
'ประยุทธ์'เสียใจอุบัติเหตุฮ.ตก
18 พ.ย. 2557
'ประยุทธ์' เสียใจ ฮ.ตก ระบุเป็นอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิด เพิ่มค่าครองชีพขรก.ผู้น้อยไม่ใช่ประชานิยม ลั่นเป็น 'นายกฯ' ก็มีสิทธิส่วนบุคคล
18 พ.ย. 57 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า เมื่อเวลา 09.00 น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สวมเสื้อผ้าไหมสีม่วงทรงพระราชทาน ซึ่งเป็นสีของทหารเสือราชินี เป็นประธานในการประชุม ซึ่งวันนี้เป็นการย้ายห้องประชุมจากตึกสันติไมตรี มาประชุมที่ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ 1 ที่มีปัญหาเรื่องราคาของการตรวจสอบชุดไมโครโฟนที่นำมาติดตั้งช่วงก่อนหน้านี้ และมีการตรวจสอบ และพลเอกประยุทธ์ ได้สั่งการให้ถอดไมโครโฟนดังกล่าวออกไป และมีการตรวจสอบโดยคณะกรรมการตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐ (คตร.) ไม่พบการทุจริต แต่อย่างไรก็ตามในการประชุม ครม.วันนี้ เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนได้ขึ้นไปบันทึกภาพ หรืออินเสิร์ทภาพก่อนการประชุมแต่อย่างใด
ทั้งนี้ก่อนเริ่มการประชุม พลเอกประยุทธ์ ได้ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนในการก่อสร้างอาคารเฉลิมพระเกียรติ ฯ โรงพยาบาลพระมงกุฎ ที่มีคณะแพทย์และพยาบาลมายืนรับบริจาค รวมทั้งพลเอกประยุทธ์ ยังได้ร่วมติดเข็มสัญลักษณ์รณรงค์ยุติความรุนแรง ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) นำดารานักแสดงมาเป็นผู้ติดเข็มให้กับนายกฯ ด้วย โดยภายหลังการติดเข็ม พลเอกประยุทธ์ ได้พูดคุยกับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พัฒนาสังคม ฯ ว่า เข็มนี้ช่วยรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อครอบครัวและสตรี จากนั้นพลเอกประยุทธ์ ได้หันมาทางกลุ่มสื่อมวลชนแล้วก็กล่าวต่อว่า "ก็อยากให้สื่อมวลชนช่วยยุติความรุนแรงด้วยนะ" และจากนั้นพลเอกประยุทธ์ ก็ขึ้นประชุมทันที
ส่วนบรรยากาศรักษาความปลอดภัยในการประชุม ครม.ยังคงเข้มงวดตามปกติ โดยห้ามรถยนต์ที่ไม่เกี่ยวข้องจอดบริเวณรอบๆ ตึกบัญชาการ 1 และตึกบัญชาการ 2 รวมทั้งยังนำแผงเหล็กมากั้นจำกัดพื้นที่ในการทำข่าวของสื่อมวลชน ไม่ให้เข้าประชิดตัวนายกฯ และรัฐมนตรี ที่มาประชุมแต่อย่างใด
'ประยุทธ์' เสียใจอุบัติเหตุ ฮ.ตก
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. แถลงภายหลังประชุม ครม.ถึงเหตุเฮลิคอปเตอร์ รุ่นเบลล์ 212 ตกที่ อ.เมือง จ.พะเยา เมื่อวันที่ 17 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งมีรองแม่ทัพภาค 3 และคณะ เสียชีวิต 9 นาย ว่า ตนเสียใจกับเรื่องนี้ ไม่อยากให้มีการสูญเสียในลักษณะนี้อีก เรื่องดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น นักบินก็ไม่อยากให้เกิด ส่วนช่างเครื่องก็ตรวจเครื่องยนต์อยู่แล้ว จึงต้องตรวจสอบสาเหตุอีกครั้งว่าเกิดเพราะอะไร ทั้งนี้ตนได้พูดคุยกับ พล.