
จนท.จับพลทหารลอบขนยาบ้า1.6ล้านเม็ด
17 พ.ย. 2557
จับแล้ว! ตร.-ทหารสนธิกำลังล่าคนร้ายแต่งตัวพลทหารขนยาบ้า 1.6 ล้านเม็ด ได้แล้ว ขณะนี้ควบคุมตัวสอบสวนเพื่อขยายผลและตรวจสอบว่าเป็นพลทหารจริงหรือไม่
วันที่ 17 พ.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจังหวัดแพร่ ได้มีการสนธิกำลัง 3 ฝ่าย คือ ตำรวจ ทหารและปกครอง ปิดล้อมพื้นที่เพื่อจับกุมพลทหารวิชัย รักษ์คิรีเขต สังกัด ร.17 พัน 4 ที่ยังหลบหนีการจับกุม หลังจากรถที่ขับรถตู้ติดสติกเกอร์และทะเบียนปลอมเพื่อให้เข้าใจว่าเป็น รถของกองพลทหารราบที่ 7 โดยภายในรถได้บรรทุกยาบ้าและยาไอซ์มาด้วย ซึ่งรถเสียหลักพุ่งลงข้างทางหลังจากที่พยายามหลบหนีและขอตรวจค้นที่จุดตรวจแพร่ธรรมาราม หมู่ 10 ต.แม่จั๊วะ อ.เด่นชัย จ.แพร่
ต่อมาเมื่อเวลา 21.00 น.วันที่ 16 พ.ย.พ.ต.อ.ประยูร ชำนาญคง ผกก.สภ.เด่นชัย เปิดเผยว่า การไล่ล่าจับกุมพลทหารวิชัย รักษ์คิรีเขต เริ่มที่จุดตรวจแพร่ธรรมารม ตีวงโอบล้อม จุดที่ชาวบ้านพบ พลทหารวิชัย ที่บริเวณโรงเรียนสอนคนตาบอดสันติจินตนา พร้อมกับสะพายเป้สีดำ แต่ล่าสุดชาวบ้านพบว่าได้เปลี่ยนชุดเป็นชุดสีดำ สภาพร่างกายเปียกน้ำและยังจับกุมตัวไม่ได้ ขณะนี้ได้สนธิกำลังระหว่างตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครอง เข้ามาโอบล้อมปิดล้อมพื้นที่เป็นวงกว้างถึง 5 กม.ซึ่งภารกิจนี้จะดำเนินการต่อเนื่องจนกว่าจะจับกุม พลทหารวิชัย ได้
ส่วนการนับจำนวนยาบ้า ที่ ภ.จว.แพร่ ปรากฏว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 1.6 ล้านเม็ด และพบว่าในกระสอบมียาไอซ์ หนักถึง 150 กก.รวมอยู่ด้วย
รวบแล้วพลทหาร-น้องชาย ขนยาบ้า-ไอซ์
เมื่อเวลา 03.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำจุดตรวจดงยาง สภ.นาพูน หมู่ 7 ต.นาพูน อ.วังชิ้น จ.แพร่ ได้จับกุมพลทหารวิชัย รักษ์คิรีเขต ทหารสังกัด ร.17 พัน 4 ที่หลบหนีการจับกุม หลังจากที่ ขนยาบ้า 1.6 ล้านเม็ดและยาไอซ์ 150 กก.แต่พลทหารวิชัย สามารถหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ โดยหนีเข้าซ่อนตัวในป่าละเมาะในเขต ต.เด่นชัย อ.เด่นชัย จ.แพร่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครองสนธิกำลังปิดล้อมติดตามเพื่อจับกุมมาตั้งแต่เวลา 09.15 น.วันที่ 16 พ.ย.แต่พลทหารวิชัย สามารถหลบหนีการปิดล้อมก่อนที่จะมาถูกจับกุมที่จุดตรวจดงยาง
ทั้งนี้ภารกิจสนธิกำลังปิดล้อมยกเลิกเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมพลทหารวิชัย พร้อมกับน้องชาย อายุ 19 ปี โดยน้องชายได้นำรถจักรยานยนต์แบบช็อปเปอร์ไปรับพลทหารวิชัย ในพื้นที่ ต.เด่นชัย โดยใช้โทรศัพท์ในการติดต่อนัดหมายกัน แต่ด้วยความรีบร้อน พลทหารวิชัย กลับขอขับขี่จักรยานยนต์เอง พอไปถึง ต.นาพูน มีทางแยกไปลำปาง กับ สุโขทัย พลทหารวิชัย กลับขับไปทางจุดตรวจดงยาง ต.นาพูน อ.วังชิ้น ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมไปยัง จ.สุโขทัย ซึ่งความต้องการของพลทหารวิชัย ต้องการไปที่ จ.ลำปาง เพื่อไปยัง จ.พะเยา แล้วมุ่งกลับบ้านที่ จ.เชียงราย
ส่วนการหลบหนีการจับกุมของ พลทหารวิชัย ในพื้นที่ ต.เด่นชัย อ.เด่นชัย จ.แพร่ นั้น ใช้วิธีการเดินหนีไปตามแนวทางเดินของรถไฟ แล้วโทรศัพท์นัดแนะให้น้องชายมารับตรงจุดที่นัดหมายในพื้นที่ ต.เด่นชัย ก่อนจะขับจักรยานยนต์ไปถูกจับกุมพร้อมกับน้องชายที่จุดตรวจดงยาง หมู่ 7 ต.นาพูน อ.วังชิ้น ระยะทางระหว่าง ต.เด่นชัย อ.เด่นชัย กับจุดตรวจดงยาง ต.นาพูน อ.วังชิ้น ห่างกัน 50 กม. หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมแล้ว ได้นำตัวไปสอบสวนในที่เซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่งก่อนนำตัวไปสอบสวนที่ ภ.จว.แพร่ จะนำตัวไปทำแผนในที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ
พล.ต.ต.ภานุเดช บุญเรือง ผบก.ภ.จว.แพร่ เปิดเผยว่า การจับกุมยาบ้าและยาไอซ์ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นรายใหญ่ เฉพาะยาไอซ์เราเคยจับได้เมื่อปี 2556 ได้ 108 กก. ต้นปี 2557 ได้ 100 กก. จับได้ครั้งนี้ 150 กก.ถือว่าเป็นการการจับกุมได้จำนวนมากที่สุดในภาคเหนือในรอบ 15 ปี ขณะเกิดเหตุติดตามจับกุมพลทหารวิชัย ตนสั่งการให้จุดตรวจทุกจุดให้ออกมายืน เมื่อพบพลทหารวิชัย ตามรูปถ่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจจุดตรวจดงยาง จึงทำการจับกุมควบคุมตัวไว้ สำหรับยาเสพติดล็อตนี้มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ติดกับ จ.เชียงราย มูลค่ายาบ้า ประมาณ 256 ล้านบาท ยาไอซ์ 300 ล้านบาท



