
สันติภาพหรือแค่เสียงกระหึ่มบนเวทีอาเซียน
สันติภาพหรือแค่เสียงกระหึ่มบนเวทีอาเซียน : สำราญ สมพงษ์รายงาน
ระหว่างวันที่ 9-11 พฤศจิกายน พ.ศ.2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มีภารกิจในต่างประเทศโดยเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 22 ณ มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้พบปะกับผู้นำมหาอำนาจนายสี จิ้นผิง (Mr. Xi Jinping) ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐ, นายวลาดิมีร์ ปูติน นายกรัฐมนตรีรัสเซีย
พล.อ.ประยุทธ์ ได้เปิดเผยเองว่า ทุกประเทศสอบถามถึงสถานการณ์ในประเทศไทยว่า มีความสุขกันหรือยัง ซึ่งได้บอกไปว่า บรรยากาศดีแล้ว แต่ขอเวลาปฏิรูปประเทศระยะหนึ่งก่อน ทุกคนก็ให้เกียรติซึ่งกันและกันไม่ได้พูดเรื่องความขัดแย้ง
และระหว่างวันที่ 12-13 พฤศจิกายน พ.ศ.2557 ได้เดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 25 ที่กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมาร์ และมีประเทศมหาอำนาจตามมาร่วมประชุมด้วยอีกหลายประเทศ
นายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีเมียนมาร์ในฐานะเจ้าภาพได้กล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุม โดยได้ทบทวนถึงความสำเร็จและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอาเซียน รวมทั้งประณามการยิงเครื่องบินสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบิน เอ็มเอช 317 และความรุนแรงที่เกิดจากการก่อการร้าย พร้มอความร่วมมือเพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ลดความยากจน ลดช่องว่างการพัฒนา
พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวในที่ประชุมถึงความร่วมของอาเซียนในการพัฒนาด้านต่างๆ พร้อมกับขอให้อาเซียนต้องแสดงท่าทีร่วมกันในเรื่องเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนอกภูมิภาค ที่จะมีผลกระทบต่ออาเซียน อาทิ ปัญหาความรุนแรงในภูมิภาคต่างๆ รวมทั้ง ตะวันออกกลาง ปัญหาโรคระบาด และปัญหาในภูมิภาค
ในเรื่องทะเลจีนใต้นั้นนายกรัฐมนตรีของไทยได้ระบุว่า อาเซียนต้องแสดงให้ประชาคมระหว่างประเทศเห็นว่า อาเซียนและจีน สามารถแก้ปัญหากันได้และมีความคืบหน้าในกระบวนการการเจรจาจัดทำแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ (ซีโอซี) นอกจากนี้ อาเซียนและจีนจะต้องพยายามรักษาสถานการณ์ในพื้นที่ให้มีความสงบและไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งอย่างเช่นในอดีตโดยการปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยการปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (ดีโอซี) อย่างเต็มที่ เพื่อช่วยสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันและเร่งรัดการจัดทำซีโอซีโดยเร็ว
และวันที่ 13 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน- สหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 2 ร่วมกับผู้นำชาติอาเซียน เลขาธิการอาเซียน และนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดยการประชุมครั้งนี้ จะทบทวนพัฒนาการความร่วมมือ และกำหนดทิศทางความร่วมมือในอนาคต รวมทั้งมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ ซึ่งภายหลังการประชุม ผู้นำได้ให้การรับรองร่างถ้อยแถลงว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (ASEAN - U.S. Joint Statement on Climate Change)
ภายหลังการเข้าร่วมการประชุม ร้อยเอกยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า "ไทยสนับสนุนการเข้ามามีบทบาทอย่างสร้างสรรค์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาค โดยเฉพาะการที่สหรัฐฯ เห็นความสำคัญถึงบทบาทอันเป็นแกนกลางของอาเซียนในการเสริมสร้างสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค"
จากถ้อยแถลงของพล.อ.ประยุทธ์ทั้งเวทีเอเปคและอาเซียนนั้นแสดงให้เห็นว่าทั้งไทยและภูมิภาคอาเซียนมีความขัดแย้งและความรุนแรงในมติต่างๆ และก็ตั้งความหวังว่าสหรัฐฯจะเป็นตัวช่วยให้ภูมิภาคอาเซียนเกิดสันติภาพ เท่ากับว่านายกรัