ข่าว

‘พิมพ์’พิมพ์ขวัญ‘ปีนผา’เช็กพลังกล้าม

‘พิมพ์’พิมพ์ขวัญ‘ปีนผา’เช็กพลังกล้าม

20 พ.ย. 2557

ขอเวลานอก : ‘พิมพ์’ พิมพ์ขวัญ ‘ปีนผา’ เช็กพลังกล้าม : เรื่อง กอบแก้ว แผนสท้าน /ภาพ ศุภกฤต คุ้มกัน

 
              สำหรับพิมพ์ซึ่งมีคาถาประจำตัวว่า "ต้องได้ ต้องได้" ก็จะพยายามขึ้นไปให้ได้ เมื่อเราขึ้นไปจนถึงจุดบนสุดเมื่อไหร่ มันคือเราสำเร็จและสิ่งนี้คือพิมพ์ก็นำมาใช้ทั้งในเรื่องการเรียนและงานที่โรงพยาบาล พอเจออุปสรรคเมื่อไหร่ มักบอกตัวเองเสมอว่า ต้องทำได้ ต้องทำได้
 
               จากความประทับใจในวัยเด็กเมื่อครั้งเดินทางท่องเที่ยวกับครอบครัวไปบนเรือครุยส์แล้วได้เล่นปีนป่าย "ผาจำลอง" เล่นกับเพื่อนๆ มาวันนี้ในวัย 25 ปีทายาทลูกสาวคนโตของ นพ.ประจักษ์-วราภรณ์ บุญจิตต์ พิมล เจ้าของโรงพยาบาลนวมินทร์และคลินิกในเครือ "พิมพ์" พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล เลือกให้กีฬาชนิดดังกล่าวเป็นกิจกรรมยามว่างสุดโปรด ด้วยว่าการพิชิต "ยอดผาจำลอง" ในแต่ละครั้งนั้นเป็นการรีเช็กพลังกล้ามเนื้อแขนขา อันเป็นความภูมิใจของเจ้าตัว
 
              "ตอนเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่พาไปเที่ยวเรือล่องในมหาสมุทรเมดิเตอร์เรเนียน เป็นเรือลำใหญ่มากเหมือนอยู่ในโรงแรมเลย มีกิจกรรมต่างๆ ให้ทำมากมาย และหนึ่งในนั้นก็มีกิจกรรมปีนผาจำลองด้วย เราก็ไปปีนเล่นทุกวันกับน้องๆ ก็เลยติดใจ พอโตขึ้นกลับมาลองปีนอีกครั้งก็ยังคงรู้สึกสนุกมากเหมือนเดิม จึงปีนผาเรื่อยๆ มา ส่วนสถานที่ก็มีหลายแห่ง อย่างแถวๆ สุขุมวิทก็มีแต่ตอนนี้กำลังปิดปรับปรุง ส่วนที่ใกล้ๆ บ้านรามอินทราก็มีอยู่ในห้างสรรพสินค้าสะดวกดี ส่วนที่ Rock Domain Climbing Gym เพิ่งมาเล่นได้ไม่นานเพราะบ้านเพื่อนอยู่แถวนี้ ถ้ามีเวลาว่างมักจะมาเล่นอาทิตย์ละครั้งสองครั้ง เรียกว่า สะดวกที่ไหนก็ไปที่นั่น" ว่าที่ดอกเตอร์ สาขาสาธารณสุขศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในชุดเตรียมพร้อมสำหรับทำกิจกรรมไต่ระดับความสูงบอกเล่าเรื่องราวขณะเดียวกันก็ยืดเส้นยืดสายวอร์มกล้ามเนื้อไปด้วย
 
              โดยบุคลิกเป็นคนชอบออกกำลังกายและชอบกิจกรรมแอดเวนเจอร์มาก โดยเฉพาะอย่างหลังติดอยู่ที่ครอบครัวไม่สนับสนุนแถมยังโดนคำสั่งห้ามเด็ดขาด "สาวหน้าหวาน" จึง (แอบคุณพ่อคุณแม่) มาเล่น "ปีนผาจำลอง" เพราะตอบโจทย์เรื่องการสร้างกล้ามเนื้อได้ตามความต้องการและไม่ขัดใจผู้ปกครอง (มาก) เท่าไหร่ ด้วยว่ามีระบบเซฟตี้ดีพร้อมทั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยไว้บริการ เทรนเนอร์ไว้คอยแนะนำคอยสอนการปีนหน้าผาอย่างถูกวิธี
 
