ข่าว

'พนง.เก็บขยะ'ยก5หมื่นให้ทำกุศล

'พนง.เก็บขยะ'ยก5หมื่นให้ทำกุศล

15 พ.ย. 2557

'บุ๋ม' มอบเงินรับบริจาค 5 หมื่นให้ พนง.เก็บขยะ หลังผู้ใจบุญจ่ายค่าปรับพ้นติดคุก แต่เจ้าตัวขอไม่รับ มอบคืนไปทำกุศล-ช่วยผู้ด้อยโอกาส ยันพอใจกับชีวิตที่พอเพียง

 
                          15 พ.ย. 57  ความคืบหน้าหลังจากมีผู้ใจบุญไม่ประสงค์ออกนามจ่ายเงินค่าปรับแทน นายสุรัตน์ มณีนพรัตน์สุดา อายุ 29 ปี พนักงานเก็บขยะเขตสะพานสูง กรุงเทพมหานคร (กทม.) จำเลยในคดีเมื่อปี 2551 เก็บแผ่นซีดีลิขสิทธิ์นำมาขายต่อ และศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ สั่งปรับจำเลยเป็นเงิน 133,400 บาท และให้กักขังจำเลยแทนค่าปรับวันละ 200 บาท จนนายสุรัตน์ พ้นจากสถานกักขัง ล่าสุด อดีตนางสาวไทย "บุ๋ม" ได้นำเงินที่ประชาชนบริจาคช่วยเหลือไปมอบให้ แต่เจ้าตัวได้คืนให้ไปช่วยการกุศล หรือช่วยผู้ด้อยโอกาสอื่น
 
                          เมื่อเวลา 10.30 น. น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือบุ๋ม อดีตนางสาวไทย และประธานมูลนิธิองค์กรทำดี เดินทางไปที่สำนักงานเขตสะพานสูง กทม. เพื่อมอบเงิน 5 หมื่นบาทที่ประชาชนร่วมกันบริจาคให้แก่นายสุรัตน์ ที่ถูกสั่งคุมขังแทนค่าปรับจากกรณีนำซีดีเก่าที่เก็บจากกองขยะมาขายจนถูกดำเนินคดี
 
                          น.ส.ปนัดดา กล่าวว่า ตอนทราบข่าวดังกล่าวทำธุระอยู่ที่ฮ่องกง จึงคิดวิธีที่จะช่วยเหลือโดยการโพสต์ลงอินสตาแกรมส่วนตัว หลังจากนั้นก็นั่งเครื่องบินเพื่อเดินทางกลับเมืองไทย ช่วงระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า ได้ตรวจสอบอีกครั้งทราบว่ามีผู้ไม่ประสงค์ออกนามได้ช่วยเหลือกรณีดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตามยังคงมีประชาชนทยอยบริจาคเงินเข้ามาอยู่เป็นระยะ รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 5 หมื่นบาท ในวันนี้ (15 พ.ย.) จึงเดินทางนำเงินจำนวนดังกล่าวมามอบให้นายสุรัตน์ เพื่อเป็นทุนในการใช้ชีวิต 
 
                          "จากการพูดคุยทราบว่าทางลูกสาวนายสุรัตน์ป่วย มีเนื้องอกบริเวณใบหน้า รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเด็ก จึงจะขอรับน้องมาดูแลต่อไป และขอชื่นชมและขอบคุณนายสุรัตน์ ที่ยังไม่เสียกำลังใจ ยังสู้ชีวิตต่อไปอย่างเข้มแข็ง"
 
                          ด้านนายสุรัตน์ ได้กล่าวขอบคุณสำหรับเงินจำนวนดังกล่าวที่ประชาชนได้บริจาคเข้ามาเพื่อช่วยเหลือ หลังมีข่าวออกไปมีผู้ใหญ่หลายท่าน มีผู้คนติดต่อมาเพื่อช่วยเหลือด้านการเงิน รวมถึง น.ส.ปนัดดา ที่ได้รวบรวมเงินบริจาคมามอบให้ แต่ไม่ขอรับ และขอส่งมอบคืนให้ น.ส.ปนัดดา นำเงินจำนวนนี้ไปเป็นทุนในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส หรือทำการกุศลให้แก่คนในสังคม เชื่อว่ายังมีผู้ยากไร้เหมือนตน หรือมากกว่า รอการช่วยเหลือ เนื่องจากตอนนี้ตนยังมีงานทำ ช่วยเหลือตัวเองได้ มีครอบครัวที่มีความสุข ไม่เดือดร้อน ไม่มีหนี้สิน และได้รับอิสรภาพ แค่นี้ก็พอใจแล้ว 
 
                          "ผมไม่ได้หยิ่งยโส หรืออะไร ผมขอบคุณมากสำหรับเจตนาดีที่ช่วยเหลือผม แต่ผมไม่ขอรับ เพราะเงินบริจาคก่อนหน้านี้ ผมก็นำไปชำระหนี้นอกระบบที่ไปกู้ยืมมาสู้คดี ตอนนี้มีคนใจบุญที่ไม่ประสงค์ออกนามช่วยจ่ายค่าปรับให้ได้ออกจากคุกมาทำงานปกติ ผมขอขอบคุณจากใจจริง ที่ได้มอบอิสรภาพให้แก่ผม ถ้ามีโอกาสผมอยากกราบขอบคุณผู้ใจบุญคนนั้น และถ้าสิ่งไหนที่ผมทำตอบแทนได้ ผมจะทำ ส่วนเงินที่เหลือที่ได้รับบริจาค ผมจะทยอยส่งมอบให้แก่มูลนิธิ หรือองค์กรการกุศลต่างๆ ในการช่วยเหลือสังคม หรือถ้าใครอยากบริจาคให้ผม ก็ขอให้ไปบริจาคให้แก่มูลนิธิต่างๆ ที่ช่วยเหลือสังคมแทน"
 
                          พนักงานเก็บขยะ กทม. ผู้นี้ กล่าวด้วยว่า ตอนนี้พึงพอใจกับชีวิตที่พอเพียง มีงานทำ ไม่มีหนี้สิน รายได้วันละร้อยสองร้อย ก็พอใจแล้ว ต่อไปก็จะตั้งหน้าตั้งตาขยันทำงานให้ดีที่สุด เพื่อรอโอกาสในการปรับบรรจุเป็นลูกจ้างประจำตามรอบตามระเบียบวาระ และต่อไปจะทำอะไรคงต้องคิดให้รอบคอบ สิ่งไหนที่ไม่รู้ก็ต้องปรึกษาหาข้อมูล เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดอีก เพราะความผิดพลาดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ครั้งเดียวจะส่งผลกระทบต่อชีวิตทั้งชีวิต ถือว่าครั้งนี้โชคดีมากที่มีคนใจบุญยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