อ.อุดมเดช สีตะบุตร ผบ.ทบ.เรียบร้อยแล้วว่า ให้ดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิต ตามหลักการสิทธิ์ ทั้งเงินบำเหน็จ บำนาญ การส่งเสียบุตรที่ยังเรียนหนังสือ ก็ดูแลหมด เพราะทั้ง 9 คน เป็นทรัพยากรที่มีค่าของกองทัพบก ส่วนประเด็นที่บอกว่า เฮลิคอปเตอร์รุ่นดังกล่าว เป็นรุ่นเก่า ก็ยอมรับ แต่ทุกประเทศก็ใช้รุ่นนี้ และยังมีที่เก่ายิ่งกว่านั้น คือ รุ่นเอชยูเอช ดี ซึ่งเป็น ฮท.1 อายุ 30-40 ปี ก็ยังบินได้อยู่ โดยเราซ่อมแซม และเปลี่ยนเครื่องยนต์ต่างๆ ให้ใช้การได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เรากำลังจัดหาเครื่อง และมีแผนในการจัดหา แต่เมื่อมีงบประมาณที่จำกัด ไม่ได้งบ ก็ต้องใช้ของเก่าไปเรื่อยๆ เพื่อเอามาทดแทน ฮท.1 ก่อน จากนั้นจึงจะหามาแทนรุ่น 212 ซึ่งรุ่นนี้ดีกว่า ฮท.1 ก็ยังตก ทุกอย่างมีโอกาสได้เมื่อเท้าพ้นพื้น
แจงเพิ่มค่าครองชีพข้าราชการผู้น้อยไม่ใช่ประชานิยม
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงการพิจารณาขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ว่า ได้มีการเห็นชอบในหลักการแล้ว แต่ไม่ใช่การเพิ่มเงินเดือน แต่เป็นการเพิ่มค่าครองชีพ หากใครรายได้ไม่ถึง 10,000 บาท เช่น รายได้ที่เดือนละ 9,000 บาท อย่างเช่น พลทหาร ก็เพิ่มอีก 1,000 บาท เป็น 10,000 บาท เป็นการเพิ่มค่าครองชีพ นอกจากนี้ผู้ที่มีเงินเดือนไม่ถึง 13,000 บาท ก็จะเพิ่มค่าครองชีพให้ถึง 13,000 บาท แต่ก็ไม่เท่าผู้ที่มีรายได้ 15,000 บาท ซึ่งใช้เม็ดเงินที่มีอยู่แล้ว ทั้งนี้ถือว่าจะต้องดูแลข้าราชการชั้นผู้น้อย ไม่เฉพาะทหารเท่านั้น เพราะที่ผ่านมาเราได้ดูแลเกษตรกรชาวนา ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการทำประชานิยม แต่ที่ผ่านมา ไม่ได้มีการขึ้นเงินเดือนมาเป็นเวลานาน และไม่สามารถขึ้นเงินเดือนได้ จึงให้เป็นการเพิ่มค่าครองชีพอย่างน้อย 500 - 1,000 บาท ไม่ได้มาก
เป็น 'นายกฯ' ก็มีสิทธิส่วนบุคคล มีสิทธิ์ปกป้องสิทธิ์ตัวเอง
พล.อ.ประยุทธ์ แถลงข่าวภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม ครม.ถึงกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ทหารไปกดดันผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ว่า "ผมไม่เคยพูดว่ากดดันนะ ไม่มีใครกดดัน ไปพูดคุยกับผู้บริหารดีๆ มันกดดันตรงไหน เขียนให้มันดีๆ หน่อย"
เมื่อถามอีกว่า กรณีที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เรียกร้องให้ทบทวนประกาศ คสช.ฉบับที่ 97 และ 103 เนื่องจากกระทบสิทธิเสรีภาพการทำงานสื่อ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ผมไม่ทบทวน"
จากนั้นผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่บริษัทเอกชนซื้อที่ดินของบิดาของ พล.อ.ประยุทธ์ ในราคา 600 ล้านบาท พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามเสียงแข็งว่า "ไม่ใช่เรื่องของคุณเลยนะ เอ้า คนอื่นถามมา ไม่มีเรื่องอื่นที่ประเทืองปัญญากว่านี้หรืออย่างไร"
