ข่าว

เก็บซากMH17พื้นที่ยึดครองกบฏยูเครน

เก็บซากMH17พื้นที่ยึดครองกบฏยูเครน

17 พ.ย. 2557

เจ้าหน้าที่เริ่มเก็บซากชิ้นส่วนเครื่องบิน MH17 ในพื้นที่ยึดครองของฝ่ายกบฎยูเครนแล้ว

 
               17 พ.ย.57 เจ้าหน้าที่ค้นหาภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่สืบสวนของเนเธอร์แลนด์และองค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป หรือ OSCE เริ่มเก็บซากเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777 เที่ยวบิน MH17 ของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ในพื้นที่ยึดครองของฝ่ายกบฎ ทางตะวันออกของยูเครน ซึ่งเป็นเวลา 4 เดือนแล้ว หลังจากเครื่องบินถูกยิงตก และคาดว่าปฏิบัติการครั้งนี้จะใช้เวลาหลายวัน ส่วนซากเครื่องบินได้ถูกลำเลียงขึ้นรถไฟ ก่อนจะขนส่งลงเรือไปยังเมืองคาร์คีฟที่อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลยูเครน เพื่อทำการตรวจสอบหาสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตก ก่อนจะส่งไปให้เนเธอร์แลนด์
 
               ผู้โดยสารและลูกเรือ 298 คน ที่เดินทางจากอัมสเตอร์ดัมไปยังกัวลาลัมเปอร์ เสียชีวิต หลังเครื่องบินถูกยิงตกในพื้นที่ยึดครองของฝ่ายกบฎในยูเครน เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ซึ่งยูเครนและตะวันตก ประนามว่าเป็นการโจมตีโดยขีปนาวุธชนิดพื้นผิว-สู่-อากาศของฝ่ายกบฎที่รัสเซียหนุนหลัง
 
               ขณะเดียวกัน ได้มีการเผยแพร่คลิปวิดิโอล่าสุด ที่ถ่ายโดยช่างภาพสมัครเล่นที่ใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกไว้ในช่วงไม่นานหลัง MH17 ถูกยิงตก ซึ่งอาจจะเป็นวิดิโอแรกที่บันทึกได้หลังเกิดเหตุ ที่แสดงให้เห็นซากเครื่องบินกำลังถูกไฟลุกไหม้อยู่กลางทุ่งของหมู่บ้านฮราโบฟ โดยมีควันดำขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นมาจากจุดเกิดเหตุ ขณะที่ชาวบ้านพากันวิ่งไปมุงดู และมีเสียงถามหานักบินด้วย ซึ่งมีนัยยะสำคัญ เนื่องจากในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันนี้ มีเครื่องบินทหารของยูเครนถูกยิงตกหลายลำ และนักบินมักจะถูกจับไปเป็นเชลย
 
               ปฏิกิริยาของชาวบ้านในวิดิโอ ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานว่า พวกเขาคิดว่า เครื่องบินของยูเครนถูกยิงตกอีกลำหนึ่งแล้ว และมีเสียงชายคนหนึ่งพูดในทำนองสงสัยว่า เครื่องบินที่ถูกยิงตกน่าจะมีมากกว่า 1 ลำ เพราะมีซากกระจายเป็นจำนวนมาก ก่อนที่คนที่อยู่รอบๆ ชายผู้นี้ จะรีบบอกกับเขา มีแค่ลำเดียวเท่านั้นที่ตก
 
               เจ้าของภาพ ซึ่งเป็นชาวบ้านในหมู่บ้าน ได้ขอร้องไม่ให้เปิดเผยชื่อของเขา ส่วนวิดิโอ ได้รับการรับรองแล้วว่าเป็นของจริง และทราบสถานที่เกิดเหตุแล้วและสอดคล้องกับรายงานของสื่ออิสระอย่างสำนักข่าว AP
 
 
 
 
 
--------------------------------------
 
 
(ภาพ : AFP ,EPA)