ข่าว

ดัน 'สมุทรสาคร' พื้นที่ศก.พิเศษ แก้ปมแรงงานต่างด้าวเบ็ดเสร็จ

ดัน 'สมุทรสาคร' พื้นที่ศก.พิเศษ แก้ปมแรงงานต่างด้าวเบ็ดเสร็จ

16 พ.ย. 2557

ดัน 'สมุทรสาคร' พื้นที่ศก.พิเศษ แก้ปมแรงงานต่างด้าวเบ็ดเสร็จ

 
 
                          การให้การศึกษานับว่าเป็นสิ่งสำคัญ รวมทั้งการเรียนรู้วัฒนธรรมซึ่งกันและกัน จะทำให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข 
 
 
                          การเสวนาในหัวข้อ ”สมุทรสาคร หลายมิติแห่งแรงงานต่างด้าว” ร.ต.ท.อาทิตย์ บุญญะโสภัต ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวถึงสาเหตุที่ จ.สมุทรสาคร มีแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก เนื่องจากมีอุตสาหกรรมประมงและอุตสาหกรรมต่อเนื่องประมง ซึ่งเป็นงานที่คนไทยไม่ทำ ผู้ประกอบการจำเป็นต้องใช้แรงงานต่างด้าว ซึ่งปัจจุบัน จ.สมุทรสาคร มีแรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายจำนวน 2.7 แสนรายเศษ 
 
                          นอกจากนี้ ยังมีผู้ไม่ได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายอีกจำนวนหนึ่ง เป็นตัวเลขที่ยังไม่แน่ชัด แรงงานต่างด้าวในจังหวัดส่วนใหญ่เป็นชาวเมียนมาร์ รองลงมาเป็นชาวกัมพูชาและลาว โดยหน่วยราชการจำเป็นต้องเข้าไปดูแล ขณะเดียวกันเห็นว่าภาครัฐต้องปรับมุมมองทั้งเรื่องสาธารณสุข และอาชญากรรม โดยปัญหาสาธารณสุขต้องเข้าไปดูแลป้องกันโรคระบาดและดูแลสุขภาพต่างๆ ส่วนปัญหาอาชญากรรมต้องเข้าไปดูแลไม่ให้ชาวต่างด้าวก่ออาชญากรรมทั้งกับคนไทยและคนต่างด้าวด้วยกันเอง
 
                          นายอภิชัย เตชะนิธิสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร เห็นว่า การจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวในพื้นที่สมุทรสาครให้ถูกต้องตามกฎหมายเป็นสิ่งที่ดี สภาอุตสาหกรรมจังหวัดพร้อมสนับสนุนและพร้อมให้ความร่วมมือ และได้เน้นย้ำให้สมาชิกของสภาอุตสาหกรรมจังหวัดให้ใช้แรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมาย ซึ่งผู้ประกอบการจำเป็นต้องใช้แรงงานต่างด้าว เพราะแรงงานไทยไม่ทำงานในเรือประมง และอุตสาหกรรมต่อเนื่องกับประมง ไม่ใช่เพราะการจ้างแรงงานต่างด้าวถูกกว่าแรงงานไทย ทั้งที่การจ้างก็เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด แต่ที่จ้างแรงงานต่างด้าวเพราะทักษะการทำงานดีกว่าคนไทย
 
                          พ.ต.ท.สุรินทร์ ชัยพานิช รองประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร มีมุมมองว่า สมุทรสาครมีปัญหาเรื่องใช้แรงงานต่างด้าวที่ผิดกฎหมายมานาน ซึ่งทางจังหวัดพยายามแก้ไขมาก่อนที่จะมีการประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 
 
                          รองประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร ได้เสนอแนะการแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว โดยเสนอให้ จ.สมุทรสาคร เป็นจังหวัดบริหารจัดการพิเศษ เพื่อให้ผู้ว่าราชการมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการแก้ไขปัญหาและควบคุมการสั่งการ เพราะอนาคต จ.สมุทรสาคร จะเป็นประตูไปสู่เมืองมะริดและทวาย ประเทศเมียนมาร์ และจะมีแรงงานต่างด้าวหลั่งไหลมา จ.สมุทรสาครมากขึ้น ซึ่งการให้ จ.สมุทรสาคร เป็นพื้นที่พิเศษจะทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครมีความคล่องตัวในการบริหารสูง โดยการบริหารต้องบริหารแบบให้ประชาชนมีส่วนร่วม จึงจะสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ตรงจุดตามความต้องการของประชาชน
 
                          ด้าน นายศาวงษ์ จุ้ยเจริญ อุปนายกสมาคมประมงจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า ถึงแม้ภาคประมงในจังหวัดจะใช้แรงงานต่างด้าวจำนวนมากแต่ให้ความมั่นใจได้ว่าไม่ได้มีการใช้แรงงานเด็กและการใช้แรงงานในลักษณะค้ามนุษย์ ไม่ได้กดขี่ขมเหงแรงงานต่างด้าว มีแต่แรงงานต่างด้าวจะเอาเปรียบเจ้าของเรือประมงเบิกเงินแล้วหนีไม่ทำงาน 
 
