
นายกฯบินขอนแก่นติดตามปัญหาภัยแล้ง
19 พ.ย. 2557
"นายกฯ" บินขอนแก่น ติดตามปัญหาภัยแล้ง พบใบปลิวเกลื่อนเมืองทั้งหน้าศาลากลางจังหวัดและถนนเส้นหลักในเมือง
วันที่ 19 พ.ย.57 เมื่อเวลา 08.30 น. ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก (ขส.ทบ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และพล.อ.ฉัตรชัย สาลิกัลยะ รมว.พาณิชย์ ออกเดินทางด้วยเครื่องบินกองทัพบก ไปยังท่าอากาศยานขอนแก่น เพื่อตรวจเยี่ยมการเตรียมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งและการดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรมจ.ขอนแก่น และจ.กาฬสินธุ์
โดยพล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนออกเดินทางว่า วันนี้จะลงพื้นที่เพื่อติดตามปัญหาการบริหารจัดการน้ำที่ยังไม่ทั่วถึงส่งผลให้เกิดปัญภัยแล้งซ้ำซาก ยืนยันว่าการลงพื้นที่ในครั้งนี้จะไม่มีเรื่องของการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เป็นเรื่องของความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งพื้นที่ใดมีความเดือดร้อนมากก็จะลงไปติดตาม หากติดภารกิจก็จะมอบหมายให้รัฐมนตรีคนอื่นลงพื้นที่แทน โดยยืนยันว่าจะดูแลประชาชนในทุกพื้นที่ ซึ่งในปี 2558 ประเทศไทยจะประสบกับปัญหาภัยแล้ง ดังนั้นจึงต้องลงไปติดตามแผนบริหารจัดการน้ำ รวมถึงการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับประชาชน เพื่อส่งผลให้ผลผลิตทางเกษตรในภาพรวมมีคุณภาพและสามารถเพิ่มมูลค่าได้ ดังนั้นจึงต้องมองเชื่อมโยงไปถึงความจำเป็นต้องสร้างเส้นทางรถไฟเพื่อเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้านและการปรับเรื่องของการอำนวยความสะดวกในด้านอื่นๆเช่นเรื่องของการค้า เพื่อให้เกิดการพัฒนาในภาพรวมให้ไทยเป็นผู้นำในการผลิตสินค้าเกษตรและอาหาร ในโอกาสลงพื้นที่นายกรัฐมนตรียังจะได้ติดตามการดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรมของทั้ง 2 จังหวัดด้วย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนที่มีใบบลิวต่อต้านในการลงพื้นที่ในจังหวัดขอนแก่น นายกรัฐมนตรีเห็นว่าไม่เป็นไรถือว่ายังมีคนเห็นต่างอยู่ แต่ขอความร่วมมือให้ใช้ถ้อยคำที่สุภาพ ไม่ดุเดือดมากนัก ซึ่งอยากให้มองว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้ไปทำประโยชน์ให้กับประชาชน และต้องดูเนื้อหาว่าต่อต้านเรื่องอะไรหากระบุว่ารัฐบาลทำงานไม่ดีไม่จริงใจก็ต้องไปปรับปรุงแก้ไข แต่หากรัฐบาลทำในสิ่งที่ดีขออย่าออกมาต่อต้าน ยืนยันว่ายังมีกำลังใจไม่ท้อแท้ และจะเดินหน้าแก้ปัญหาต่อไป
พบใบปลิวเกลื่อนเมืองก่อน‘นายกฯ’ลงพท.
จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะจะตรวจปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ จ.ขอนแก่น ในวันที่ 19 พ.ย. โดยมีกำหนดประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ประสบปัญหาภัยแล้งที่ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ก่อนจะปล่อยแถวคาราวานรถบรรทุกน้ำและช่วยเหลือภัยแล้งจากหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น พร้อมลงพื้นที่ดูสภาพปัญหาภัยแล้งและการแก้ไขปัญาที่ อ.กระนวน จ.ขอนแก่น และ เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์
รายงานข่าวแจ้งว่า ช่วงเช้าได้มีใบปลิวถูกนำมาโปรยเต็มพื้นที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น และ ในถนนสายหลักๆ ในเมืองขอนแก่น ทั้งถนนศรีจันทร์ และ บริเวณถนนกัลปพกฤษ์ ติดมหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่ถูกเก็บไปบางส่วนโดยเฉพาะบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ในขณะที่บางจุดอย่างถนนกัลปพฤกษ์ยังหลงเหลืออยู่ โดยลักษณะใบปลิวดังกล่าว เป็นการพิมพ์ข้อความใส่บนกระดาษขนาด เอ 4 ก่อนจะนำไปวางไว้ตามจุดต่างๆ
ขณะเดียวกันระหว่างนายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึง ได้มีนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น 5 คน ที่เคยเคลื่อนไหวต่อต้านการยึดอำนาจและเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่มีการจุดเทียนเรียกร้องสันติภาพไปชู 3 นิ้วต้อนรับขบวนนายกรัฐมนตรี ทำให้ถูกเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจควบคุมตัวไป
