
เพื่อความสง่างาม..."กษิต"ต้องสละตำแหน่งเพื่อสู้ข้อกล่าวหาก่อการร้าย
คุณกษิต ภิรมย์ เห็นจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศต่อไปไม่ได้แล้วครับ ถึงแม้ว่านายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะยืนยันว่าคุณกษิตยังสามารถปฏิบัติงานในหน้าที่การบริหารงานในกระทรวงการต่างประเทศต่อไปได้ หลังจากตำรวจออกหมายเรียก 36 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อ
ถึงแม้ว่านายกฯ จะบอกว่า ตอนนี้ยังไม่เป็นการฟ้อง แต่เป็นการออกหมายเรียกไปรับทราบข้อกล่าวหาเท่านั้น
แต่เหตุผลต่างๆ ที่พึงจะเรียกหาได้ในขณะนี้นั้น บ่งบอกชัดเจนครับว่า คุณกษิต หากยังดำรงตำแหน่งนี้ต่อไป จะเป็นรอยด่าง และจะเป็นภาระหนักสำหรับคณะรัฐมนตรีชุดนี้ และจะไม่มีความสง่างามสำหรับตนเองในการจะดำเนินนโยบายการต่างประเทศกับเวทีสากล
คุณกษิต เคยให้สัมภาษณ์ตอนที่ขึ้นมารับตำแหน่งใหม่ๆ ครับว่า ไม่ต้องรอให้มีการตัดสินของศาล ขอให้มีการตั้งข้อกล่าวหาอย่างเป็ทางการว่า คุณกษิตมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ความรุนแรง เรื่องที่สนามบิน หรือว่าเรื่องยึดทำเนียบรัฐบาล ก็ตาม
คุณกษิต ให้สัมภาษณ์ช่วงที่ขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีใหม่ๆ ครับว่า เพียงแค่นั้น เขาก็พร้อมจะแสดงสปิริต ก้าวลงจากตำแหน่งแล้วครับ
มองอย่างตรงไปตรงมา ณ วันนี้ คุณกษิตเป็น "รัฐมนตรีต่างประเทศเป็ดง่อย" หรือ "เลม ดั๊ก ฟอร์เรน มินิสเตอร์" ในสายตาของต่างประเทศเมื่อเจอกับข้อหาที่ค่อนข้างจะรุนแรงเช่นนี้ ไม่ว่าข้อหานี้จะรุนแรงเกินไปในสายตาของคุณกษิตเองหรือไม่ก็ตาม
หรืออีกประการหนึ่งการเสียเวลาไปตอบข้อกล่าวหา ต้องขึ้นศาล ต้องไปให้การต่อตำรวจเช่นนี้ ก็ย่อมเป็นปัญหาเป็นอุปสรรคในการทำงานของรัฐมนตรีต่างประเทศ
ฉะนั้นไม่ว่าคุณกษิตจะผิดตามข้อกล่าวหาของตำรวจหรือไม่ก็ตาม สิ่งที่คุณกษิตจะต้องทำก็คือการแสดงสปิริตของการเป็นนักการเมืองครับ คือก้าวลงมาเสีย และนายกรัฐมนตรีก็ต้องตั้งรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศขึ้นมาแทนโดยด่วน
เพราะว่ามิเช่นนั้นแล้ว คุณกษิตก็จะกลายเป็นตัวถ่วงรัฐบาลนี้ กลายเป็นเป้าการวิพากษ์วิจารณ์และไม่มีเวลาหรือสมาธิที่จะทำงานอันสำคัญยิ่งในต่างประเทศ เพราะว่ามีกิจกรรมมากมายเหลือเกินครับที่กระทรวงการต่างประเทศต้องดำเนินการจากนี้ไป
เรื่องนี้ไม่ว่าคนเสื้อแดง ไม่ว่าฝ่ายค้านจะกดดันหรือไม่อย่างไร เป็นความรับผิดชอบ เป็นการแสดงถึงการมีสปิริตของนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่คุณกษิตจะประกาศว่าเมื่อเจอข้อกล่าวหา ตนก็จะต่อสู้ข้อกล่าวหานี้อย่างตรงไปตรงมา และระหว่างนี้ตนก็ให้คนอื่นทำหน้าที่แทน เพราะเราไม่อาจจะเสียเวลากับความขัดแย้ง และสิ่งที่รัฐมนตรีจะต้องไปนั่งแก้ข้อกล่าวหา ที่กลายเป็นประเด็นการเมืองที่อาจยืดเยื้อยาวนานต่อไป ฉะนั้นเพื่อแสดงถึงความเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีจิตวิญญาณของความรับผิดชอบ คุณกษิตไม่ควรต้องรอให้นายกรัฐมนตรีกระซิบกระซาบครับ ควรจะประกาศก้าวลง ใช้เวลา สมาธิ และความรู้ความสามารถต่อสู้คดี เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง
อย่างนี้จะสง่างามและจะไม่ตกเป็นเป้าการครหานินทา ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตามครับ
สุทธิชัย หยุ่น



