
มท.สั่งตรวจเข้มสถานบริการป้องเหตุช่วงปีใหม่
18 พ.ย. 2557
มท.กำชับทุกจังหวัดเข้มตรวจสอบอาคารสถานบริการ-สถานบันเทิง ป้องกันอุบัติภัยซ้ำรอยช่วงปีใหม่
18 พ.ย.57 ที่กระทรวงมหาดไทย นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของทุกปี จะมีประชาชนเป็นจำนวนมากเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการจัดกิจกรรมรื่นเริงในอาคารสถานที่ต่างๆ เช่น โรงแรม สถานบริการ และสถานบันเทิง หากเกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้เช่นเดียวกับกรณีสถานบริการ “ซานติก้า” และอาคารนั้นไม่มีระบบความปลอดภัยเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดก็อาจก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นอย่างมาก เพื่อเตรียมความพร้อมในการป้องกันมิให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน หากเกิดเพลิงไหม้ในอาคารสถานที่ กระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดดำเนินการ ควบคุมดูแลความปลอดภัยของสถานบริการ ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร โดยควบคุมดูแลให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานบริการที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 200 ตารางเมตรขึ้นไป และมีการตรวจสอบสภาพอาคาร
สำหรับกรณีที่สถานบริการบางแห่งที่อาจมีสภาพไม่ปลอดภัย ให้ทางจังหวัดมอบหมายเจ้าหน้าที่ของสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดำเนินการตรวจสอบสถานบริการดังกล่าว เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดต่อประชาชนที่จะเข้าใช้อาคาร รวมทั้งควบคุมดูแลให้อาคารที่อาจมีประชาชนเข้าไปชุมนุมอย่างหนาแน่นในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติมาเที่ยวหรือพักอาศัย นอกจากนั้นขอให้ดำเนินการปรับปรุงระบบความปลอดภัยด้านอัคคีภัยให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารอย่างเคร่งครัด และหากมีการฝ่าฝืนกฎหมายให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายดังกล่าว เพื่อเป็นการป้องกันอย่างรัดกุม
"เพื่อเป็นการป้องกันการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนจากเหตุอัคคีภัยในอาคารสถานประกอบการต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากนายจ้าง และเจ้าของสถานประกอบการในการปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดด้วย" ปลัด มท. กล่าวและว่า นอกจากนี้ขอให้เพิ่มความระมัดระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการปล่อยปะละเลย ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้องดังกล่าวซึ่งอาจก่อให้เกิดความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ขึ้นได้
มท.จัดประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามประเมินผลการบริหารงานบุคคล ‘อปท.’
ที่กระทรวงมหาดไทย นายจรินทร์ จักกะพาก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย โดยสำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (สนง. ก.ถ.) สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ก.ถ.) ได้ดำเนินการโครงการติดตามประเมินผลการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ประจำปีงบประมาณ 2558 ตามแผนการพัฒนาและส่งเสริมมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมให้อปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถใช้ระบบการติดตามประเมินผลการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น นำไปประเมินผลองค์กรของตน เพื่อพัฒนาระบบให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ นำไปสู่ระบบการบริหารงานบุคคลที่พึงปรารถนา โดยจะดำเนินการส่งเสริมและให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ “การติดตามประเมินผลการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น” แก่บุคลากรของอปท. ให้ครอบคลุมพื้นที่ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ กระทรวงมหาดไทยจึงได้จัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามประเมินผลการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประจำปีงบฯ 58 ขึ้น ซึ่งเป็นการจัดครั้งที่ 1 ในพื้นที่ภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 17-18 พ.ย.นี้ ที่โรงแรมโฆษิตฮิลล์ อ.เมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์ โดยมีนายปริญญา นาคฉัตรีย์ ประธาน ก.ถ. เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมดังกล่าว ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุม 200 คน ประกอบด้วย ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบงานด้านการบริหารงานบุคคลของอปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ จ.เพชรบูรณ์ จ.พิจิตร จ.นครสวรรค์ และจ.พิษณุโลก
รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ ครั้งนี้ มท.ได้รับเกียรติจากนายปริญญา นาคฉัตรีย์ ประธาน ก.ถ. บรรยายพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางและนโยบายการดำเนินงานของ ก.ถ.” และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น แนะนำและให้ความรู้เกี่ยวกับ “นโยบายการพัฒนาข้าราชการส่วนท้องถิ่น” และ “การติดตามประเมินผลการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น” รวมทั้งมีการจัดประชุมกลุ่มย่อย เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ระบบการติดตามประเมินผล ตลอดจนการวินิจฉัยข้อหารือการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ระเบียบและข้อกฎหมายสำคัญที่จะต้องยึดถือและนำไปใช้ในการปฏิบัติงานอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ยังได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ปัญหาอุปสรรค และแนวทางแก้ไข อีกทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายในการทำงานร่วมกัน เพื่อให้การบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นมีมาตรฐานเดียวกัน และเป็นธรรม เพื่อประโยชน์ของบุคลากรท้องถิ่นและประโยชน์สุขของประชาชนในท้องถิ่นต่อไป
-------------------------------------------
(ภาพแฟ้มข่าว)