นายกฯ ยันไม่ชี้นำสนช. สปช. เรื่องก.ม.-การทำประชามติขึ้นอยู่กับสถานการณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงผลการประชุมการประชุมร่วม 5 ฝ่าย เมื่อวานที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมาว่า เป็นการพูดคุยหารือในทางปฏิบัติว่าจะทำอย่างไรให้การปฏิรูปประเทศดำเนินการได้อย่างเรียบร้อย เป็นไปตามโรดแม็พที่วางไว้ และวางพื้นฐานของประเทศในระยะยาว ซึ่งเกี่ยวพันทั้งเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายลูกที่ต้องออกมาให้ทันกรอบเวลา เพราะหากมีการเลือกตั้งแล้วกฎหมายต่างๆ ไม่เรียบร้อยก็จะทำให้การแก้ปัญหาต่างๆ แก้ไขไม่ได้อีก ถือเป็นการทำความเข้าใจให้ทุกส่วนตั้งโจทย์ให้ตรงกันว่าวันนี้อะไรคือความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมาย พ.ร.บ. ซึ่งต้องมีแนวทางร่วมกัน และที่สำคัญคือขอให้จัดความสำคัญว่ากฎหมายใดล้าสมัย เป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อประชาชน หรือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต้องเร่งดำเนินการให้ได้โดยเร็ว เพราะมีผลต่อการขับเคลื่อนประเทศ ส่วนกฎหมายใดที่ออกไม่ได้ต้องเร่งออกมาให้ได้ เช่น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับประชาชน และมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมากๆ คงต้องใช้เวลาพิจารณานาน ส่วนอะไรที่สามารถปฏิบัติได้เลยไม่ต้องใช้กฎหมายก็ขอให้แจ้งมายังรัฐบาล รัฐบาลก็จะนำไปขับเคลื่อนทันที ส่วนอะไรที่ทำไม่ทันก็ต้องใส่ไว้ในรัฐธรรมนูญด้วย เพื่อส่งต่อการปฏิรูปให้กับรัฐบาลใหม่
"วันนี้พอใจการทำงานของทุกส่วน และต้องเห็นใจเพราะสนช. ที่ตั้งมาระยะหนึ่งก็ได้เดินหน้ามาเรื่อยๆ ตอนนี้มีกฎหมายเข้าไปอยู่ในกระบวนการกว่า 170 กฎหมายที่กระทรวงต่างๆ กำลังจะส่งมา และยังมีอีก 20 กฎหมาย ที่กำลังพิจารณาในชั้นกฤษฎีกา ก่อนจะส่งไปยังสนช. ซึ่งขั้นตอนยังอีกยาวก่อนจะบังคับใช้กฎหมายได้ อาทิ กฎหมายภาษีมรดก ที่ยังต้องถกแถลงกันอีก 3 เดือน อย่างเมื่อเช้าผมได้ดูข่าวมาว่าชาวไร่ชาวนาเกรงว่าจะเดือดร้อน จะขายไร่ขายนามาเสียภาษีหรือไม่ จึงต้องไปหากันดูว่าจะดูแลกันอย่างไร ยืนยันว่าเราคิดถึงทุกประเด็น ต้องทำให้ทุกคนพอใจ ไม่ใช่อยากออกอะไรก็ออกไป และไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เงินมามากมาย"นายกรัฐมนตรี กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ยืนยันว่า รัฐบาลและคสช. จะไม่เข้าเกี่ยวข้องในการสั่งการใดๆ ทั้งสิ้นกับสนช. หรือสปช. ที่เป็นเรื่องของกฎหมาย จะไปชี้นำอะไรไม่ได้ ซึ่งตนเห็นด้วยกับบทความในหนังสือของนายคณิต ณ นคร ที่ระบุว่า "การใช้กฎหมายเข้าไปแก้ปัญหาทางการเมืองอันตราย ต้องระมัดระวัง" เพราะการบังคับใช้กฎหมายบางครั้งก็เป็นปัญหา ถ้าไม่ทำเจ้าหน้าที่ก็จะโดนละเว้น ถ้าทำก็อาจดูแรงเกินไป ถ้ามีคนสร้างความรุนแรงก็จะวุ่นวายไปกันหมด ถึงจะเห็นต่างแต่ต้องเอาผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ซึ่งต้องใช้หลักการของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือ มีเหตุมีผล และมีสติ ตนจึงพยายามเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าต้องมีสติ แม้กระทั่งเวลาตอบคำถามสื่อก็ต้องระมัดระวัง ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน เวลาถามคำถามบางเรื่องเราเข้ามาแก้ปัญหาที่มันซับซ้อน แต่ยังไม่ทันทำอะไรกลับมาบอกว่าจะกลับเป็นเหมือนเดิม แล้วตนจะเอากำลังใจที่ไหนมาทำ เราเข้ามาทำไม่มีเรื่องผลประโยชน์ หรือการสืบทอดอำนาจใดๆทั้งสิ้น จึงขออย่าไปเขียนจนทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจไปหมด
พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวด้วยว่า ส่วนการทำประชามตินั้น ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ต่อจากนี้ไป ถ้าทุกคนร่วมมือกันก็ไม่น่าจะเป็นปัญหา การมีส่วนร่วมของประชาชนขั้นแรกคือ สอบถามจากช่องทางต่างๆ ที่ได้ตั้งคณะที่ปรึกษาตามจังหวัดต่างๆ ซึ่งเราต้องตั้งโจกย์ไว้ตั้งแต่แรก เพราะหากคนมากขึ้นความคิดก็จะไม่ตรงกัน แต่หากมีโจกย์ตั้งไว้อยู่แล้ว ก็มาดูว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไรก็ว่ามา ตนได้แนะนำไปเช่นนั้น แต่ไม่ได้มีธงให้



