
ผบ.ทบ.ไม่หนักใจ!อีสานเคลื่อนไหว
15 พ.ย. 2557
ผบ.ทบ. ลงพื้นที่กองทัพภาค2 รับฟังความเห็น-ให้กำลังใจกำลังพล ระบุไม่หนักใจอีสานเคลื่อนไหว ปัดกดดันไทยพีบีเอสยุติรายการ ชี้แค่ขอความร่วมมือเพื่อความสงบเรียบร้อย
15 พ.ย.57 พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ. และรมช.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปตรวจราชการ ที่กองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 จ.นครราชสีมา ว่าจะถือโอกาสไปให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงาน เพราะกำลังพลตรากตรำทำงานด้านต่างๆ รวมถึงงานรักษาความสงบและทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคอีสาน กองทัพภาคที่ 2 มีหน้าที่ในการช่วยดูแลทำความเข้าใจกับประชาชน และการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ซึ่งก็ยังดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ตนไม่หนักใจอะไรกับการทำความเข้าใจกับมวลชนในพื้นที่ภาคอีสาน เชื่อว่าสามารถพูดคุยกันได้ ซึ่งโดยรวมขณะนี้ไม่มีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตามยอมรับว่ายังคงมีผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่างไปบ้าง แต่ก็ไม่เกินกรอบที่วางไว้
เมื่อถามว่า กรณีที่พรรคการเมืองต้องการประชุมพรรคเพื่อเสนอความเห็นต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นหนังสือขออนุญาตประชุมจากพรรคการเมืองไหน แต่ก็รับทราบถึงความคิดเห็นต่างๆ ซึ่งคงจะมีการพิจารณาในระดับสูง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง ในส่วนของทหารก็จะติดตามในเรื่องนี้ต่อไปเช่นกัน แต่ก็คงไม่มีปัญหาอะไรทุกอย่างเรียบร้อยดี
เมื่อถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ ที่คสช.จะอนุญาตให้พรรคการเมืองประชุมได้เฉพาะช่วงนี้ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า คงต้องพิจารณาอีกครั้ง เพราะบางเรื่องตนไม่สามารถตัดสินใจได้ เพราะเกินกรอบอำนาจของตนในฐานะ ผบ.ทบ. แม้จะเป็นเลขาธิการ คสช. แต่ก็ต้องรับฟังนโยบายและมาพิจารณาอีกครั้งว่า จะอนุญาตในระดับใดบ้างที่จะไม่ทำให้เกิดปัญหาต่อความสงบเรียบร้อย
เมื่อถามว่า มีทหารไปกดดันสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ในการเสนอข่าวเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ทหารไม่ได้ให้ยุติรายการอะไร ถ้าได้ติดตามและตรวจสอบจะเห็นว่าผู้ดำเนินรายการมีทัศนคติที่ไม่เข้าใจในบางสิ่งบางอย่าง ก็จะต้องมีการพูดคุยกัน แต่ไม่ได้ไปทำอะไรมากมายนัก บางสถานีก็มีการพูดคุยกันอยู่เสมอ ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันถือว่าน้อยลงมากแล้ว แต่ก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องคุย เนื่องจากบางครั้งมีสิ่งที่ออกมาแล้วทำให้ภาพออกมาดูไม่ค่อยดีนัก จึงจำเป็นต้องคุยและขอความร่วมมือกัน หากเสนอรายการอะไรออกไปแล้ว กลายเป็นจุดเริ่มต้นที่จะก่อให้เกิดความไม่เรียบร้อยหรือไม่เหมาะสมกับปัจจุบัน ก็ควรต้องรักษาความสงบเรียบร้อยเอาไว้
นอกจากนี้ พล.อ.อุดมเดช ยังกล่าวอีกว่า ในเรื่องของการทำงานของรัฐบาล ทุกฝ่ายมีการเร่งรัด เพื่อแก้ปัญหาในประเทศ ฝ่ายทหารเอง สนับสนุนงานด้านต่างๆ ทั้งเรื่องของศูนย์ดำรงธรรม ที่นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รับหน้าที่ดูแล ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งทุกฝ่ายร่วมมือกัน ทำให้แก้ปัญหาระดับพื้นที่ได้มากขึ้น โดยจะเน้นย้ำกองทัพภาคที่ 2 ในการให้ความร่วมมือกับกระทรวงอื่นๆด้วย ส่วนเรื่องของการตัดไม้ทำลายป่าก็ยังได้รับข่าวสารอยู่ตลอด ซึ่งกำลังพลในพื้นที่ต้องร่วมมือกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่ในการดูแลและหยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่าด้วย
พล.อ.อุดมเดช กล่าวถึงกรณีทหารปะทะกับผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิอาญา คดีความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งการดำเนินการเป็นไปตามงานข่าวที่ได้รับมา ทั้งนี้ขอชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง แต่หากมีการต่อสู้ เจ้าหน้าที่อาจจำเป็นต้องใช้อาวุธ เพื่อป้องกันตัว ซึ่งยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ไม่ดำเนินการใดๆ นอกเหนือขอบเขตของกฏหมาย อย่างไรก็ตาม ทุกครั้งที่เกิดเหตุต่างๆขึ้น จะมีการนำกลับมาวิเคราะห์ เพื่อหาสาเหตุของปัญหา และหาแนวทางป้องกัน ซึ่งต้องมีการวางแผนและปรับกำลังพลและยุทธวิธีต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ แต่ยืนยันไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงขึ้นแต่อย่างใด



