ข่าว

คนอีสานวอนนายกฯแก้ภัยแล้งแบบบูรณาการ

คนอีสานวอนนายกฯแก้ภัยแล้งแบบบูรณาการ

18 พ.ย. 2557

คนอีสานวอนนายกฯแก้ภัยแล้งแบบบูรณาการ ประวิตรไม่ห่วงยันจนท.ตร.-ทหารรับมือได้

               วันที่ 18 พ.ย. -ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันที่ 19 พ.ย.2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  พร้อมคณะจะเดินทางมาตรวจเยี่ยมและแก้ไขปัญหาภัยแล้งของภาคอีสาน และถือเป็นการเดินทางมาภาคอีสานครั้งแรกหลังจากรับตำแหน่งและมีรัฐบาล เพื่อมอบนโยบายผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 20 จังหวัดภาคอีสาน  ตรวจสอบสถานการณ์ภัยแล้งล่าสุด และติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ตามนโยบายของ คสช. และรัฐบาล การปล่อยแถวเครื่องจักรกลสาธารณภัยเพื่อปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้งหรือคาราวานภัยแล้ง

               หลังจากนั้นจะเดินทางลงพื้นที่ โดยเป้าหมายแรกคือการเดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองใหญ่ ตำบลน้ำอ้อม อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น จากนั้นจะไปตรวจการบริหารจัดการน้ำที่เขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ และการตรวจโครงการน้ำดื่มโรงเรียน และการเจาะแหล่งน้ำบาดาล ของกรมทรัพยากรน้ำ ที่อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม

               โดยที่บริเวณโครงการปรับปรุงฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองใหญ่ บ้านน้ำอ้อม ต.น้ำอ้อม อ.กระนวน จ.ขอนแก่น หลายหน่วยงานได้ช่วยกันปรับพื้นที่ที่เคยเป็นป่ารก บริเวณริมหนองใหญ่ โดยการใช้รถไถเกรดดินให้เรียบ กางเต็นท์ ปูตาข่ายกันฝุ่น วางกระถางต้นไม้ตกแต่งสถานที่ และจัดวางเก้าอี้ให้กับชาวบ้านที่จะมาร่วมต้อนรับนายกรัฐมนตรี

               นายเธียรชัย ศรีพันชาติ นายกเทศมนตรีเทศบาลน้ำอ้อม บอกว่า ได้ร่วมกันเร่งจัดเตรียมสถานที่เพื่อต้อนรับนายกฯอย่างเต็มที่ และรู้สึกดีใจที่น้ำหนองใหญ่ได้รับความสนใจ จนนายกฯมาตรวจเยี่ยม ซึ่งโครงการปรับปรุงฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองใหญ่นี้ ได้รับงบประมาณจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมประมาณ 40 ล้านบาท เพื่อขุดลอกเพิ่มพื้นที่จุน้ำ โดยเริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2557
       
               เดิมน้ำหนองใหญ่เป็นหนองที่มีความลึกมาก เป็นแหล่งน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตชาวบ้านอำเภอกระนวนมานาน แต่เนื่องจากไม่เคยได้รับการพัฒนา ทำให้เกิดการตื้นเขิน ทำให้การกักเก็บน้ำลดลง ขณะเดียวกันความต้องการใช้น้ำกลับมีมากขึ้น เพราะแหล่งน้ำหนองใหญ่เป็นแหล่งน้ำสำคัญที่ผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาค โดยป้อนให้กับเขตอำเภอกระนวน อำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น อำเภอหนองกุงศรี อำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ และอำเภอชื่นชม จังหวัดมหาสารคาม ทำให้น้ำจากหนองใหญ่ไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค พอถึงหน้าแล้งน้ำแห้งขอดจนกลายเป็นสนามฟุตบอล
       
