
สร้างเขื่อนกันน้ำท่วมกลางฟุตบาท
19 พ.ย. 2557
เปิดซองส่องไทย : สร้างเขื่อนกันน้ำท่วมกลางฟุตบาท : โดย...ลุงแจ่ม
ผมมีเรื่องร้องเรียนขอให้ลุงแจ่มประสานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ สำนักงานเขตบางขุนเทียน ให้เข้ามาแก้ไขโดยด่วน จากในภาพเป็นทางเท้าในซอยพระรามสอง 50 เขตบางขุนเทียน ห่างจากปากซอยประมาณ 500 เมตร มีร้านค้าบริเวณนี้ก่อสร้างเขื่อนปูนกลางฟุตบาท
คาดว่าน่าจะก่อสร้างตั้งแต่เมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี พ.ศ.2554 แต่ปัจจุบันปี พ.ศ.2557 แล้ว ยังไม่มีการทุบทิ้งออกไป ทำให้ประชาชนที่ต้องสัญจรบนทางฟุตบาทตรงนี้ ได้รับความลำบากมากเป็นอย่างมาก ผ่านมาหลายปีแล้ว ทำไมสำนักงานเขตบางขุนเทียนเจ้าของพื้นที่จึงไม่ทราบ และปล่อยให้เป็นแบบนี้ได้อย่างไร รบกวนลุงแจ่มช่วยเป็นสื่อกลางให้ที
ประพจน์
ตอบ
นายธนาชิต ชูติกาญจน์ หัวหน้าฝ่ายโยธา สำนักงานเขตบางขุนเทียน ชี้แจงว่า ได้เข้าไปตรวจสอบแล้ว บริเวณที่มีการร้องเรียนมีร้านค้า ร้านขายอาหารตามสั่ง ตั้งเรียงรายตลอดแนว จากการสอบถามเจ้าของร้านต่างๆ ให้ข้อมูลว่าเขื่อนปูนดังกล่าวเป็นการสร้างขึ้นเมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ปีพ.ศ.2554 จริง แต่สาเหตุที่ยังไม่รื้อออกทั้งๆ ที่เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ผ่านไปแล้วนั้น เป็นเพราะซอยพระรามสอง 50 เกิดน้ำท่วมขังทุกครั้งที่เกิดฝนตกหนัก รถที่สัญจรผ่านมักใช้ความเร็ว ทำให้เกิดน้ำทะลักเข้าไปในร้านค้า ทำให้ได้รับความเดือดร้อน ทรัพย์สินเสียหาย เนื่องจากร้านค้าตั้งอยู่ต่ำกว่าฟุตบาท เขื่อนดังกล่าวจึงป้องกันน้ำท่วมเข้าร้านค้าได้ จึงมีความเห็นร่วมกันว่ายังไม่รื้อออก
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายได้แจ้งให้ทราบถึงความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 เนื่องจากฟุตบาทเป็นทางสาธารณะ ห้ามมิให้นำสิ่งใดตั้ง วาง กีดขวางโดยเด็ดขาด และแจ้งให้เจ้าของร้านดังกล่าวรื้อเขื่อนปูนออกทั้งหมด หากไม่ปฏิบัติตามจะออกคำสั่งทางปกครองและดำเนินการเอาผิดตามกฎหมายต่อไป
หัวหน้าฝ่ายโยธา สำนักงานเขตบางขุนเทียน บอกว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างให้เวลาเจ้าของร้านรื้อถอน หากพ้นระยะเวลาที่กำหนด ฝ่ายจะเข้าดำเนินการรื้อเขื่อนปูนออกเอง โดยเจ้าของร้านต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ลุงแจ่ม
สามี(ตัวดี)ทิ้งหนี้ไว้ให้
