
ชีวิตลิขิตเอง ของ แจ็ค หม่า
ชีวิตลิขิตเอง ของ แจ็ค หม่า : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับประภัสสร เสวิกุล
ถึงนาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก แจ็ค หม่า ชายผู้ได้ชื่อว่าร่ำรวยที่สุดในประเทศจีน หม่าเป็นเจ้าของ “อาลีบาบา” บริษัทจำหน่ายสินค้าทางเว็บไซต์ที่มีกิจการครอบคลุมพื้นที่ทั่วโลก แต่เชื่อหรือไม่ว่า ในตอนแรกที่มีความคิดเรื่องนี้ เขาไม่มีความรู้เรื่องการค้าแบบ อี-คอมเมิร์ซ ไม่เก่งกาจเรื่องคำนวณ ความสนใจเพียงสิ่งเดียวที่เขามีในเวลานั้นคือ ภาษาอังกฤษ และลงทุนปั่นจักรยานเป็นระยะทางไกลเพื่อไปฝึกภาษาอังกฤษทุกวัน จนสามารถใช้ได้คล่องแคล่ว และเมื่อเขาเผยความคิดที่จะตั้ง ”อาลีบาบา” เพื่อนฝูงแทบทุกคนไม่มีใครเห็นด้วย เพราะนอกจากจะไม่มีความรู้เรื่องอินเทอร์เน็ตแล้ว เขาก็ยังไม่มีเงินทุนด้วย มีเพียงคนเดียวที่บอกให้เขาลองดู และหากไม่ประสบความสำเร็จก็กลับไปทำงานอย่างเก่า
แจ็ค หม่า มีชื่อจริงว่า หม่า หยุน เป็นลูกชาวจีนจนๆ แต่สนใจในภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เล็ก เขาฝึกฝนภาษาอังกฤษด้วยตนเองตั้งแต่อายุ 12 ปี โดยทุกเช้าเขาจะขี่จักรยานเป็นเวลา 40 นาที เพื่อไปยังโรงแรมแห่งหนึ่ง เพื่อพูดคุยกับคนต่างชาติ และทำหน้าที่ไกด์เพื่อเพิ่มทักษะให้ตนเอง ชีวิตในวัยเด็กของเขาค่อนข้างจะมีปัญหา เพราะตัวเล็กกว่าเพื่อนจึงถูกล้อเลียนและกลั่นแกล้งอยู่เสมอ เขาไม่ใช่คนเรียนเก่ง และสอบเอนทรานซ์ไม่ติดถึง 2 ครั้ง กว่าจะสามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยครูหังโจวได้ เมื่อเรียนจบก็ออกมาเป็นครูอยู่ 5 ปี โดยได้รับเงินเดือนประมาณเดือนละ 500-600 บาท
โชคของเขามาถึง ใน พ.ศ.2538 เมื่อหม่ามีโอกาสได้ไปเป็นล่ามที่เมืองซีแอทเทิล สหรัฐอเมริกา ที่ซึ่งเขาได้มีโอกาสรู้จักกับอินเทอร์เน็ตเป็นครั้งแรก เมื่อเดินทางกลับประเทศจีน หม่าก็ทำสมุดโทรศัพท์หน้าเหลืองออนไลน์ ซึ่งมีรายชื่อบริษัทการค้าต่างๆ แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จมากนัก เพราะมีคู่แข่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติอย่าง อีเบย์ (eBay) แต่เขาก็ไม่ย่อท้อ ในปี 2542 เขาได้เปิดบริษัทอี-คอมเมิร์ซ “อาลีบาบา” ขึ้น ด้วยทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท ที่ลงทุนร่วมกับเพื่อนๆ และในปี 2546 หม่าก็เปิดเว็บไซต์ Taobao เพื่อสร้างธุรกิจออนไลน์ ซึ่งใช้งานได้ง่าย ตรงตามความต้องการของชาวจีน แต่ในระยะแรกแทบไม่มีกำไร เพราะอีเบย์ยังคงครองตลาดอยู่ มองในมุมกลับว่า ถ้าในมหาสมุทรมีฉลามอย่างอีเบย์อยู่แล้ว เขาก็จะต้องเป็นจระเข้ในแม่น้ำ ในที่สุดหม่าก็พบว่าความคิดของเขาถูกต้อง เพราะอีก 3 ปีต่อมา บริษัท Taobar ของหม่า ก็มีส่วนแบ่งทางการตลาดถึง 60 เปอร์เซ็นต์ และอีเบย์ก็ต้องถอนตัวจากจีนในปี 2546 ทำให้ “อาลีบาบา” กลายเป็นเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน ประมาณว่าไม่ต่ำกว่า 8 ล้านล้านบาท โดย แจ็ค หม่า ถือหุ้นอยู่ 7.3 เปอร์เซ็นต์ และถือหุ้นอีก 50 เปอร์เซ็นต์ ใน ออลเปย์ ซึ่งเป็นบริษัทชำระเงินออนไลน์ เขามีทรัพย์สินส่วนตัวประมาณ 6.6 แสนล้านบาท
และเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน (11.11) ปีนี้ ซึ่งเป็นวันคนโสดของจีน มีผู้สั่งซื้อสินค้าจาก “อาลีบาบา” เป็นมูลค่าถึง 3 แสนล้านบาท ซึ่งสูดสุดเป็นประวัติการณ์ของ อี-คอมเมิร์ซ
หากย้อนกลับไปเมื่อ 15 ปีที่แล้ว แจ็ค หม่า เช่าอพาร์ตเมนต์เล็กๆ ในเมืองหางโจวเปิดเป็นสำนักงานแห่งแรก โดยยึดหลักในการบริหารว่า “ลูกค้ามีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง รองลงไปคือพนักงาน และผู้บริหารอยู่อันดับสุดท้าย” ก็แทบจะเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่วันนี้ “อาลีบาบา” จากจระเข้ในแม่น้ำ กลายเป็นมังกรเจ้าสมุทร
แจ็ค หม่า มีคำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการว่า
1.มองหาโอกาสที่คนอื่นมองไม่เห็น เพราะนั่นคือโอกาสทองอย่างแท้จริง
2.จงให้พนักงานทำงานด้วยรอยยิ้ม
3.ลูกค้าคือสิ่งสำคัญที่สุดของการค้า
4.ปรับและเปลี่ยนตัวเอง ก่อนจะถูกเปลี่ยนแปลง
5.อย่ามุ่งมั่นแต่จะหากำไร
6.ใส่ใจดูแลลูกค้าขาประจำ มากกว่าดิ้นรนหาลูกค้าหน้าใหม่
7.สร้างทัศนคติที่ดี
แจ็ค หม่า เชื่อว่า การที่คนเรายากจนก็เพราะขาดความทะเยอทะยาน เขาให้เหตุผลว่า “ความทะเยอทะยานทำให้ชีวิตเรามีความหมาย เป็นเป้าหมายอันงดงามที่ชีวิตคนเราควรจะต้องมี ในโลกนี้มีเรื่องมากมายเกินจะคาดเดา และในโลกนี้ก็ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้เช่นกัน ความทะเยอทะยานของคนคนหนึ่งเป็นตัวกำหนดอนาคตของคนคนนั้น”
ครับ โลกยังมีโอกาสอีกมาก หากเรายังคงมีความทะเยอทะยานที่จะก้าวไปข้างหน้า



