ข่าว

รง.ปทุมฯไฟไหม้ทางรอดย้ายคนงานไปนนทบุรี

รง.ปทุมฯไฟไหม้ทางรอดย้ายคนงานไปนนทบุรี

14 พ.ย. 2557

ย้ายคนงานจากปทุมฯไปนนทบุรีทางรอดเอสวีไอสู้วิกฤติเพลิงผลาญรง. : ทีมข่าวภูมิภาค

              เหตุเพลิงไหม้โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) ที่ตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางกะดี ต.บางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี เหตุเกิดเวลา 05.00 น. วันที่ 12 พ.ย.  จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย โดยที่มาของเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรบนฝ้าเพดานของอาคาร ซึ่งมีพื้นที่ครอบคลุม  20,000 ตารางเมตร ส่วนมูลค่าความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ เฉพาะในส่วนของความเสียหายต่อการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ คาดว่าจะสูงถึง 1,000 ล้านบาท อันเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสถานประกอบการโดยตรง

              อย่างไรก็ตามสิ่งที่ก่อตัวและเป็นปัญหาอยู่บ้างในเชิงจิตวิทยาก็คือ อนาคตต่อการประกอบอาชีพภายในสถานประกอบการแห่งนี้ ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป เพราะด้วยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวโรงงาน  แน่นอนว่า  ต้องใช้เวลาอยู่พอสมควรในการที่จะฟื้นฟูกิจการเพื่อกลับเข้าสู่ระบบการผลิตเดิม เพราะหากประเมินจากคำสั่งของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ที่สั่งปิดโรงงานผลิตชิ้นส่วนแห่งนี้ เพื่อตรวจสอบความมั่นคงของโรงงานและความเสียหาย เท่ากับว่าต้องกินเวลามากกว่า 60 วัน ดังนั้นเมื่อรวมเข้ากับการฟื้นฟูทั้งระบบ น่าจะใช้เวลาขั้นต่ำที่ 6 เดือน

              สำหรับแนวทางรับมือของทางโรงงานแห่งนี้ ที่มีพนักงานอยู่ในสังกัดมากกว่า 1,300 คน ที่จะนำมาใช้ในช่วงที่เกิดรอยต่อ ไม่สามารถเดินสายการผลิตได้ก็คือ การที่จะเคลื่อนย้ายแรงงานจากสถานประกอบการในจ.ปทุมธานี ให้ไปทำงานที่จ.นนทบุรี แทน โดยขณะนี้โรงงานได้ประสานทำความเข้าใจเพื่อลดข้อกังวลว่า จะไม่มีการเลิกจ้างแต่อย่างใด โดยรูปแบบการทำงานยังคงใช้แบบเดิมทุกอย่าง คือทำงานตามกรอบเวลาเดิมที่เคยปฏิบัติ เพียงแต่ข้อแตกต่างก็คือการเปลี่ยนสถานที่ทำงานเท่านั้น ซึ่งจะเป็นปัญหาอยู่บ้างก็คือพฤติกรรมการทำงาน เพราะจะต้องปรับตัวในเรื่องของการเดินทาง

              "เราพร้อมให้ความมั่นใจว่า จะไม่มีการปลดพนักงานแต่อย่างใด ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามระบบ มีการจ่ายเงินเดือนตามปกติ พนักงานยังผลัดเปลี่ยนกันทำงานเป็นกะเช่นเดิม สัปดาห์หน้าจะมีการนัดพนักงานเข้ามาเพื่อจัดตารางการทำงานใหม่ และให้ความมั่นใจว่าจะไม่มีการเลิกจ้างพนักงานอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่พนักงานจะต้องปรับตัวอยู่บ้าง ก็คือในรายที่ต้องเดินทางจากปทุมธานีไปนนทบุรี  ที่อาจจะไม่สะดวกบ้างในระยะแรก แต่ระยะยาวทางบริษัทก็จะเข้าไปให้การช่วยเหลือในเรื่องของการสนับสนุนรถเดินทาง" มนูญ หนูเนตร ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท เอสวีไอ จำกัด (มหาชน) กล่าวและว่า ที่ผ่านมาโรงงานแห่งนี้ เคยประสบความเสียหายจากภาวะน้ำท่วมใหญ่ที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ภาคกลางของประเทศรวมทั้ง จ.ปทุมธานี  และสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น ก็คือการที่ต้องยุติการผลิตของโรงงานในเขตจ.ปทุมธานี และส่งคนงานทั้งหมดไปที่จ.นนทบุรี ดังนั้นเมื่อเกิดปัญหาขึ้นกับสายการผลิตของโรงงานในเขตนิคมอุตสาหกรรมบางกะดี ก็จะกลับมาใช้แนวทางเดิม คือย้ายคนงานไปที่อื่นแทน

              นิสัย สุขระ ผู้ช่วยสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จ.ปทุมธานี  กล่าวว่า คาดว่าในสัปดาห์หน้าจะเห็นถึงความชัดเจนในการจัดทำแผนรองรับการใช้แรงงาน ภายในสถานประกอบการแห่งนี้ จากทางฝ่ายนายจ้างว่ามีแนวทางอย่างไร เท่าที่ติดตามการทำงานหลังเกิดเหตุการณ์แล้วพบว่า ทางสถานประกอบการเองก็มีความกระตือรือล้นที่จะนำพนักงานทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการผลิตโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อภาคการผลิต เนื่องจากสถานประกอบการแห่งนี้ผลิตเพื่อส่งออก ทำให้ไม่สามารถล่าช้าต่อการส่งสินค้าตามคำสั่งซื้อได้เลย

