ข่าว

ผู้นำอุยกูร์ร้องชาวโลกสอบเหตุนองเลือดในซินเจียง

ผู้นำอุยกูร์ร้องชาวโลกสอบเหตุนองเลือดในซินเจียง

07 ก.ค. 2552

ผู้นำอุยกูร์พลัดถิ่นเรียกร้องให้ประชาคมโลกสอบสวนเหตุปราบปรามการประท้วงนองเลือดในมณฑลซินเจียง

(7ก.ค.) รอบียะ กอดีร์ ผู้นำชนกลุ่มน้อยชาวอุยกูร์ชื่อดังที่ลี้ภัยอยู่ในสหรัฐ  เรียกร้องให้สหประชาชาติสหรัฐ และสหภาพยุโรป ส่งทีมเจ้าหน้าที่เข้าไปสอบสวนเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นในเมืองอุรุมชี เมืองเอกของมณฑลซินเจียงเมื่อวันอาทิตย์ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 156 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 1 พันคน พร้อมกับแสดงความหวังด้วยว่า รัฐบาลสหรัฐจะมีแถลงการณ์แข็งกร้าวเรียกร้องให้จีนใช้ความอดทนอดกลั้น และพูดความจริงว่าเกิดอะไรขึ้น รวมทั้งบอกให้รัฐบาลจีนเลิกข่มเหงชาวอุยกูร์

 นางกอดีร์ ยังปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัฐบาลจีนที่ระบุว่าเธออยู่เบื้องหลังของการก่อความไม่สงบโดยยืนยันว่าเป็นการกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริงโดยสิ้นเชิง เพราะเธอไม่เคยจัดการประท้วงหรือเรียกร้องให้ผู้คนออกมาชุมนุม  นอกจากได้โทรศัพท์คุยกับน้องชายในเมืองอุรุมชีเมื่อไม่กี่วันก่อนเพื่อแจ้งว่าจะมีการชุมนุมประท้วง หลังลูกสาวของเธอเห็นแผนการชุมนุมประท้วงในวันอาทิตย์ปรากฎอยู่ในอินเตอร์เน็ต ซึ่งเธอขอให้ญาติพี่น้องอยู่แต่ในบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม หากเหตุการณ์บานปลายกลายเป็นความรุนแรง และเป็นไปไม่ได้ที่เธอจะโทรศัพท์ไปหาชาวอุยกูร์ทุกคนเพื่อให้ออกมาชุมนุมประท้วง

 นางกอร์ดีบอกว่าด้วย สาเหตุหนึ่งของการชุมนุมประท้วงเมื่อวันอาทิตย์ เกิดจากการที่คนงานชาวอุยกูร์ถูกรุมทำร้ายที่โรงงานของเล่นแห่งหนึ่งในมณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นที่ที่รัฐบาลจีนบังคับให้คนหนุ่มสาวชาวอุยกูร์ไปทำงานด้วยค่าแรงที่ถูกมาก แต่ชนวนเหตุที่แท้จริงไปกว่านั้นคือ ตลอด 60 ปีของการตกอยู่ภายใต้การปกครองของจีน ชาวอุยกูร์ต้องอดทนกับการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน เช่นการจับกุมคุมขังตามอำเภอใจ การทรมาณ การแบ่งแยกเชื้อชาติ การกดขี่ทางศาสนา บังคับทำแท้ง และการห้ามสอนภาษาอุยกูร์ในโรงเรียน

 เธอบอกว่าด้วยว่า รัฐบาลจีนได้ส่งเจ้าหน้าที่ความมั่นคงพร้อมอาวุธครบมือ ภายใต้คำสั่งให้ยิงทุกคนได้โดยไม่ต้องมีคำเตือน เข้าไปสลายการชุมนุมอย่างสันติเมื่อวันอาทิตย์อย่างโหดเหี้ยม เธอเชื่อด้วยว่ายอดผู้เสียชีวิตที่แท้จริงมีมากกว่า 156 ราย ตามที่รัฐบาลจีนแถลง และอาจมีสูงถึง 400 ราย

 ผู้นำอุยกูร์ที่เคยถูกจำคุกอยู่นาน 6 ปี บอกด้วยว่า ชาวอุยกูร์ต้องหันไปขอความช่วยเหลือจากชาติตะวันตกเพราะโลกมุสลิมยังคงเพิกเฉยต่อชะตากรรมของพวกเขา พร้อมกับตำหนิว่าการปิดปากเงียบของโลกมุสลิมเป็นผลจากโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลจีนที่ใส่ร้ายว่าชาวอุยกูร์เป็นมุสลิมก่อการร้ายที่มีสายสัมพันธ์กับกลุ่มอัลไกด้า