
คนอีสานวอน'บิ๊กตู่'แก้ภัยแล้งแบบบูรณาการ
คนอีสานวอน'บิ๊กตู่' แก้ภัยแล้งแบบบูรณาการ : จิติมา จันพรม, จักรพงษ์ ระวิวรรณรายงาน
เรียกได้ว่าเดินสายทำงานไม่หยุดหย่อน สำหรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า คสช. ล่าสุดในวันที่ 19 พฤศจิกายน นายกรัฐมนตรี มีคิวเดินทางมาตรวจเยี่ยม "ภาคอีสาน" เพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์ภัยแล้ง พร้อมมอบนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 20 จังหวัดภาคอีสาน รวมไปถึงติดตามผลดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตามนโยบายของ คสช. และรัฐบาล ตามด้วยการปล่อยแถวเครื่องจักรกลสาธารณภัยเพื่อปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งหรือคาราวานภัยแล้ง
การเดินทางของพล.อ.ประยุทธ์ ในครั้งนี้ถูกจับตามองเป็นอย่างมาก เพราะถือเป็นการเหยียบถิ่นอีสานครั้งแรกหลังจากรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และจัดตั้งรัฐบาล
ทั้งนี้ตามตารางการเดินทางในพื้นที่อีสานของนายกรัฐมนตรีนั้น เป้าหมายแรกคือการเดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองใหญ่ ต.น้ำอ้อม อ.กระนวน จ.ขอนแก่น จากนั้นจะไปตรวจการบริหารจัดการน้ำที่เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ และการตรวจโครงการน้ำดื่มโรงเรียน และการเจาะแหล่งน้ำบาดาล ของกรมทรัพยากรน้ำ ที่ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ชาวอีสานในพื้นที่ต่างกระตือรือร้นไปกับการเดินทางมาเยือนของ พล.อ.ประยุทธ์ เช่นกัน เพราะทุกคนตั้งความหวังว่า นายกฯ จะช่วยบรรเทาปัญหาปากท้อง และความยากจนให้เบาบางลง โดยเฉพาะ ชาวบ้านในพื้นที่บริเวณโครงการปรับปรุงฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองใหญ่ บ้านน้ำอ้อม ต.น้ำอ้อม อ.กระนวน จ.ขอนแก่น พบว่า หลายหน่วยงานได้ช่วยกันปรับพื้นที่ที่เคยเป็นป่ารก บริเวณริมหนองใหญ่ด้วยการใช้รถไถเกรดดินให้เรียบ กางเต็นท์ ปูตาข่ายกันฝุ่น พร้อมวางกระถางต้นไม้ตกแต่งสถานที่ และจัดวางเก้าอี้ให้แก่ชาวบ้านที่จะมาร่วมต้อนรับนายกรัฐมนตรี
เกี่ยวกับการเตรียความพร้อมดังกล่าว เธียรชัย ศรีพันธ์ชาติ นายกเทศมนตรีตำบลน้ำอ้อม บอกว่า ได้ร่วมกันเร่งจัดเตรียมสถานที่เพื่อต้อนรับนายกฯ อย่างเต็มที่ และรู้สึกดีใจที่น้ำหนองใหญ่ได้รับความสนใจจากนายกฯ ที่มาตรวจเยี่ยม ซึ่งโครงการปรับปรุงฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองใหญ่นี้ได้รับงบประมาณจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประมาณ 40 ล้านบาท เพื่อขุดลอกเพิ่มพื้นที่จุน้ำ โดยเริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2557
"เดิมน้ำหนองใหญ่เป็นหนองที่มีความลึกมาก เป็นแหล่งน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตชาวบ้าน อ.กระนวน มานาน แต่เนื่องจากไม่เคยได้รับการพัฒนา ทำให้เกิดการตื้นเขิน การกักเก็บน้ำลดลง ขณะเดียวกันความต้องการใช้น้ำกลับมีมากขึ้น เพราะแหล่งน้ำหนองใหญ่เป็นแหล่งน้ำสำคัญที่ผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาคที่ป้อนให้แก่เขต อ.กระนวน อ.ซำสูง จ.ขอนแก่น อ.หนองกุงศรี อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ และ อ.ชื่นชม จ.มหาสารคาม ทำให้น้ำจากหนองใหญ่ไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค เมื่อถึงหน้าแล้งน้ำแห้งขอดจนกลายเป็นสนามฟุตบอล"
อย่างไรก็ตาม ต่อมาในช่วง 2-3 ปีมานี้ เริ่มมีโครงการขุดลอกระยะแรกงบประมาณ 5 ล้านบาท ทำให้เห็นความแตกต่าง เพราะน้ำหนองใหญ่มีระดับกักเก็บน้ำเพิ่มขึ้นบ้างเล็กน้อย แต่ยังไม่เพียงพอทำได้แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะพื้นที่ของหนองกว้างมากพื้นที่รวม 400 ไร่ ต่อมาเมื่อได้งบประมาณจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงเชื่อว่าน่าจะช่วยให้ระดับเก็บกักน้ำเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย แต่คงยังไม่เพียงพอเพราะความต้องการอุปโภคบริโภค รวมทั้งการขยายของการประปาส่วนภูมิภาคที่เพิ่มขึ้นด้วย ที่ผ่านมาต้องขอความร่วมมือจากชาวบ้านให้งดปลูกพืชการเกษตร เพื่อผลิตน้ำประปา โดยเฉพาะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ที่เกิดภาวะแล้งอย่างหนัก