                          ส่วนประเด็นที่คนไม่ทำงานประมงหรืองานในอุตสาหกรรมต่อเนื่องประมง มองว่าเกิดจากนโยบายของรัฐบาล ที่ส่งเสริมให้คนไทยเรียนหนังสือ เมื่อจบสูงก็มองว่างานประมงเป็นงานที่ต่ำไม่ยอมทำ ทำให้ปัจจุบันมีคนไทยประกอบอาชีพประมงแค่ร้อยละ 10 หากรัฐบาลไม่ปรับเปลี่ยนนโยบาย อนาคตอาชีพประมงจะลำบากเพราะหาแรงงานไม่ได้ ต้องพึ่งพิงแรงงานต่างด้าว ไม่เช่นนั้นอาชีพประมงคงดับสูญ
 
                          พ.ต.อ.บุญญฤทธิ์ รอดมา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวถึงมาตรการป้องกันปัญหาอาชญากรรมที่เกิดจากแรงงานต่างด้าว ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้สนธิกำลังกันป้องกัน โดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม และมีการให้ความรู้ผู้ประกอบการถึงโทษที่ได้รับจากการใช้แรงงานผิดกฎหมาย  
 
                          “ในการป้องกันมีการสืบสวนหาข่าว ที่ผ่านมา จ.สมุทรสาคร มีคดีอาชญากรรมที่เกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวแค่ปีละ 15 ราย ซึ่งน้อยมาก และส่วนใหญ่เป็นคดีที่เกิดกับชาวต่างด้าวด้วยกันเอง คนไทยแทบไม่มี เนื่องจากปัจจุบันกระทรวงมหาดไทยได้บันทึกข้อมูลแรงงานต่างด้าวเข้าระบบ เมื่อแรงงานต่างด้าวก่อปัญหาทำให้สามารถตรวจสอบและติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้ ปัญหาอาชญากรรมจึงน้อย” รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร กล่าว
 
                          นายสมพงศ์ สระแก้ว ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน กล่าวถึงการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวให้ถูกกฎหมาย เห็นว่าทางการไทยคิดช้าไป 4-5 ปี หากคิดเร็วกว่านี้ปัญหากดขี่แรงงานคงไม่เกิด และเมืองไทยคงไม่ถูกต่างชาติบังคับเรื่องค้ามนุษย์และใช้แรงงานเด็ก ส่วนปัจจุบันแรงงานต่างด้าวมีระเบียบเพราะกลัวคนไทย จึงไม่กล้าก่อปัญหาเพราะกลัวอยู่เมืองไทยไม่ได้
 
                          ด้านการบริหารจัดการมีการเสนอให้จัดตั้งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ โดย นายสมาน เหล่าดำรงชัย นักวิจัยศูนย์วิจัยการย้ายถิ่นแห่งเอเชีย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสนอว่า ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาพยายามจัดการแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว แต่ปัญหาอยู่ที่แรงงานต่างด้าวไม่นิ่ง มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอด ที่สำคัญคือนโยบายภาครัฐไม่แน่นอน และมองว่าปัญหาแรงงานต่างด้าวใน จ.สมุทรสาคร มีมาตลอดและจังหวัดก็ควรจัดตั้งพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษมาแก้ปัญหาต่างด้าว
 
                          นายนิคม มากรุ่งแจ้ง รองนายกเทศมนตรีตำบลบางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร กล่าวสนับสนุนเช่นกันว่า จ.สมุทรสาคร มีปัญหาเรื่องแรงงานต่างด้าวมาตลอด ควรจัดตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อไม่ให้แรงงานต่างด้าวถูกเอาเปรียบและผู้ประกอบการอยู่ได้ ตนเห็นด้วยกับการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ จ.สมุทรสาคร เพื่อมาจัดการปัญหาไม่ให้ต่างด้าวถูกเอาเปรียบกดค่าแรงหรือกดขี่การใช้แรงงาน และให้ผู้ประกอบอยู่ได้ไม่ขาดแคลนแรงงาน หรือจ้างแรงงานที่สูงกว่าความเป็นจริง มีการออกกฎที่ทุกฝ่ายต้องถือปฏิบัติ
 
                          ส่วน นายปริญญา มอญเก่า ประธานสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดสมุทรสาคร ให้ข้อเสนอว่า การแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวในจังหวัดนั้น การให้การศึกษานับว่าเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้แรงงานได้เรียนรู้วัฒนธรรมไทยจะได้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข เพราะการเรียนรู้วัฒนธรรมซึ่งกันและกันทำให้อยู่ร่วมกันได้ อย่างเช่นการเดิน ซึ่งปัจจุบันแรงงานต่างด้าวเดินเต็มถนน ซึ่งสร้างปัญหาให้คนไทย เมื่อต่างด้าวเรียนรู้วัฒนธรรมไทยก็จะรักเมืองไทยไม่ก่อปัญหา และสร้างอาชญากรรมสร้างความเดือดร้อนให้คนไทย
 
                          นพ.ณัฐวุฒิ แตงร่ม รองผู้อำนวยโรงพยาบาลฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลกระทุ่มแบน เสนอแนะการแก้ปัญหาทางด้านสาธารณสุขของแรงงานต่างด้าว จำเป็นต้องปรับวิธีคิดและวิธีทำให้แรงงานต่างด้าวตามความจำเป็น เพื่อให้แรงงานต่างด้าวเข้าถึงการบริการสาธารณสุขได้เท่าเทียมคนไทย และมีความจำเป็นต้องเขียนป้ายภาษาต่างด้าวตามจุดบริการต่างๆ ในโรงพยาบาล รวมทั้งที่ซองยาต้องพิมพ์ทั้งภาษาไทยและภาษาต่างด้าวเพื่อให้แรงงานต่างด้าวเข้าใจ