ดิฉันมีเรื่องเกี่ยวกับบัตรเครดิตของสามีค่ะ คือว่าดิฉันแต่งงานและจดทะเบียนกับสามี ซึ่งสามีเองมีหนี้บัตรเครดิตอยู่หลายใบมาก ดิฉันไม่เคยรับรู้เรื่องเกี่ยวกับบัตรเครดิตของสามีเลย เนื่องจากเราแยกกันอยู่มาประมาณ 3 ปีแล้ว และล่าสุดสามีก็เพิ่งเสียชีวิตไป ปรากฏว่า หลังจากสามีเสียชีวิต มีใบทวงหนี้มากมายส่งมาที่บ้านดิฉัน แล้วก็มีโทรศัพท์จากบริษัททวงหนี้มาด้วย น่าจะเป็นเพราะสามีให้เบอร์ที่บ้านดิฉันเป็นที่ติดต่อ แรกๆ ดิฉันก็รับแล้วบอกว่า สามีเสียชีวิตไปแล้ว แต่ผู้ที่โทรมาไม่ยอมรับฟัง บอกว่า ดิฉันต้องใช้หนี้แทน ช่วงหลังเลยไม่อยากรับ
พร้อมกันนั้นก็มีจดหมายจากเจ้าหนี้บางรายให้ไปขึ้นศาล โดยจะมีขึ้นศาลของเจ้าหนี้รายแรกประมาณกลางเดือนหน้า ดิฉันเลยอยากทราบว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ดิฉันต้องรับผิดชอบหนี้แทนสามีด้วยเหรอคะ แล้วต้องไปขึ้นศาลด้วยเหรือเปล่า เพราะหนี้สินที่เกิดขึ้นดิฉันไม่เคยรับรู้ด้วยเลยค่ะ
ขอความกระจ่างด้วย
ชุติมา
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน อาจารย์ชลธิชา สมสอาด คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า ถ้ามีคนโทรมาทวงหนี้ คุณก็แจ้งไปเลยว่า สามีคุณเสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งเจ้าหนี้ทั้งหลายเมื่อรู้อย่างนี้ ถ้าเป็นหนี้จำนวนไม่มากเจ้าหนี้ก็มักจะไม่ตาม เพราะไม่คุ้ม แต่ถ้าเป็นหนี้ยอดจำนวนมาก ส่วนใหญ่เจ้าหนี้จะตามเช็กว่าลูกหนี้ซึ่งก็คือสามีของคุณ มีทรัพย์สินอะไรที่เป็นมรดกทิ้งไว้บ้าง เจ้าหนี้ก็จะต้องไปตามจากส่วนนั้น และไม่มีสิทธิ์ที่จะมาตามเก็บหนี้เอาจากคุณ
เรื่องการรับมรดกนั้น หลังจากสามีเสียชีวิตแล้ว ถ้าไม่มีสินสมรสก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามีสินสมรสก็ต้องแบ่งสินสมรสออกเป็นสองส่วนก่อน โดยเป็นของคุณส่วนหนึ่ง อีกส่วนเป็นของสามี และส่วนของสามีนี่เองที่จะกลายเป็นมรดกที่ทายาทจะต้องรับไป แต่ก่อนที่แบ่งทรัพย์สินให้ทายาทรับไป ถ้าเจ้าหนี้ตามสืบจนพบและรู้ว่าสามีคุณมีมรดกอะไรทิ้งไว้ให้บ้าง ก็ต้องนำไปใช้หนี้ให้แก่เจ้าหนี้ให้หมดก่อน ที่เหลือผู้รับมรดกจึงได้รับ
แต่ถ้าไม่มีมรดกทิ้งไว้ให้เลย เจ้าหนี้ก็ไม่มีสิทธิ์จะมาตามทวงเอากับคุณ เพราะคุณไม่ใช่ลูกหนี้ ทางที่ดีก็ควรจะไปตามที่ศาลนัดเพื่อแจ้งให้ศาลทราบว่า สามีคุณเสียชีวิตแล้ว และเจ้าหนี้ก็จะได้รับทราบด้วย เพราะถ้าไม่ไปศาล ศาลก็จะพิจารณาจากฝ่ายเดียว หลังจากนั้นเจ้าหนี้ก็จะมาตามทวงหนี้เอาจากมรดกของสามีดังที่กล่าวมาข้างต้น
ลุงแจ่ม