               แต่ในช่วง 2-3 ปีมานี้ เริ่มมีโครงการขุดลอกระยะแรกงบประมาณ 5 ล้านบาท ทำให้เห็นความแตกต่างมีระดับกักเก็บน้ำเพิ่มขึ้นบ้างเล็กน้อยแต่ยังไม่เพียงพอทำได้แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะพื้นที่ของหนองกว้างมากพื้นที่รวม 400 ไร่ และเมื่อได้งบประมาณจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเชื่อว่าน่าจะช่วยให้ระดับเก็บกักน้ำเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย แต่คงยังไม่เพียงพอเพราะความต้องการอุปโภคบริโภค รวมทั้งการขยายของการประปาส่วนภูมิภาคที่เพิ่มขึ้นด้วย ที่ผ่านมาต้องขอความร่วมมือจากชาวบ้านให้งดปลูกพืชการเกษตร เพื่อผลิตน้ำประปา โดยเฉพาะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ที่เกิดภาวะแล้งอย่างหนัก
       
               ขณะที่นายธีรภัทร ศรีสุพัฒน์ กำนันตำบลน้ำอ้อม อ.กระนวน บอกว่า แหล่งน้ำหนองใหญ่อยู่ในความดูแลของตำบลน้ำอ้อม แต่ประชาชนที่ได้ใช้น้ำจากแหล่งน้ำนี้มีแค่ 3 หมู่บ้านเท่านั้นคือบ้านหนองซา บ้านโนนสวรรค์และบ้านตาดทิพย์ ส่วนหมู่บ้านอื่นๆในตำบลน้ำอ้อมจะใช้น้ำประปาจากบาดาลที่เจาะใช้ในหมู่บ้าน นอกจากนี้การใช้น้ำเพื่อการเกษตร ชาวบ้านตำบลน้ำอ้อมไม่ได้ใช้เพื่อการเพาะปลูกเลย เพราะได้รับการร้องขอและห้ามปลูกพืชการเกษตร เพียงแต่ช่วงที่มีน้ำสามารถทำมาหาเลี้ยงชีพโดยการประมง เล็กๆน้อยๆเท่านั้น
       
               ที่ผ่านมาและจากนี้ไปชาวน้ำอ้อมได้ช่วยดูแลและรักษาแหล่งน้ำหนองใหญ่เป็นอย่างดี ไม่ละเมิดนำน้ำมาทำการเกษตรเพื่อที่จะมีน้ำเพื่อการประปา ซึ่งหวังว่านายกรัฐมนตรีจะให้ความสำคัญนอกจากโครงการขุดลอกนี้แล้ว จะมีงบประมาณเพื่อพัฒนาแหล่งน้ำนี้ให้ได้ขนาดและความจุกักเก็บน้ำมากขึ้น เพื่อจะได้แก้ปัญหาขาดแคลนน้ำประปาในช่วงแล้งไปได้อย่างถาวร 
       
               ด้านนายจีระศักดิ์ ศรีวีระนุรัตน์ รองนายกเทศมตรีเทศบาลกระนวน ซึ่งร่วมจัดสถานที่ต้อนรับนายกรัฐมนตรี บอกว่า หนองน้ำใหญ่เป็นแหล่งผลิตน้ำประปาแห่งเดียว ให้กับประชาชนในเขตเทศบาลเมืองกระนวน ทั้งหมด 4,000 ครอบครัว และยังมีพื้นที่อื่นๆ รวมถึงพื้นที่อำเภอและจังหวัดใกล้เคียง เนื่องจากในเขตอำเภอกระนวนไม่สามารถหาแหล่งกักเก็บน้ำได้อีกแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่หนองใหญ่ต้องได้รับการปรับปรุงพัฒนา โดยเฉพาะการขุดลอกตะกอนที่สะสมมายาวนาน รวมทั้งขุดหนองเพิ่ม ให้กักเก็บน้ำได้มากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำประปา ซึ่งชาวกระนวนประสบและเป็นปัญหาซ้ำซากมาโดยตลอด
       
