
'ประวิตร'เมินเลิกประกาศคสช.97-103
17 พ.ย. 2557
'ประวิตร' เมินยกเลิกประกาศ คสช. 97-103 ระบุมีคณะกรรมการดูแล ไม่ต้องมาบอก ขอโอกาสให้รัฐบาลทำงาน ปัดอนุญาตพรรคการเมืองประชุม โอดเดี๋ยวนี้คนไม่อยากฟัง 'นายกฯ' แล้ว
17 พ.ย. 57 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่ทหารเข้าไปขอความร่วมมือกับองค์กรสื่อต่างๆ ในการนำเสนอข่าวที่กระทบต่อการปฏิรูปประเทศ ว่า ขณะนี้รัฐบาล และ คสช.กำลังดำเนินการเพื่อให้ประเทศเกิดความปรองดอง สิ่งใดที่ทำให้เกิดความไม่ปรองดอง หรือเกิดความแตกแยก เราก็ไม่อยากให้ทำ อยากขอให้พัก และรอไว้ก่อน ขณะนี้เรามีสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในการดำเนินการเรื่องนี้ ซึ่งทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เคยบอกไว้แล้วว่า ขอให้รอ 1 ปี ซึ่งเป็นไปตามโรดแม็พที่ คสช.และรัฐบาลกำลังเดินตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน เพราะฉะนั้นตนก็ไม่ทราบว่า จะเร่งรีบไปไหน รัฐบาลชี้แจงมาโดยตลอด โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงทุกวันศุกร์ว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังทำอะไรและ คสช.กำลังทำอะไร ตนไม่เห็นว่าจะมีอะไรตรงไหนที่ทำให้เกิดความไม่พอใจ และเกิดความแตกแยกขึ้น ดังนั้นอะไรที่จะทำให้ประชาชนเกิดความไขว้เขว และสับสน จะต้องไม่ทำ ทั้งสื่อ และทุกหน่วยงาน
"จุดนี้ต้องให้รัฐบาล และ คสช.ได้ทำงาน ขณะนี้กำลังแก้ปัญหาทุกอย่างที่ผ่านมา ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาความมั่นคง กำลังทำให้เกิดความปรองดอง ไม่ให้เกิดความแตกแยก เรากำลังแก้หมดทุกอย่าง เพราะฉะนั้นต้องเห็นใจ การที่จะทำให้ประชาชน หรือหน่วยงานไขว้เขว ต้องไม่ทำ ผมไม่ต้องบอกว่า สิ่งใดล่อแหลม หรือไม่ล่อแหลม ไม่ต้องอธิบาย เพราะทุกคนต้องเข้าใจ รัฐบาล และ คสช.ไม่ได้ดำเนินการนอกเหนือจากกฎหมาย และรัฐธรรมนูญ ผมอยากให้ทุกคนฟังนายกฯ พูด เพราะถ้าไม่ฟังก็ไม่รู้"
ผู้สื่อข่าวถามว่า โอกาสที่องค์กรสื่อเรียกร้องยกเลิกประกาศ คสช. ฉบับที่ 97 และ 103 พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาล และ คสช.กำลังทำงานอยู่ จะให้ไปยกเลิกอะไร สิ่งใดที่เห็นว่าสามารถผ่อนปรนได้ ก็จะดำเนินการเอง คสช.มีคณะกรรมการ และเจ้าหน้าที่ ดูแลสถานการณ์ตลอด ไม่จำเป็นต้องมาบอก นายกฯ รู้ดีว่าช่วงเวลาไหนควรดำเนินการอย่างไร
เมื่อถามว่า ทางพรรคการเมืองต้องการให้ลดระดับกฎอัยการศึกลง เพื่อให้พรรคการเมืองสามารถประชุมกันได้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า พรรคการเมืองก็เช่นกัน เราเปิดโอกาสให้มี สปช.และทำไมไม่ไปสมัคร เราเปิดดำเนินการให้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับการปฏิรูป ยอมให้ทุกเรื่องแล้ว ทำไมต้องไปทำอะไรที่ขัดต่อกฎหมาย ตนไม่เข้าใจ เมื่อเปิดรับสมัคร สปช.ก็ไม่มาสมัคร ให้เข้ามาชี้แจงก็ไม่มา อยากจะทำอะไรก็เสนอ สปช.ได้ เขาพร้อมจะดูแลทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะให้พรรคการเมืองจัดประชุมพรรค เพื่อนำข้อมูลไปเสนอต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ข้อมูลเขียนเมื่อไหร่ก็ได้ และก็ส่งไป ไม่จำเป็นต้องรวมตัวกัน 200-300 คน ตนเชื่อว่า หัวหน้าพรรคมีศักยภาพพอ ทางเราก็ไม่ได้ห้ามหัวหน้าพรรค ถ้ามีความสามารถในการเขียนหนังสือได้ ก็ทำได้หมด
เมื่อถามว่า ดูสภาพความมั่นคงภายในประเทศขณะนี้อย่างไร หลังจาก คสช.เข้ามาบริหารประเทศเกือบ 6 เดือน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนเห็นว่าบ้านเมืองก็มีความสงบ ทุกอย่างถ้าทำไปตามกฎหมาย และทำตามที่ คสช.และรัฐบาล แนะนำ มันก็ไม่มีอะไร ขอให้ฟังนายกฯ ที่ทำงานเหนื่อย และพูดทุกวันศุกร์ ตนอยากให้ทุกคนฟัง เพราะเดี๋ยวนี้คนที่ฟัง ก็ไม่อยากฟังอีกแล้ว สมัยก่อนก็ว่าพูดดี นายกฯ อุตส่าห์ทำงานทุกอย่าง การทำงานนี่เพิ่งผ่านมา 4-5 เดือน ขอเวลาอีกไม่นาน พอรัฐธรรมนูญเสร็จ ก็ว่ากันไปเลย"