เมื่อถามว่า มีร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดจากเทคโนโลยีเจริญพันธุ์ เข้าที่ประชุม ครม.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ยังไม่มี กำลังปรับแก้กันอยู่ เรื่องบางเรื่องอย่าเพิ่งเอาไปเป็นอารมณ์ ถ้ายังไม่ออกมา ก็อย่าเพิ่งพูด มันเป็นการหารือเท่านั้น บางทีบางกระทรวงแค่เตรียมคุยเรื่องกฎหมาย ก็ไปเอามาพูด ก็ตกใจกันไปหมด มันต้องเข้า ครม.ก่อน หากทักท้วงก็ต้องนำกลับไปแก้ใหม่ หลายเรื่องพอกลับไปแล้ว ก็นำกลับเข้ามาใหม่ ใจเย็นๆ อะไรที่จะเกิดผลกระทบให้คนไม่พอใจมันก็ต้องมีบ้าง เพียงแต่ว่าเป็นคนส่วนใหญ่ หรือคนส่วนน้อย คนมีรายได้มาก หรือรายได้น้อย เราก็ต้องลดความเหลื่อมล้ำ ให้ความเป็นธรรม ดูแลคนรายได้น้อย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เชื่อมโยงกับต่างประเทศ เพราะฉะนั้นเวลาคิดนั้นให้คิดโยงกันทั้งหมด อย่าไปคิดทีละชิ้น มันจะไปไม่ได้ มันจะค้านไปหมด ติดประเด็นไปหมด พูดเรื่องประเทศชาติ วกกลับมาเรื่องบริษัทเอกชนซื้อที่ดิน มันเรื่องอะไรของคุณ ผมไม่เข้าใจ"
เมื่อผู้สื่อข่าวย้อนถามว่า กรณีที่บริษัทเอกชนที่ซื้อที่ดิน มีการก่อตั้งเพียง 7 วัน ก่อนการซื้อขายเท่านั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ก็ไปถามบริษัทเขาสิ ถามบริษัทเขานู้น"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในตอนท้ายของการสัมภาษณ์ ซึ่งใช้เวลานาน 16 นาที ซึ่งผู้สื่อข่าวได้สอบถามมติ ครม.ที่สนใจ จนผู้สื่อข่าวเว้นช่วงถามคำถามนาน พล.อ.ประยุทธ์ จึงกล่าวขึ้นมาเองว่า "ในประเทศ คือ ในประเทศ ส่วนตัว คือ ส่วนตัว ประเทศชาติ คือ ประเทศชาติ เอาอย่างนี้แล้วกัน มันจะได้ไม่หงุดหงิดใส่กัน ขอร้องนะ ถ้าคนไม่พยายามละเมิดซึ่งกันและกันเนี่ย มันก็โอเค สิทธิส่วนบุคคลผมมีอยู่นะ ไม่ใช่ผมเป็นนายกฯ แล้วจะยังไงกับผมก็ได้ ไม่ใช่ ผมก็เป็นประชาชนนะ ผมก็มีสิทธิ์ปกป้องตัวเองเหมือนกัน โอเคไหม"
ยังไม่เคาะตั้งทีมคุยสันติภาพ
พล.อ.ประยุทธ์ แถลงภายหลังประชุม ครม.ถึงสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ ว่า ในเร็วๆ นี้ตนจะเดินทางไปประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อเดินหน้าทุกอย่างต่อไป โดยเชื่อว่าไม่มีปัญหาอะไร
เมื่อถามว่า นายกฯ ได้ลงนามแต่งตั้งทีมพูดคุยสันติภาพ เรียบร้อยแล้วหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยัง ต้องเดินทางไปคุยกับเขาในฐานะผู้อำนวยความสะดวกก่อนว่าเห็นชอบร่วมกันอย่างไร ทางเราจะตั้งใคร เขาจะตั้งใคร หากเราเสนอไปแล้วฝ่ายเขาไม่เห็นด้วย ก็นำมาทบทวนกัน ทุกอย่างไม่มีร้อยเปอร์เซนต์ เพราะต้องมีการพูดคุยกันก่อน ส่วนทางมาเลเซียเขามีบทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้สองฝ่ายมาเจอกันเท่านั้น ไม่ใช่คนกลางประสานพูดคุยแก้ปัญหา