               นายบัวลา ธุรธรรม ชาวบ้านตำบลหนองโก อ.กระนวน บอกว่า เมื่อรู้ว่านายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาที่อำเภอกระนวนและมาดูแลเรื่องการเตรียมการให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับผู้ประสบภัยแล้ง ก็รู้สึกดีใจจะมาต้อนรับด้วย เพราะเป็นครั้งแรกที่นายกรัฐมนตรีมาที่อำเภอกระนวน อยากให้นายกรัฐมนตรีช่วยหลายอย่างโดยเฉพาะน้ำ ไม่เคยพอใช้ ทุกปีต้องขอน้ำคนอื่นใช้ น้ำอาบก็ไปขอเพื่อนบ้านที่มีสระ ส่วนน้ำดื่มก็ขอน้ำบาดาลจากหมู่บ้านอื่นที่อยู่ใกล้เคียง
       
               นอกจากน้ำแล้ว ยังต้องการกให้นายกฯได้ช่วยเหลือด้านถนน เพราะถนนทางเข้าหมู่บ้านโซนนี้เล็กและแคบมาก บางเส้นถนนไม่เคยได้รับการปรับปรุงการพัฒนาที่เคยทำแล้วก็เป็นหลุมเป็นบ่อ ที่อยู่ลึกก็เป็นถนนลูกรัง

               ส่วนที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ชาวกาฬสินธุ์วอนนายกขยายพื้นที่ส่งน้ำเขื่อนลำปาวช่วยภัยแล้ง โดยนายสมาน ภูใบบัง อายุ 66 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามในตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นเกษตรกรผู้ที่ใช้น้ำจากเขื่อนลำปาว กล่าวว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านในตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์อย่างน้อย 70 % ยึดอาชีพเลี้ยงกุ้งก้ามกรามและทำนา ซึ่งบางพื้นที่อาศัยน้ำฝนตามฤดูกาล แต่ส่วนใหญ่จะใช้น้ำจากเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์เป็นหลัก แต่ที่ผ่านมาทุกๆปีเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามกลับต้องประสบปัญหาทั้งภัยแล้งและภัยหนาว

               โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้งน้ำไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงและการเปลี่ยนถ่ายน้ำในบ่อกุ้ง ทำให้น้ำเกิดเน่าเสีย กุ้งขาดออกซิเจน เนื่องจากทางเขื่อนมักจะปิดน้ำซ่อมคลองในช่วงหน้าแล้งเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศร้อนทำให้กุ้งล้มตายไปจำนวนมาก บางรายกุ้งน๊อกตายยกบ่อ ประกอบกับพันธุ์ลูกกุ้งและหัวอาหารแพง ทำให้ปัจจุบันเหลือเกษตรกรที่ยึดอาชีพเลี้ยงกุ้งก้ามกรามอยู่ไม่ถึง 20 % หรือประมาณ 100 รายเท่านั่น เพราะทนกับภาวะขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้งและทนแบกรับภาระเลี้ยงกุ้งขาดทุนไม่ไหว

               อย่างไรก็ตามทราบว่าพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. พร้อมคณะจะเดินทางมาตรวจสถานการณ์น้ำเขื่อนลำปาวในวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ ในนามตัวแทนเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามจึงอยากให้มีการบริหารจัดการส่งน้ำให้กับเกษตรกรของเขื่อนลำปาวใหม่ โดยเฉพาะการปิด-เปิดน้ำซ่อมคลอง การเพิ่มคูและคลองส่งน้ำ เพื่อให้กระจายไปถึงกลุ่มผู้ใช้น้ำอย่างทั่วถึง แต่จะต้องดำเนินการซ่อมในช่วงที่ไม่กระทบกับเกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งและเกษตรกรที่ทำนา เพื่อให้เกษตรกรได้เลี้ยงกุ้ง สร้างรายได้ให้กับครอบครัว แก้ไขปัญหาระยะยาวต่อไป