ธีรภัทร ศรีสุพัฒน์ กำนันตำบลน้ำอ้อม อ.กระนวน บอกว่า แหล่งน้ำหนองใหญ่อยู่ในความดูแลของ ต.น้ำอ้อม แต่ประชาชนที่ได้ใช้น้ำจากแหล่งน้ำนี้มีแค่ 3 หมู่บ้านเท่านั้น คือ บ้านหนองซา บ้านโนนสวรรค์ และบ้านตาดทิพย์ ส่วนหมู่บ้านอื่นๆ ใน ต.น้ำอ้อม จะใช้น้ำประปาจากบาดาลที่เจาะใช้ในหมู่บ้าน นอกจากนี้การใช้น้ำเพื่อการเกษตร ชาวบ้าน ต.น้ำอ้อม ไม่ได้ใช้เพื่อการเพาะปลูกเลย เพราะได้รับการร้องขอและห้ามปลูกพืชการเกษตร เพียงแต่ช่วงที่มีน้ำสามารถทำมาหาเลี้ยงชีพโดยการประมงเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น
"ที่ผ่านมาชาวน้ำอ้อมช่วยดูแลและรักษาแหล่งน้ำหนองใหญ่เป็นอย่างดี ไม่เคยละเมิดนำน้ำมาทำการเกษตรเพราะต้องการใช้น้ำเพื่อการประปา ซึ่งหวังว่านายกรัฐมนตรีจะให้ความสำคัญนอกจากโครงการขุดลอกแล้ว จะมีงบประมาณเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำนี้ให้ได้ขนาดในการกักเก็บน้ำมากขึ้น เพื่อจะได้แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำประปาในช่วงแล้งไปได้อย่างถาวร"
ขณะที่ "จีระศักดิ์ ศรีวีระนุรัตน์" รองนายกเทศมนตรีตำบลกระนวน บอกว่า หนองน้ำใหญ่เป็นแหล่งผลิตน้ำประปาเพียงแห่งเดียวที่ป้อนน้ำให้แก่ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองกระนวนทั้งหมด 4,000 ครอบครัว รวมไปถึงพื้นที่อื่นๆ ในอำเภอต่างๆ และจังหวัดใกล้เคียง เนื่องจากในเขต อ.กระนวน ไม่สามารถหาแหล่งกักเก็บน้ำได้อีกแล้ว ดังนั้ง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่หนองใหญ่จะต้องได้รับการปรับปรุงพัฒนา โดยเฉพาะการขุดลอกตะกอนที่สะสมมายาวนาน รวมทั้งขุดหนองน้ำเพิ่ม เพื่อจะได้กักเก็บน้ำมากขึ้น ทั้งนี้ที่ผ่านมาชาวบ้านขาดแคลนประสบปัญหาขาดแคลนน้ำซ้ำซากมาโดยตลอด ดังนั้น จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวด้วย
ด้าน "บัวลา ธุรธรรม" ชาวบ้าน ต.หนองโก อ.กระนวน บอกว่า เมื่อรู้ว่านายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาที่ อ.กระนวน เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง รู้สึกดีใจ ดังนั้น ในวันดังกล่าวจะมาต้อนรับด้วย เพราะเป็นครั้งแรกที่นายกรัฐมนตรีมาที่ อ.กระนวน ส่วนตัวอยากให้นายกรัฐมนตรีช่วยหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องน้ำ เพราะชาวบ้านไม่เคยมีน้ำใช้เพียงพอ
"ทุกๆ ปีต้องขอน้ำคนอื่นมาใช้ แม้กระทั่งอาบน้ำยังต้องไปขอเพื่อนบ้านที่ขุดสระมาใช้ ส่วนน้ำดื่มต้องขอน้ำบาดาลจากหมู่บ้านอื่นที่อยู่ใกล้เคียง นอกจากน้ำแล้วยังต้องการให้นายกฯ ช่วยเหลือเรื่องถนนหนทาง เพราะทางเข้าหมู่บ้านโซนนี้เล็กแคบมาก บางเส้นถนนไม่เคยปรับปรุงพัฒนา เป็นหลุมเป็นบ่อ ยิ่งอยู่ลึกก็เป็นถนนลูกรัง"
จากเสียงครวญของชาว อ.กระนวน ที่ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อให้แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำนั้น ขณะเดียวกันพี่น้องชาวเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ก็ประสบภาวะขาดแคลนน้ำจากปัญหาภัยแล้งไม่แตกต่างกัน
