ข่าว

'เรืองไกร'จี้ป.ป.ช.เปิดมติไต่สวนคดีปรส.

'เรืองไกร'จี้ป.ป.ช.เปิดมติไต่สวนคดีปรส.

17 พ.ย. 2557

'เรืองไกร' จี้ 'ป.ป.ช.' เปิดมติไต่สวนคดี 'ปรส.' ใน 7 วัน ร้อง 'ประยุทธ์' ตรวจสอบการทำหน้าที่ ยกอดีตเตือนปิดกั้นสื่อระวังพัง

 
                               17 พ.ย. 57  ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทย เข้ายื่นหนังสือถึง นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อร้องขอให้ ป.ป.ช.เปิดเผยผลการไต่สวนข้อเท็จจริงของคดีที่เกี่ยวกับองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) และขอให้แถลงชี้แจ้งเพิ่มเติม 
 
                               1. ตามที่สำนักงาน ป.ป.ช. สรุปว่า คดี ปรส.ที่ ป.ป.ช.รับไว้ดำเนินการมี 6 เรื่อง โดยไต่สวนข้อเท็จจริงมีมติว่า ข้อกล่าวหาไม่มีมูล 3 เรื่อง ไม่ยกขึ้นพิจารณา 1 เรื่อง มีมูลความผิดทางวินัย 1 เรื่อง และมีมูลความผิดทางอาญา 1 เรื่อง ซึ่งเรื่องเหล่านี้มีผลความเสียหายต่อประเทศกว่า 1 ล้านล้านบาท จึงขอให้ ป.ป.ช.เปิดเผยการไต่สวนต่อสาธารณะ ภายในเวลาไม่เกิน 7 วัน เพื่อให้ประชาชนได้ทราบว่ามีการไต่สวนตั้งแต่เมื่อใด ใครเป็นผู้รับผิดชอบ และเหตุใด ป.ป.ช.จึงยกคำร้อง 
 
                               นายเรืองไกร กล่าวว่า 2. คดี ปรส.ทั้ง 6 เรื่อง เป็นคดีที่รับมาจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ใช่หรือไม่ โดยในคดีดังกล่าวมีการกล่าวหา นายชวน หลีกภัย ในฐานะนายกรัฐมนตรี ด้วยใช่หรือไม่ 3. คดี ปรส.ทั้ง 6 เรื่อง มีผู้ถูกกล่าวหาเป็นบริษัทต่างชาติหลายบริษัท ที่มีพฤติการณ์ร่วมกันทุจริต เช่น ขายทรัพย์สินกลุ่มสินเชื่อธุรกิจ BL19 - BL21 ในราคาขาดทุนหลายแสนล้านบาท และผู้ที่ประมูลทรัพย์สินไปในราคาต่ำยังมีการถูกกล่าวหา หลบหนีภาษีอีกหลายหมื่นล้านรวมอยู่ด้วย ใช่หรือไม่ 
 
                               นายเรืองไกร กล่าวว่า 4. มูลค่าความเสียหาย คดี ปรส.ถึงเดือนสิงหาคม 2557 ตามรายงานสำนักงานหนี้สาธารณะ จำนวน 1,083,438 ล้านบาท รวมอยู่ในการดำเนินคดีของ ป.ป.ช.มาตลอดหรือไม่ 5. เหตุใดไม่ปรากฏรายงานคดี ปรส.ในรายงานประจำปี 2554 ที่ ป.ป.ช.รายงานต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 6. ในการแถลงผลงานครบรอบ 8 ปี ป.ป.ช.มีการรายงานเรื่อง นายธารินทร์ นิมมานเหมินทร์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กับพวก รวม 10 คน ซึ่งดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เพียงคนเดียวนั้น จำนวนผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 10 คน ทำไมไม่ตรงกับข่าวที่ ป.ป.ช.แถลงวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
 
                               นายเรืองไกร กล่าวว่า 7. มูลค่าความเสียหาย คดี ปรส.ที่หายไป 1,083,418 ล้านบาท ป.ป.ช.ได้มีการเสนอแนะต่อรัฐบาลหรือไม่อย่างไร และความเสียหายจากคดีนี้ จะต้องเป็นหนี้ที่ประชาชนทั้งประเทศแบกรับต่อไปใช่หรือไม่ 8. จากที่ ป.ป.ช.มีมติเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2556 ว่า ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 มีมูลความผิดทางอาญา เหตุใดจึงเพิ่งมาฟ้องต่อศาลเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ทั้งที่บางคดี ป.ป.ช.มีการรีบฟ้องคดีตลอด
 
 
 
ร้อง 'ประยุทธ์' ตรวจสอบการทำหน้าที่ ป.ป.ช. 
 
