ข่าว

เงินตึง

เงินตึง

14 พ.ย. 2557

เงินตึง : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล

              เวลานี้ถ้าไปเดินตามห้างสรรพสินค้า หรือย่านการค้า แม้แต่ซูเปอร์มาร์เก็ต ก็จะพบอาการคล้ายๆ กันอย่างหนึ่ง นั่นคือ ความเงียบเหงา จนบางแห่งแทบจะใช้คำว่า วังเวง ได้ มีแต่เสียงบ่นว่า ไม่รู้ว่าลูกค้าหายไปไหนกันหมด บางห้างหรือบางร้านขายได้เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น ส่วนวันธรรมดาก็แทบจะร้าง ที่ยังพอขายได้ก็จะเป็นห้างหรือศูนย์การค้ากลางเมืองบางแห่ง ซึ่งมีลูกค้าเป็นชาวต่างประเทศหรือนักท่องเที่ยว

              พ่อค้าบางคนบอกว่า จริงๆ แล้ว สิ่งที่ทำให้ลูกค้าหายไป เป็นเพราะคนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น หรือไม่ก็มีรายได้ลดลง ดังนั้นการจะจับจ่ายใช้สอยอะไรก็ต้องคิดแล้วคิดอีก เมื่อคนซื้อไม่มีกำลังซื้อ คนขายและคนที่ผลิตสินค้าก็ขาดสภาพคล่องทางการเงิน หรือตึงตัวไปด้วย ซึ่งถ้ามองย้อนกลับไปให้ไกลกว่านั้น ก็จะพบว่า ภาครัฐซึ่งเป็นผู้ใช้เงินและจ้างงานรายใหญ่ที่สุดของประเทศก็อยู่ในสภาพที่รัดเข็มขัด ทำให้เม็ดเงินไม่ถูกฉีดออกมาสู่ระบบ เป็นผลให้กลไกเศรษฐกิจฝืดขัด

              ความจริงคนไทยก็ผ่านสภาพเช่นนี้มาหลายครั้ง แต่เราอาจจะไม่ได้จดจำหรือปรับเปลี่ยนนิสัยการใช้จ่ายเสียใหม่ ดังนั้น เมื่อเศรษฐกิจซบเซา คนไทยก็อาจจะซบเซาไปด้วยสักระยะหนึ่ง พอเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวกลับคืนสู่สภาพคล่อง เราก็จะจับจ่ายกันอย่างสนุกมือเช่นเคย ทั้งๆ ที่น่าจะใช้ภาวะวิกฤติให้เป็นประโยชน์ เช่น ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อ การใช้เงิน สร้างนิสัยประหยัด มัธยัสถ์ อดออม หรือนำเงินไปลงทุนในการซื้อหุ้น ฝากธนาคาร หรือแสวงหากำไร

              ในต่างประเทศที่พลเมืองมีนิสัยประหยัด มัธยัสถ์ อดออม จะเป็นชาติที่มีวินัยทางการเงิน และหาวิธีการให้เงินงอกเงย มิใช่หมดไปกับการซื้อของที่เกินความจำเป็น หรือตามกระแสนิยม ดังนั้นในหลายๆ ประเทศ ห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าจึงมิใช่สถานที่เข้าไปเดินเล่น และตกเป็นเหยื่อของความเย้ายวนเหมือนเมืองไทย เพราะคนจะซื้อสิ่งของเท่าที่จำเป็น ไม่ใช่ด้วยความเพลิดเพลิน และมีการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายในแต่ละเดือนไว้ล่วงหน้า และพยายามใช้เงินให้เป็นไปตามบัญชีที่ทำไว้ จึงทำให้ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องใช้เงินเกินตัว หรือการเป็นหนี้เป็นสิน ไม่ว่าจะหนี้สถาบันการเงิน บัตรเครดิต หรือหนี้กับเอกชน

              ถ้าเราใช้วิกฤติให้เป็นประโยชน์ ภาวะเศรษฐกิจขณะนี้น่าจะเป็นโอกาสให้เริ่มสร้างนิสัยการใช้เงิน สร้างวินัยทางการเงิน นำเงินที่ไม่ซื้อข้าวของไปฝากธนาคาร ซื้อหุ้น หรือลงทุน เพื่อเกิดดอกผล แทนการใช้เพื่อสนองความต้องการชั่วครั้งชั่วคราว อาจจะเริ่มด้วยการตั้งใจว่าจะเข้าห้างหรือซูเปอร์มาร์เก็ตสักอาทิตย์ละครั้ง และทุกครั้งที่เข้าก็ทำรายการของที่จะซื้อมาล่วงหน้า ไม่ใช่เดินดุ่ยเข้าไปเจออะไรเตะตาก็จับใส่รถเข็น ต่อไปก็ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย พยายามให้บัญชีสมดุลกันให้ได้ เพื่อที่จะไม่ต้องสร้างหนี้ หรือมีปัญหาเรื่องการเงิน สุดท้ายก็คือ การเก็บเงินในแต่ละเดือน ซึ่งมีวิธีเริ่มต้นง่ายๆ คือหากล่องสักกล่องหรือกระปุกออกสินสักใบ แล้วใส่เศษสตางค์หรือเศษเงินที่ติดกระเป๋าในแต่ละวันไว้ในนั้น ลืมๆ สักพัก ในกล่องหรือในกระปุกก็อาจจะมีเงินเป็นร้อยเป็นพันได้

              การที่คนในต่างประเทศจะมีนิสัยประหยัด มัธยัสถ์ อดออมได้นั้น ก็ผ่านการฝึก ความอดทน และความมุ่งมั่นตั้งใจจริง แต่เมื่อสิ่งเหล่านั้นกลายเป็นนิสัยแล้ว พวกเขาก็ไม่รู้สึกเดือดร้อนในการไม่ใช้เงิน ไม่มีสินค้าที่กำลังมาแรง ตามสมัย ที่ทุ่มโฆษณาเป็นบ้าเป็นหลัง หรือไม่มีข้าวของแบรนด์เนมดังๆ เพราะพวกเขามีความสุขกับการเป็นตัวของตัวเอง กับสิ่งที่มี และกับการไม่ต้องเป็นหนี้เป็นสิน

              ลดการเดินห้าง เข้าศูนย์การค้า หรือจ่ายตลาดในซูเปอร์มาร์เก็ตลง คงไม่ถึงกับเป็นอะไรหรอกครับ แต่กลับจะเป็นโอกาสดีให้ได้ใช้เงิน ใช้เวลา และทำอะไรที่เกิดประโยชน์มากขึ้น