"สมาน ภูใบบัง" อายุ 66 ปี ผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามใน ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นเกษตรกรที่ใช้น้ำจากเขื่อนลำปาว กล่าวว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านใน ต.บัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ อย่างน้อย 70% ยึดอาชีพเลี้ยงกุ้งก้ามกราม และทำนา ซึ่งบางพื้นที่อาศัยน้ำฝนตามฤดูกาล แต่ส่วนใหญ่จะใช้น้ำจากเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ เป็นหลัก แต่ที่ผ่านมาทุกๆ ปีเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามกลับต้องประสบปัญหาทั้งภัยแล้งและภัยหนาว โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้งน้ำไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงและการเปลี่ยนถ่ายน้ำในบ่อกุ้ง ทำให้น้ำเกิดเน่าเสีย กุ้งขาดออกซิเจน เนื่องจากทางเขื่อนจะปิดน้ำซ่อมคลองในช่วงหน้าแล้งเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศร้อนทำให้กุ้งล้มตายไปจำนวนมาก
"บางรายกุ้งน็อกตายยกบ่อ ประกอบกับพันธุ์ลูกกุ้งและหัวอาหารแพง ทำให้ปัจจุบันเหลือเกษตรกรที่ยึดอาชีพเลี้ยงกุ้งก้ามกรามอยู่ไม่ถึง 20% หรือประมาณ 100 รายเท่านั่น เพราะทนกับภาวะขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้งและทนแบกรับภาระเลี้ยงกุ้งขาดทุนไม่ไหว"
ทั้งนี้ เมื่อทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมคณะ จะเดินทางมาตรวจสถานการณ์น้ำในเขื่อนลำปาว วันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ ในนามตัวแทนเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม จึงอยากให้นายกฯ สั่งการให้ผู้เกี่ยวข้องเร่งบริหารจัดการเรื่องการส่งน้ำให้แก่เกษตรกรของเขื่อนลำปาวใหม่ โดยเฉพาะการปิด-เปิดน้ำซ่อมคลอง การเพิ่มคู และคลองส่งน้ำ เพื่อให้กระจายไปถึงกลุ่มผู้ใช้น้ำอย่างทั่วถึง
ขณะที่ "ประภาส ภูวงกต" อายุ 60 ปี เกษตรกรชาวนาบ้านดงเมือง ต.ลำพาน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า เขื่อนลำปาวถือเป็นเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย โดยที่ผ่านมาประชาชนได้ใช้น้ำจากเขื่อนเพื่อทำกินเลี้ยงชีพได้อย่างสบาย แม้ที่ผ่านมาช่วงหน้าฝนจะเกิดปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ท้ายน้ำ ขาวบ้านต่างเดือดร้อน และเมื่อถึงหน้าแล้งก็เกิดปัญหาภัยแล้งทุกปี
"แม้ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ปรับปรุงใหม่ให้เขื่อนสามารถกักเก็บน้ำเพิ่มขึ้นถึง 1,980 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่การส่งน้ำให้เกษตรกรเพาะปลูกข้าวก็ยังไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะการทำนาปรังช่วงหน้าแล้งมีเกษตรกรหลายรายไม่สามารถปลูกข้าวนาปรังได้ เนื่องจากไม่มีน้ำ ดังนั้น จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการจัดระบบ หรือปรับปรุงการจัดส่งน้ำของเขื่อนลำปาวใหม่ด้วยการขยายพื้นที่ส่งน้ำเพิ่มขึ้น หรือเพิ่มจำนวนสายคลองส่งน้ำให้มากขึ้น โดยเฉพาะการส่งน้ำในช่วงหน้าแล้ง เพราะชาวบ้านใน ต.ลำพาน ส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาเป็นหลักมีรายได้จากการทำนาปีและนาปรัง"
นอกจากนี้ ยังขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งรัดการจ่ายเงินโครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ทำนาปี 1 ไร่ 1,000 บาท เนื่องจากปัจจุบันทางการจ่ายเงินล่าช้าไม่ทันต่อความต้องการของเกษตรกรที่จำเป็นต้องใช้เงินในการจ้างแรงงานค่าแรงในการเก็บเกี่ยวผลผลิต ทำให้ต้องไปกู้ยืมเงินมาเหมือนเดิม นอกจากนี้กรณีรถเกี่ยวข้าวที่รัฐบาลกำหนดให้คิดค่าจ้างไร่ละไม่เกิน 600 บาทนั้น ปัจจุบันไม่มีผู้ประกอบการรถเกี่ยวข้าวเข้ามาเกี่ยวข้าวให้แก่เกษตรกร เนื่องจากไม่คุ้มทุน ทำให้ผลผลิตข้าวเสียหายเก็บเกี่ยวไม่ทัน ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย เพราะหากปล่อยไว้ จะไม่ใช่เป็นการคืนความสุขให้แก่ประชาชน แต่กลับเป็นการคืนความทุกข์ให้แก่ประชาชน
นี่คือเสียงของคนอีสานที่ต้องการความช่วยเหลือจากนายกรัฐมนตรีเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงฤดูแล้งนี้



