทางมาถึงจุดเกิดเหตุ โดยอาจจะไล่ดูตั้งแต่ออกจากบ้านมา