 
                               นายเรืองไกร เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. โดยมีนายสุขสวัสดิ์ สุวรรณวงศ์ หัวหน้าฝ่ายประสานมวลชน ศูนย์บริการประชาชนสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับเรื่อง เพื่อให้ตรวจสอบการทำงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่ามีพฤติการณ์ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยปกปิดข้อมูลคดีคณะกรรมการขององค์การปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) หรือไม่
 
                               นายเรืองไกร กล่าวว่า คดี ปรส.ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายถึง 1.1 ล้านล้านบาท ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ซึ่งกระทรวงยุติธรรม โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งเรื่องมาให้ ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวน แต่กลับถูกยกคำร้อง หรือตัดทิ้ง โดยส่งเรื่องให้อัยการสั่งฟ้องนายมนตรี เจนวิทย์การ เลขาฯ ปรส. ในขณะนั้น เพียงคนเดียว จึงขอให้นายกฯ ใช้อำนาจตามประกาศ คสช. ที่ 63/2557 ดำเนินการสอบถามการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ว่าเป็นไปอย่างโปร่งใสหรือไม่ เนื่องจากในเรื่องดังกล่าว มีความเสียหายเป็นอย่างมาก แต่ ป.ป.ช.กลับไม่ส่งเรื่องให้มีการถอดถอนนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้บริหารรัฐบาลในขณะนั้น รวมถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เหมือนกับที่ส่งเรื่องถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
 
                               "คดีนี้จะหมดอายุความ ในวันที่ 30 พ.ย.นี้ ทำให้เกิดคำถามว่าทำไม ป.ป.ช.จึงไม่เปิดเผยข้อมูล โดยปล่อยเวลาให้ล่วงเลยมาจนถึงขณะนี้ จึงขอให้ คสช.ใช้มาตรา 44 เพื่อระงับยับยั้งไม่ให้คดีหมดอายุความ เพื่อให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ให้เกิดความกระจ่างก่อน" นายเรืองไกร กล่าวและว่า จากนี้ตนจะเดินทางไปยื่น รมว.ยุติธรรม เพื่อให้ตรวจสอบเรื่องคดี ที่มีบุคคลอื่นๆ เข้าไปเกี่ยวข้อง
 
 
 
ยกอดีตเตือนปิดกั้นสื่อระวังพัง
 
 
                               นายอำนวย คลังผา อดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้แนวทางการสร้างความสมานฉันท์ปรองดองของ คสช.ยังไม่เห็นผลสัมฤทธิ์ แม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. จะพูดเรื่องนี้อยู่ตลอด แต่ในทางปฏิบัติกลับสอบตก โดยเฉพาะการตั้ง สนช. และ สปช.ที่เต็มไปด้วยคู่ขัดแย้งทางการเมือง เนื่องจาก สนช.เร่งเร้าแต่การถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สร้างความขัดแย้งขึ้นมาใหม่ แทนที่จะไปทำเรื่องสำคัญให้ประเทศชาติ สำหรับพรรคการเมืองต่างๆ นั้นล้วนให้ความร่วมมือกับ คสช.ด้วยดีมาตลอด ดังนั้นควรยกเลิกข้อจำกัด เลิกกฎอัยการศึก ให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้ และเพื่อแสดงความคิดเห็นต่อการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 
 
                               ส่วนกรณีที่ คสช.เข้าไปแทรกแซงการทำงานของสื่อมวลชนนั้น ไม่อยากให้ คสช.ปิดกั้นสื่อที่เปรียบเหมือนกระจกสะท้อนการทำงานของรัฐบาล ต้องรับฟังเสียงติติงบ้าง ถ้าฟังแต่คำชมบ้านเมืองเสียหายแน่ ในอดีตรัฐบาลที่ปิดกั้นสื่อพังหมด วันนี้อย่าไปตึงอย่างเดียว อะไรผ่อนได้ก็ควรผ่อน นักท่องเที่ยวไม่มาบ้านเรา เพราะมีกฎอัยการศึก พรรคการเมืองก็ให้ความร่วมมือด้วยดีอยู่แล้ว มัวแต่กลัวนั่นกลัวนี่เกินไปทำให้สังคมอึดอัดใจ ตอนนี้กำลังร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก รัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน เขียนเพื่อประชาชน ดังนั้นต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนทุกฝ่ายแสดงความคิดเห็นได้