              "เป็นคนชอบเรื่องสุขภาพความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออยู่แล้ว จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ชอบการปีนผา เนื่องจากเป็นกีฬาที่ต้องใช้พลังของกล้ามเนื้อจากแขนล้วนๆ ในการช่วยดึงตัวขึ้นไปจากจุดหนึ่งสู่อีกจุดหนึ่ง ในขณะที่แขนต้องดึงตัว ขาก็มีส่วนต้องช่วยดันตัวให้ก้าวขึ้นไป เป็นอะไรที่สนุกและท้าทายมากๆ เพราะปกติหญิงมักจะไม่ค่อยเล่นอะไรพวกนี้ แต่พิมพ์ชอบเพราะจะได้ฝึกกล้ามเนื้อส่วนบนของร่างกายให้แข็งแรงมากขึ้น ปกติเล่นฟิตเนสอยู่แล้ว ทุกครั้งที่เล่นปีนผาเสร็จ พอกลับไปบ้านกล้ามเนื้ออักเสบทุกครั้งเลย กล้ามเนื้ออักเสบนี่แปลว่าดีนะคะ เพราะกล้ามเนื้อเราได้สร้างให้มากขึ้นมันทำลายกล้ามเนื้อเก่าเพื่อสร้างกล้ามเนื้อใหม่ที่ดีกว่า" สาวหัวใจแอดเวนเจอร์คอนเฟิร์มว่าเป็นอะไรที่ดีต่อสุขภาพ
 
              สำหรับคนทั่วไปอาจจะเห็นว่าหน้าผาเดิมๆ เมื่อปีนได้ผ่านแล้ว จึงไม่น่าจะเสน่หาและท้าทายให้อยากกลับมาปีนป่ายครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไม่มีท่าทีว่าจะเบื่อหน่ายทั้งยังสร้างความเมื่อยล้าให้ร่างกายไม่น้อยในแต่ละครั้ง เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผอ.ฝ่ายการตลาดระหว่างประเทศ รพ.นวมินทร์ มีคำตอบ
 
              "แน่นอนว่าผาจำลองอันเดิม แต่ ถ้านักปีนผาจริงๆ จะรู้ว่าในหนึ่งผานั้นมีหลายจุดหลายสเต็ปให้ปีนได้แทบไม่ซ้ำกัน ตั้งแต่ระดับง่ายๆ สังเกตได้จากจุดสำหรับเท้าเหยียบมีตำแหน่งใกล้ๆ กัน และเป็นจุดใหญ่ จากนั้นก็ขยับสเต็ปขึ้นไปเรื่อยๆ โดยการวางจุดเหยียบให้เล็กลงซึ่งมีระยะห่างออกไป ทำให้การปีนขยับความยากขึ้นตามลำดับ ผู้เล่นต้องจิกขาต้องใช้กล้ามเนื้อน่องมากขึ้น เพื่อให้เกาะอยู่ตรงผนังให้ได้ สำหรับตัวพิมพ์เองยังถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกล้ามเนื้อส่วนบนของพิมพ์ไม่ได้แข็งแรงเท่ากล้ามเนื้อขาซึ่งเป็นผลมาจากการวิ่งวันละ 10 กิโลเมตรทุกวัน แต่ด้วยวิธีที่ถูกต้องใช้กล้ามเนื้อแขนดึงขึ้นไป และถ้าใช้ได้ทั้งแขนและขามันก็จะแอดวานซ์มากขึ้น นี่กำลังอยู่ในขั้นตอนการเทรนด์ให้แอดวานซ์ คืออยากเอาดีด้านนี้ ในที่นี้หมายถึงเวลาเล่นกับกลุ่มเพื่อนที่เล่นเก่ง มันก็เหมือนเป็นแรงบันดาลใจให้เราเองก็อยากจะเก่งเหมือนเขา" สาวนักปีนให้เหตุผล
 
              เมื่อถามถึงสิ่งที่ได้รับนอกเหนือไปจากความท้าทายและการได้ทำในสิ่งที่ชอบ ผู้บริหารหน้าใสวัยเบญจเพส เล่าด้วยใบหน้าไม่ปิดบังความภาคภูมิใจว่า ได้สมาธิ ได้ใช้ความพยายาม ได้ใช้กล้ามเนื้อ และที่สำคัญได้วัดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อตัวเองด้วยว่ายังฟิตอยู่ไหม
 
