
กปปส.เปิด5รายชื่อถกกมธ.ยกร่างรธน.
15 พ.ย. 2557
กปปส. ส่ง เอกนัฏ-สาทิตย์-ถาวร-แซมดิน-สุริยะใส ร่วมหารือ กมธ.ยกร่างรธน. 25 พ.ย.นี้
15 พ.ย.57 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญประสานกลุ่มการเมืองทั้งให้เข้าร่วมหารือเพื่อแสดงความเห็นในการร่างรับธรรมนูญฉบับใหม่นั้น ว่า กปปส.ยืนยันมาโดยตลอดว่าจะสนับสนุนการปฏิรูป ซึ่งครั้งนี้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ กมธ.ยกร่างฯเชิญกลุ่มต่างๆเข้าไปเสนอความคิดเห็น ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ กปปส.จะส่งตัวแทนเข้าหารือกับ กมธ.ยกร่างในวันที่ 25 พ.ย.นี้ โดยจะมีตน, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย, นายถาวร เสนเนียม, ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ และนายสุริยะใส กตะศิลา
ส่วนประเด็นที่จะเสนอต่อ กมธ.ยกร่างนั้นแกนนำจะมีการหารืออีกครั้งหนึ่งในสัปดาห์หน้า เพื่อสรุปว่าข้อเสนอในการปฏิรูปที่เราเคยดำเนินการมาก่อนหน้านี้ มีประเด็นใดบ้างที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ โดยเรื่องหลักๆน่าจะเป็นเรื่องระบบการเมือง ที่ต้องการปฏิรูปโครงสร้างให้พรรคการเมืองเป็นพรรคของประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่พรรคของนายทุน ที่ใช้พรรคการเมืองเข้ามามีอำนาจ และแสวงหาประโยชน์ให้ตัวเอง ซึ่งอาจจะเสนอให้มีการทบทวนที่มาของระบบส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเรื่องการกระจายอำนาจในการปกครองให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากขึ้น รวมทั้งกระบวนการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่น
โฆษก กปปส. กล่าวว่า ส่วนที่กลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองมีข้อจำกัดเรื่องกฏอัยการศึกในการเข้าร่วมพูดคุยนั้นตนเห็นว่า ในส่วนของกลุ่มที่เคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นกปปส.หรือ นปช.ไม่น่าจะมีปัญหาติดขัดอะไร แต่หากเป็นพรรคการเมืองจะต้องมีการประชุมพรรคเพื่อขอมติพรรคในการส่งตัวแทนเข้าร่วม แต่ก็เชื่อว่า คสช.น่าจะมีการผ่อนปรนว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหน
เชื่อทหารตีกรอบไม่กระทบคนร่วมเวทีเสนอแนะยกร่างรธน.
นางถวิลวดี บุรีกุล ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) การมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีการตีกรอบรับฟังความเห็นของฝ่ายความมั่นคงต่อประเด็นการปฏิรูปและข้อเสนอต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญ จากกรณีรายการเสียงประชาชนที่ต้องฟังก่อนการปฏิรูป ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ว่า เรื่องดังกล่าวจะไม่เป็นปัญหาต่อการรับฟังความเห็นในประเด็นยกร่างรัฐธรรมนูญ เพราะได้ตั้งประเด็นการรับฟังเฉพาะเนื้อหาการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่เป็นการมองภาพของอนาคตเพื่อประโยชน์ต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่การตำหนิ หรือเปิดให้ประชาชนชี้นิ้วด่ากัน ดังนั้นการตีกรอบของฝ่ายความมั่นคงในประเด็นความขัดแย้งจึงไม่เป็นสิ่งที่น่ากังวล นอกจากนั้นในกระบวนการรับฟังความเห็นที่อนุ กมธ. พิจารณาร่วมกันเห็นว่าต้องมีกติกาและประเด็นการรับฟังที่ชัดเจนและปฏิบัติตามกฎหมาย คือ พ.ร.บ.กฎอัยการศึกที่มีผลบังคับใช้ เบื้องต้นอาจต้องแจ้งไปยังฝ่ายที่เกี่ยวข้องหรือทำหนังสือขออนุญาต หากจะจัดกิจกรรมทางการเมือง หรือการประชุม หรือการชุมนุมเกิน 5 คน
อย่างไรก็ตาม ประเด็นการเรียกร้องให้เลิกการประกาศใช้กฎอัยการศึก เป็นสิ่งที่เข้าใจว่าต้องการเปิดพื้นที่แสดงความเห็น แต่ส่วนตัวเข้าใจฝ่ายผู้ดูแลความเรียบร้อยเช่นกันว่าหากยกเลิกไปแล้วอาจมีเหตุการณ์ที่ไม่เรียบร้อยได้ ดังนั้นกรณีจะให้ทหารยกเลิกกฎอัยการศึกเวทีประชาชน และสังคมต้องแสดงให้เห็นว่าเวทีที่จัดจะไม่นำไปสู่ความขัดแย้งก่อน
"อนุ กมธ. จะนัดประชุมอีกครั้ง 17 พ.ย.นี้ โดยจะเป็นการเสนอรูปแบบและวิธีปฏิบัติของการรับฟังความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญ เช่น กำหนดประเด็น ว่าจะไม่ใช้เงินในทางการเมืองได้อย่างไร ให้หน่วยงานไปสอบถามประชาชนที่กำหนด เป็นต้น และหลังจากที่ประชุมอนุ กมธ. พิจารณาและเห็นชอบแล้ว จะเริ่มทำงานทันที โดยมีความร่วมมือจากสำนักสถิติแห่งชาติ สถาบัน องค์กรชุมชนมาช่วยงาน อย่างไรก็ตามเชื่อมั่นว่าเมื่อ อนุ กมธ. เปิดเวทีฟังความเห็นแล้วประชาชนจะเข้าร่วมโดยไม่กังวลว่าจะมีผลกระทบใดๆ ตามมาหลังจากสะท้อนความเห็น" นางถวิลวดี กล่าว