เมื่อถามย้ำว่า ดัชนีความสุขของคนไทยขณะนี้เป็นอย่างไร พล.อ.ประวิตร ย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า "แล้วคิดว่าดีหรือไม่ ถ้าผู้สื่อข่าวเห็นว่าดี ก็ดี" ขณะที่ผู้สื่อข่าวตอบไปว่า ก็พอไปได้ ทำให้ พล.อ.ประวิตร มีน้ำเสียงที่อ่อนลง
'นายกฯ' ยังไม่ตั้งทีมงานเจรจาสันติภาพ
พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะเดินทางไปเยือนประเทศมาเลเซีย ว่า การเดินทางไปครั้งนี้ ได้มีการเตรียมข้อมูลทั้งหมด แต่ขณะนี้ยังไม่ได้มีการจัดตั้งทีมงานเพื่อเดินทางไปพูดคุยสันติภาพกับประเทศมาเลเซีย ซึ่งกำลังพิจารณาว่าจะแต่งตั้งใครที่มีความเหมาะสม
ส่วนกรณีที่ทางสาธารณรัฐประชาชนจีน เรียกร้องให้ไทยส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ทางจีนและทางไทยจะต้องมาตกลงกันว่า หากทางอุยกูร์ คืนสัญชาติแล้ว จะดำเนินการอย่างไรต่อไป และที่มีความเป็นห่วงว่าหากชาวอุยกูร์ กลับไปประเทศจีนแล้ว จะไม่ได้รับความปลอดภัยนั้น ทางประเทศจีนรู้ว่าต้องดำเนินการอย่างไร เพราะเขาเป็นประเทศมหาอำนาจ
ตรวจเยี่ยม 'บก.ทบ.'
เมื่อเวลา 10.30 น. พล.อ.ประวิตร พร้อมด้วย พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผบ.ทหารสูงสุด และผู้แทนผบ.เหล่าทัพ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมกองทัพบก โดยมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมในฐานะ ผบ.ทบ.พร้อมคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพบก ให้การต้อนรับ จากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้ตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ พร้อมสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ที่ห้องพระบารมีปกเกล้าฯ ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์กองทัพบกเฉลิมพระเกียรติ และประกอบพิธีถวายสักการะวางพานพุ่มพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ก่อนเข้ารับฟังบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงาน และมอบนโยบายการปฏิบัติงานให้กองทัพบก
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า วันนี้ได้มอบนโยบายในเรื่องการดูแลสถาบันสูงสุดของประเทศ ที่ต้องสร้างความปรองดองให้กับประเทศ และคนในชาติ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพกำลังพล พัฒนายุทโธปกรณ์ของกองทัพ ให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งกองทัพบกได้ดำเนินการอยู่แล้ว และให้กองทัพบกสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งเรื่องนี้ทางกองทัพบกได้ดำเนินการอย่างดีมาโดยตลอด เพราะกองทัพบกเป็นหน่วยหลักที่ต้องดูแลความมั่นคงทั้งภายนอก และภายในประเทศ โดยเฉพาะตามแนวชายแดนที่ได้จัดวางกองกำลังต่างๆ ในการดูแลเรื่องยาเสพติด เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน นี่คือภารกิจที่กองทัพบกต้องรับผิดชอบ
ส่วนในเรื่องการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพบกนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ มีการดำเนินการเป็นระยะๆ ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ไม่ใช่ว่าอยากได้ตอนไหนก็จัดซื้อได้ทันที กองทัพมีการวางแผนตามกรอบของนโยบายในการจัดซื้อจัดหา เพื่อพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์อยู่แล้ว ว่าจะพัฒนากองพล-กองทัพ อย่างไร ฉะนั้นไม่ต้องห่วงในเรื่องนี้