              "ที่ปีนผานี้เพราะต้องการเช็กว่ากล้ามเนื้อเราแข็งแรงแค่ไหน ถ้าเรายิ่งปีนขึ้นไปจนถึงจุดข้างบนสุดได้ มันเป็นการวัดได้ว่ากล้ามเนื้อเราแข็งแรง เรารู้สึกได้ด้วยตัวเอง ถ้าใครที่ปีนขึ้นไปถึงในเวลาอันรวดเร็วได้ถือว่าแข็งแรงมากๆ ขณะเดียวกันผลพลอยได้จากการปีนผาจำลองคือเรื่องสมาธิ เพราะถ้าไม่เช่นนั้นอาจจะหลุดร่วงลงมาก็ได้ อีกเรื่องคือ ความพยายาม บางครั้งปีนขึ้นไปได้แค่กลางทางหมดแรงเป็นคนอื่นอาจจะยอมแพ้แต่สำหรับพิมพ์ซึ่งมีคาถาประจำตัวว่า "ต้องได้ ต้องได้" ก็จะพยายามขึ้นไปให้ได้ เมื่อเราขึ้นไปจนถึงจุดบนสุดเมื่อไหร่ มันคือเราสำเร็จและสิ่งนี้คือพิมพ์ก็นำมาใช้ทั้งในเรื่องการเรียนและงานที่โรงพยาบาล พอเจออุปสรรคเมื่อไหร่ มักบอกตัวเองเสมอว่า ต้องทำได้ ต้องทำได้" สาวเก่งเจ้าของปริญญาโทสองใบให้คำตอบพร้อมกับเล่าว่าเธอให้เวลากับการปีนผาครั้งละประมาณ 2 ชั่วโมง เล่นบ้าง นั่งคุยชิลชิลบ้าง
 
              ในฐานะที่ผ่านการปีนป่ายผาจำลองมานาน "พิมพ์" พิมพ์ขวัญ มีคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยในขณะที่ใบหน้าพราวไปด้วยเหงื่อเม็ดโตหลังจากโชว์ความฟิตของพลังแขน-ขามาสองรอบ ว่า เกมกีฬาปีนผาใช่ว่าแค่มีใจก็จะไปแตะจุดสูงสุดได้ ร่างกายต้องพร้อมด้วย
 
              "เพราะการปีนผาแต่ละครั้งเหนื่อยมาก ร่างกายต้องพร้อมอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเรื่องการนอน กินอาหารครบทุกมื้อ ดื่มน้ำอย่างเพียงพอ อีกอย่างต้องมีเจ้าหน้าที่คอยเซฟตลอดเวลา ถ้าเราไม่ไหวจริงๆ อย่าฝืน ไม่เช่นนั้นอาจหล่นลงมาได้  ถ้ารู้ว่าแรงเรามีแค่นี้ ก็ลงมาพัก มานั่งกินน้ำก่อนก็ได้ ต้องรู้ร่างกาย รู้ลิมิตตัวเอง บางทีอากาศร้อน คนที่นอนน้อยไม่ควรปีนเลย หน้ามืดมาก ตอนนั้นมากับเพื่อนนอนไปแค่ 4 ชั่วโมง วันนั้นมึนหัวมากจะเป็นลม รู้ตัวเลยว่าไม่รอดแน่ๆ เพราะถ้าตกลงมาอันตรายมาก อีกอย่างเจ้าหน้าที่เซฟตี้ก็ต้องแข็งแรงมากกว่าผู้เล่นด้วย คือ พร้อมจะรับน้ำหนักของเราได้ นอกจากนี้มีอีกช่วงที่ต้องระวัง คือตอนขาลงต้องลงในท่าที่ถูกต้อง ค่อยๆ ยันหน้าผาลงมาอย่าปล่อยให้ตัวรูดลงมาเพราะอาจกระแทกกับหน้าผาได้ " ผู้บริหารเจนฯ สองของโรงพยาบาลปิยมินทร์กล่าวฝากทิ้งท้ายก่อนจะขอตัวกลับไปเช็กความฟิตของกล้ามเนื้ออีกครั้ง