ข่าว

เยาวชนไทยรับอัดฉีดเกือบ10ล้านศึกเอเชี่ยนยูธเกมส์

เยาวชนไทยรับอัดฉีดเกือบ10ล้านศึกเอเชี่ยนยูธเกมส์

08 ก.ค. 2552

กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เตรียมควักกระเป๋าอัดฉีดทัพนักกีฬาเยาวชนไทย ที่สร้างผลงานยอดเยี่ยมในศึกเอเชี่ยนยูธเกมส์ ครั้งที่ 1 ร่วม 10 ล้านบาท “เจมส์บอนด์” ณัฐพงษ์ เกษอินทร์ ฉลามหนุ่มซิว 2 ทอง 1 ทองแดง รับคนเดียว 4.5 แสน

การแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนยูธเกมส์ ครั้งที่ 1 ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีพิธีปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ที่ห้องบอลรูม รร.สวิสโฮเต็ล สแตมฟอร์ด โดยมีนายมาซากอส ซุลคิฟลี สมาชิกวุฒิสภาของสิงคโปร์ และนายเตียว เซอ ลัก บอร์ดบริหารฝ่ายพัฒนาชุมชน กีฬาและการขนส่งของเยาวชน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีปิด และนายธิโมที ฟ็อก รองประธานสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) ร่วมกันเป็นประธาน พร้อมด้วยแขกวีไอพีของสิงคโปร์ และผู้แทนนักกีฬาจาก 45 ชาติ


 สำหรับประเทศไทยมี “บิ๊กต้อม” นายธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้าคณะนักกีฬาไทย นำนักกีฬาไทยลงสู่สนาม มี “เจมส์บอนด์” ณัฐพงษ์ เกษอินทร์ นักว่ายน้ำทีมชาติ เป็นผู้ถือธงชาติไทย ขณะที่ชุดการแสดง เจ้าภาพได้จัดไว้ 2 ชุด คือ “เยาวชนเอเชีย คือ อนาคตของพวกเรา” และ “ดินแดนแห่งสรวงสวรรค์” ซึ่งสร้างความประทับใจให้ผู้ที่เข้าร่วมครั้งนี้เป็นอย่างมาก จากนั้น นายธิโมที ฟ็อก ส่งมอบธงการเป็นเจ้าภาพให้ผู้แทนของเมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ที่จะเป็นเจ้าภาพเอเชี่ยนยูธเกมส์ ครั้งที่ 2 ในปี 2013
 ทั้งนี้ ทัพนักกีฬาไทย ซึ่งทำผลงาน 11 เหรียญทอง 7 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง ได้อันดับ 3 ของเอเชีย เป็นรองเพียงแค่จีน และเกาหลีใต้ โดยกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เตรียมที่จะมอบเงินอัดฉีดให้แก่นักกีฬาและสมาคมกีฬา แบ่งเป็น กรีฑา  4 เหรียญทอง 3 เงิน 1 ทองแดง รับ 3,150,000 บาท (สมาคม 945,000 บาท  ผู้ฝึกสอน 630,000) ว่ายน้ำ 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง รับ 550,000 บาท (สมาคม 165,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 110,000 บาท) วอลเลย์บอลชายหาด 2 เหรียญทอง รับ 800,000 บาท (สมาคม 240,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 160,000 บาท), เรือใบ-วินด์เซิร์ฟ 3 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน รับ 1,400,000 บาท (สมาคม 420,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 280,000 บาท) และโบว์ลิ่ง 200,000 บาท (สมาคม 60,000 บาท, ผู้ฝึกสอน 40,000 บาท)


 ขณะที่ “เจมส์บอนด์” ณัฐพงษ์ เกษอินทร์ คือนักกีฬาที่ได้รับเงินมากที่สุด จากผลงาน 2 เหรียญทอง ว่ายน้ำกบ 100 ม. และ 200 ม. และ 1 เหรียญทองแดง เดี่ยวผสม 200 ม. รับคนเดียว 450,000 บาท รวมเงินจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ทั้งสิ้น  9,150,000 บาท (นักกีฬา 6,100,000 บาท, สมาคมกีฬา 30 เปอร์เซ็นต์ เป็นเงิน 1,830,000 บาท, ผู้ฝึกสอน  20 เปอร์เซ็นต์ เป็นเงิน 1,220,000 บาท)


 “บิ๊กจา” พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สิงคโปร์ ซึ่งมีประสบการณ์จัดกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 17 ตั้งแต่ปี 1993 นั้นนานมาแล้ว มาถึงระดับเอเชี่ยนเกมส์ของเยาวชน ซึ่งมีนักกีฬากว่า 40 ชาติ แม้จะจัดเพียง 9 กีฬา แต่ก็มีปัญหาขลุกขลักพอสมควร ซึ่งสิงคโปร์จะรวบรวมปัญหาและอุปสรรคจากการเป็นเจ้าภาพ ครั้งนี้มาเป็นบทเรียนในการจัดกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 1 ในปีหน้า เนื่องจากจะต้องจัดถึง 26 ชนิดกีฬา มีนักกีฬากว่า 200 ชาติจากทั่วโลกเข้าร่วม ซึ่งก็ต้องเตรียมความพร้อมให้ดีที่สุด ขณะที่ในส่วนของไทยที่จะเป็นเจ้าภาพเอเชี่ยนมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ ครั้งที่ 1 ระหว่าง 1-9 สิงหาคมนี้นั้น โอลิมปิกไทยยืนยันความพร้อมกับโอซีเอแล้ว  โดยชาติส่วนใหญ่ต่างหวั่นเกรงเรื่องการปิดสนามบินซึ่งยืนยันว่าจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
 “บิ๊กต้อม” นายธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้าคณะนักกีฬาไทย กล่าวว่า ผลงานของนักกีฬาไทยเป็นที่น่าพอใจโดยสามารถทำเหรียญทองได้ทะลุเป้า โดยเมื่อพิจารณาเหรียญทองในแต่ละรายการ ถือว่าไม่ยากและก็ไม่ง่ายที่จะทำได้ บางเหรียญทองนักกีฬาไทยนั้นเสียเปรียบรูปร่างคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัดแต่ก็ทำผลงานออกมาดี ส่วนในการแข่งขันยูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 1 นั้น จะต้องมีการคัดเลือกตัวอีกครั้ง