ข่าว

‘สมยศ’เด้งผู้การกองปราบตร.สนิท‘พงศ์พัฒน์’

‘สมยศ’เด้งผู้การกองปราบตร.สนิท‘พงศ์พัฒน์’

14 พ.ย. 2557

"สมยศ" สั่งย้าย "ผู้การกองปราบฯ-ผกก.1 บก.ป." เข้าไปช่วยงานที่ศูนย์ปฏิบัติการ สตช. อ้างเพื่อความเหมาะสมและมีภารกิจพิเศษให้ทำ

              เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 615/2557 เรื่องให้ข้าราชการไปปฏิบัติราชการ โดยให้ พล.ต.ต.ชัยทัต บุญขำ ผู้บังคับการปราบปราม (ผบก.ป.) และพ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ ผกก.1 บก.ป. ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) โดยขาดจากตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ ผบ.ตร.มอบหมายจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน เป็นต้นไป โดยให้ไปรายงานตัวที่ ศปก.ตร.ภายในวันที่ 14 พฤศจิกายน  เวลา 16.00 น.

               สำหรับ พล.ต.ต.ชัยทัต เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 39 (นรต.39) เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผบก.ป.เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยเป็นนายตำรวจที่มีความใกล้ชิดกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ที่ถูกสั่งให้ไปปฏิบัติราชการที่ ศปก.ตร. เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

               ด้าน พล.ต.อ.สมยศ กล่าวเพียงสั้นๆ ถึงเหตุผลการสั่งย้าย พล.ต.ต.ชัยทัต และพ.ต.อ.อัครวุฒิ์ ก่อนเดินทางไปบันทึกเทปถวายพระพรเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2557 ที่สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ว่า เพื่อความเหมาะสม และมีภารกิจพิเศษให้นายตำรวจทั้ง 2 นายทำ

               ส่วนที่ห้องประชุมศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้เรียกประชุมนายตำรวจระดับผู้กำกับการ (ผกก.) ขึ้นไป ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อรับมอบนโยบายการปฏิบัติงาน โดย พล.ต.อ.สมยศให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า ได้เรียกผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ระดับ ผกก. จนถึงระดับรองผู้บัญชาการ (รอง ผบช.) เพื่อมอบนโยบาย 8 ข้อ ที่ตนได้เขียนเอาไว้เป็นนโยบายหลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อทำความเข้าใจ พร้อมทั้งขยายความให้ชัดเจนว่าแต่ละข้อมีความหมายอย่างไร และควรนำนโยบายแต่ละข้อไปสู่การปฏิบัติอย่างไร ซึ่งได้กำชับผู้ใต้บังคับบัญชาทุกนายว่าให้ปฏิบัติตามนโยบายที่ได้มอบหมายไว้อย่างเคร่งครัด คือการปกป้อง เทิดทูน และพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ถือเป็นนโยบายที่สำคัญที่สุด

               "เหล่านี้ต้องปฏิบัติควบคู่ไปกับนโยบายข้ออื่นๆ ตั้งแต่การรักษาความมั่นคงของชาติและแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้, ป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบในทุกระดับ, ป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด, การแก้ปัญหาจราจร, พิทักษ์รับใช้ให้บริการประชาชนในทุกมิติ, บริหารจัดการให้ตำรวจดำรงชีพได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีและเป็นที่รักของประชาชน ตลอดจนเตรียมความพร้อมสูงสุดเพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน" พล.ต.อ.สมยศ กล่าว

               ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้มีการชี้แจงผู้ใต้บังคับบัญชาเกี่ยวกับคำสั่งย้าย พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) และพล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) มาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) หรือไม่ พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ก็ได้ชี้แจงต่อผู้ใต้บังคับบัญชาว่าการโยกย้ายนายตำรวจทั้งสองท่านให้มาช่วยราชการ เนื่องจากมีความจำเป็นที่จะต้องมอบหมายให้ทั้งสองรับผิดชอบงานที่สำคัญ เพราะทั้งสองเป็นผู้ที่มีความเหมาะสมมากที่สุด ซึ่งตนจะได้ทำความเข้าใจและพิจารณามอบหมายภารกิจให้ต่อไป แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าเป็นงานเกี่ยวกับด้านใดหรือเรื่องใด

               เมื่อถามว่าในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้ จะมีวาระการแต่งตั้ง ผบช.ก.คนใหม่หรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า เท่าที่ทราบในการประชุมดังกล่าวไม่มีเรื่องของการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจใดๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งไม่มีวาระการเลื่อนตำแหน่ง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ตร.แต่อย่างใด ส่วนตำแหน่ง ผบช.ก.ขณะนี้ตนยังไม่ได้พิจารณาบุคคลใดเป็นพิเศษเนื่องจากต้องหารือกันในที่ประชุม ก.ตร.ก่อน