               ขณะที่ นายประภาส ภูวงกต อายุ 60 ปี เกษตรกรชาวนาบ้านดงเมือง ตำบลลำพาน อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์  กล่าวว่า เขื่อนลำปาวถือเป็นเขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทยก่อสร้างขึ้นมาทำให้ประชาชนสามารถได้ใช้ประโยชน์จำนวนมาก แม้ที่ผ่านมาช่วงหน้าฝนมักจะเกิดปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ท้ายน้ำและหน้าแล้งก็เกิดปัญหาภัยแล้งเกือบทุกปี แต่ต่อมามีการปรับปรุงใหม่ให้สามารถกักเก็บน้ำเพิ่มขึ้น จากเดิมจุได้ 1,430 ล้านลบ.ม.เพิ่มเป็น 1,980 ล้าน ลบม.ถือเป็นผลดีต่อเกษตรกร

               แต่ปัจจุบันการส่งน้ำให้กับเกษตรกรทำการเพาะปลูกข้าวก็ยังไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะการทำนาปรังช่วงหน้าแล้ง มีเกษตรกรหลายรายไม่สามารถปลูกข้าวนาปรังได้ เนื่องจากไม่มีน้ำและไม่ทั่วถึง ทำให้เกษตรกรเสียโอกาส ดังนั้นจึงอยากให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการจัดระบบหรือปรับปรุงการจัดส่งน้ำของเขื่อนลำปาวใหม่ ขยายพื้นที่ส่งน้ำเพิ่มขึ้น หรือเพิ่มจำนวนสายคลองส่งน้ำให้มากขึ้น โดยเฉพาะการส่งน้ำในช่วงหน้าแล้ง เพราะชาวบ้านในตำบลลำพานส่วนใหญ่มีอาชีพทำนาเป็นหลัก มีรายได้จากการทำนาปีและนาปรัง

               "ยังอยากเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งรัดการจ่ายเงินโครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ทำนาปี 1 ไร่ 1,000 บาท เนื่องจากปัจจุบันมีการจ่ายเงินล่าช้าไม่ทันต่อความต้องการของเกษตรกรที่จำเป็นต้องใช้เงินในการจ้างแรงงานค่าแรงในการเก็บเกี่ยวผลผลิต ทำให้ต้องไปกู้ยืมเงินมาเหมือนเดิม นอกจากนี้กรณีรถเกี่ยวข้าวที่รัฐบาลกำหนดให้คิดค่าจ้างไร่ละไม่เกิน 600 บาทนั้น ปัจจุบันไม่มีผู้ประกอบการรถเกี่ยวข้าวเข้ามาเกี่ยวข้าวให้กับเกษตรกร เนื่องจากไม่คุ้มทุน ทำให้ผลผลิตข้าวเสียหายเก็บเกี่ยวไม่ทัน ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วย เพราะหากปล่อยไว้จะไม่ใช่เป็นการคืนความสุขให้ประชาชน แต่กลับเป็นการคืนความทุกข์ให้กับประชาชน"  นายประภาส กล่าว
 

ประวิตรไม่ห่วงยันจนท.ตร.-ทหารรับมือได้

                เมื่อเวลา15.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์ สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม  กล่าวถึง การดูแลรักษาความปลอดภัยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการลงพื้นที่จ.ขอนแก่นและจ.กาฬสินธ์ ว่า นายกฯสามารถเดินทางลงไปได้ทุกพื้นที่ เพราะไม่ได้มีความขัดแย้งกับใคร ไปที่ไหนก็เหมือนกัน นายกฯเดินทางลงพื้นที่ครั้งนี้จะไปดูเรื่องปัญหาภัยแล้ง นายกฯเป็นคนไทยจะลงพื้นที่ใดหรือภาคไหนก็ได้ เวลานี้นายกฯเข้ามาเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและต้องการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นกับคนในชาติและวางโรดแม็พไว้แล้วว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อเดินทางโรดแม็พที่วางไว้ ขณะนี้ก็เดินตามโรดแม็พดังกล่าว


                “ผมดูแล้วไม่น่ามีปัญหาอะไร นายกฯไม่มีศัตรูที่ไหน ในพื้นที่มีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารสามารถดูแลความปลอดภัยได้” พล.อ.ประวิตร กล่าว