              "ที่ผ่านมากรณีของการเลิกจ้างของสถานประกอบการ จะเกิดขึ้นในกรณีที่สถานประกอบการแห่งนั้นมีปัญหาในเรื่องของการขาดทุนจากการประกอบการผลิต อาทิ ราคาสินค้าส่งออกที่ตกต่ำ การถูกกดราคารับซื้อจากทางฝ่ายผู้นำเข้า หรือปัญหาขาดทุนสะสมที่เป็นมาอย่างยาวนาน จนไม่สามารถที่จะแบกภาระต่อไปได้ แต่กรณีของเอสวีไอเท่าที่ติดตามความเคลื่อนไหว ทุกอย่างก็ยังเป็นไปด้วยดี ยังไม่มีสัญญาณบ่งชี้ใดๆ ว่าจะเกิดปัญหา ในขั้นตอนแล้ว หากสถานประกอบการจะลอยแพคนงาน หรือชะลอที่จะจ่ายค่าตอบแทนตามข้อตกลงจะมีความผิดสูงมาก เพราะปัญหาไม่ได้มาจากพนักงาน ทางนายจ้างจะต้องดูแลเรื่องผลตอบแทนเพื่อให้เป็นไปตามสัญญาจ้าง" นิสัย กล่าว

              พนักงานชาย อายุ 26 ปี ประจำสายการผลิตชิ้นส่วน กล่าวว่า ทำงานอยู่ในสถานประกอบการแห่งนี้นานกว่า 2 ปี ขณะนี้กำลังรอความชัดเจนจากฝ่ายนายจ้าง ต่อการที่จะเคลื่อนย้ายแรงงานจากสถานประกอบการเดิมไปยังสถานประกอบการแห่งใหม่ และพร้อมที่จะไปทำงาน เพราะเห็นว่าสภาพเศรษฐกิจขณะนี้ ถึงแม้ว่าการเดินทางอาจจะขลุกขลักอยู่บ้าง แต่ไม่นานก็ปรับตัวได้ แต่หากเอาปัญหาการเดินทางมาเป็นประเด็น เพื่อหางานใหม่ก็ถือว่ามีความเสี่ยงมาก 

              "สภาพเศรษฐกิจขณะนี้ ขอเพียงนายจ้างจ่ายเงินเดือนตรงตามเวลา มีงานให้ทำ มีสวัสดิการเท่าเดิม ผมว่าทุกคนรับได้ หากจะต้องยุ่งยากบ้าง กับการที่จะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ก็คงเป็นช่วงสั้น เพราะทางโรงงานน่าจะต้องเร่งเดินการผลิตของตัวโรงงานเดิม ให้มีความสมบูรณ์ที่สุดโดยเร็ว" พนักงานรายนี้ กล่าว

              พนักงานชาย ในสายการผลิตอายุ 27 ปี กล่าวว่า เข้ามาทำงานที่โรงงานแห่งนี้นาน 3 ปี ขณะนี้กำลังรอความชัดเจนในเรื่องของการย้ายสถานที่ทำงานไปยังโรงงานแห่งใหม่ที่จ.นนทบุรี  และเท่าที่ปรึกษากับเพื่อนร่วมงานส่วนใหญ่ ก็พร้อมที่จะย้ายไปทำงานที่ใหม่ เพราะประเมินแล้วว่า การอาศัยจังหวะนี้เปลี่ยนสถานที่ทำงาน ไม่น่าจะสอดคล้องกับความเป็นจริง ภายใต้สภาพเศรษฐกิจที่ยังผันผวน

              จีรวุฒิ กันทะมัง นักวิชาการแรงงานชำนาญ สำนักงานแรงงานจังหวัดปทุมธานี  กล่าวว่า หลังเกิดร้ายขึ้นกับสถานประกอบการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของสำนักงานแรงงานจังหวัด สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน  รวมทั้งตัวแทนจากสำนักงานประกันสังคม ก็ได้เข้าไปช่วยเหลือดูแลพนักงานทุกระดับชั้น โดยทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการประสานงาน ระหว่างฝ่ายผู้ปฏิบัติงานกับทางฝ่ายนายจ้าง และเท่าที่ได้หารือกับทางสถานประกอบการ ก็ให้ความมั่นใจว่าทุกอย่างจะยังคงเหมือนเดิม ทั้งเงินเดือนและสวัสดิการ พนักงานจะได้รับตามปกติ แม้ว่าจะเป็นช่วงที่อยู่ระหว่างจัดวางโครงสร้างการทำงาน และจะทำให้พนักงานบางส่วนต้องหยุดงานลงชั่วคราว เพื่อรอการปรับเปลี่ยนก็ไม่มีผล ทุกอย่างจะเป็นไปตามระบบเดิมทุกประการ

              เป็นการให้ความมั่นใจทั้งจากฝ่ายนายจ้างและหน่วยงานรัฐ ต่อการที่จะดูแลบุคลากรในภาคการผลิต