พบนักธุรกิจเยอรมันที่ทำเนียบฯ
พล.อ.ประยุทธ์ เปิดโอกาสให้คณะนักธุรกิจเยอรมัน เข้าเยี่ยมคารวะที่ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล โดยก่อนการหารือ พลเอกประยุทธ์ กล่าวถึงการเข้าเยี่ยมคารวะของคณะนักธุรกิจเยอรมัน ว่า คณะนักธุรกิจเยอรมัน มาเพื่อสอบถาม และให้ตนอธิบายถึงการพัฒนาของประเทศไทยต่อไปในอนาคต เพื่อจะร่วมการค้า และการลงทุน ซึ่งทุกประเทศก็ให้ความสนใจประเทศไทยอยู่แล้ว เพราะเห็นว่าบ้านเมืองสงบ และอยากให้ตนยืนยันว่า สถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อไป และจะไปสู่โรดแม็พอย่างไร ซึ่งตนจะชี้แจงกับคณะนักธุรกิจโดยเฉพาะความต้องการของประเทศไทยว่า อยากให้ร่วมลงทุนในเรื่องใดเป็นพิเศษ และอะไรคือกฎระเบียบการค้าที่เราเปลี่ยนแปลงไปแล้วบ้าง สิทธิประโยชน์ รวมถึงความเชื่อมั่น และความมีเสถียรภาพของรัฐบาล ซึ่งตนจะยืนยันว่า จะรักษาผลประโยชน์ของเขาเสมอ เพื่อให้ลงทุนในบ้านเรามากขึ้น
ถก 5 ฝ่ายวันนี้ แค่สอบถามการทำงาน เล็งตรวจการบ้านปฏิรูป 11 ด้าน
พล.อ.ประยุทธ์ แถลงภายหลังประชุม ครม.ถึงการนัดพูดคุย 5 ฝ่าย คือ ครม. คสช. สปช. สนช. และกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ไม่มีอะไร ตนจะกล่าวเปิดประชุม และแสดงความยินดีในการพบปะกันครั้งแรก และเปิดให้ประธาน สนช.รายงานการทำงาน ว่ามีอุปสรรคปัญหาอะไร การดำเนินงานคืบหน้าอย่างไร มีข้อสงสัยในการออกกฎหมายอย่างไรบ้าง นอกจากนั้นจะพูดคุยถึงความคืบหน้าเรื่องการปฏิรูป 11 ด้าน และการทำงานของกมธ. 16 คณะ ส่วนตนจะตอบคำถามเรื่องใดเร่งด่วน และตอบโรดแม็พการทำงานของรัฐบาล และให้ความเห็นเมื่อมีการสอบถามตนมาก็เท่านั้น
ผ่าน กม.มรดก คาด 6 เดือนใช้ได้
เมื่อเวลา 14.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงร่าง พ.ร.บ.ภาษีการรับมรดก พ.ศ. ... ว่า วันนี้ก็มีการพิจารณาและหารือกัน และตนมอบหมายรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายชี้แจง เพราะผูกพันกับภาษีมรดก ภาษีการให้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม
พลเอกประยุทธ์ กล่าวอีกว่า จากที่ตนฟังหลักการในที่ประชุม ครม. สมมติว่าสามีโอนให้ภรรยา ก็ไม่ต้องเสียภาษี และมีหลายขั้นตอนจำนวนมาก หากจะอธิบายคงใช้เวลา 15 นาที ทั้งนี้ยืนยันว่า ครม.มีการหารือกันอย่างดี และเรื่องนี้เป็นเรื่องของการดูแลซึ่งกันและกัน คนที่มีภาษีมรดก ก็ต้องเห็นใจคนที่มีรายได้น้อยกว่า คนที่มีรายได้น้อยกว่า ก็จะเห็นว่ามีความพยายามที่จะช่วยเหลือกันอยู่แล้ว เงินก็ไม่ได้มาก ซึ่งคณะกรรมาธิการก็คงจะพิจารณาต่อ
"เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ อย่าต่อต้านกันนักเลย เราก็พยายามดูรายละเอียดกันอยู่แล้ว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม วันนี้ก็มีการคุยกันว่า ลูกของเกษตรกรที่มีไร่นาจะทำกันยังไง ถ้าไม่มีเงินสดไปเสียภาษี จะทำยังไง พ่อจะให้ที่นากับลูก จะต้องขายที่นาไปจ่ายภาษีหรือไม่ เราคิดไว้หมด แต่มันมีข้อยกเว้นเยอะแยะไป ใจเย็นน่าใจเย็น ก็ต้องใช้เวลาอีกนาน"
นายกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า คาดว่ากฎหมายฉบับนี้จะใช้เวลา 6 เดือน โดยแบ่งเป็น 3 เดือนพิจารณาใน สนช. และอีก 3 เดือนนับจากประกาศใช้แล้ว ก็ต้องนับไปอีก 90 วัน ถึงจะใช้ได้โดยประมาณ อย่างไรก็ตามขอย้ำว่า อย่ากังวล เพราะทุกเรื่องที่คิด เน้นที่คนรายได้น้อยเป็นหลัก แต่ต้องให้ความเป็นธรรมด้วย
ครม.ตีกลับร่าง พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ
พลเอกประยุทธ์ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ ที่มีการเสนอใน ครม.ว่า ในที่ประชุมมีการนำเสนอเข้ามา แต่มีหลายอย่างต้องปรับแก้ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และชอบธรรม
เมื่อถามว่า ต้องแก้ในส่วนไหนบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้ที่มีพูดกัน คือ เรื่องสถานที่ เวลา และให้เพิ่มเติมกรณีถ้าหากว่าเมื่อมาชุมนุมแล้ว ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะมีอำนาจในการทำอะไรได้แค่ไหนในกรณีที่ขัดขืน เพราะเรื่องนี้เป็นความขัดแย้ง เราก็ไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบ
"ผมคิดว่ามีความจำเป็น เพราะว่าต่างชาติเขาก็มีประท้วง ไม่ว่ากันหรอก แต่เขาไม่ได้ระดมกันมาขนาดนี้ มันไม่ใช่ ไม่ได้ บ้านเมืองมันเสียหาย"
เห็นชอบแผนร่วมมือ 'จีน' ทำรถไฟรางคู่
พลเอกประยุทธ์ แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า วันนี้กระทรวงคมนาคมเสนอแผนพัฒนาระบบรถไฟรางคู่เข้ามา เพื่อดำเนินการจัดทำทางรถไฟใหม่ โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้มีความร่วมมือกันระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน ซึ่งเรื่องรถไฟเป็นเรื่องที่มีความเชื่อมโยงภูมิภาคที่เราต้องการเชื่อมโยงไปสู่อนาคตในเส้นทางที่วางแผนไว้ก็มีหลายเส้นทาง เท่าที่มีการพูดคุยกับหลายประเทศ ก็มีหลายประเทศที่สนใจในแต่ละเส้นทาง โดยจีนสนใจเส้นทาง 1435 จากหนองคายลงมามาบตาพุด ซึ่งเป็นความร่วมมือแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ซึ่งที่ประชุมก็ให้ความเห็นชอบ และต่อไปจะมีการตกลง และหารือกันในรายละเอียดอีกครั้ง ซึ่งจะดำเนินการให้เร็ว
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ไทยกับจีนมีความร่วมมือระหว่างกันด้วยดีที่มีความร่วมมือกัน 2 เรื่อง อีกเรื่อง คือ เรื่องที่จีนจะซื้อผลผลิตทางการเกษตรของไทยจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นของขวัญคนไทย และโอกาสครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูตที่มีต่อกันมา 40 ปี แต่ส่วนนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องของรถไฟแต่อย่างใด



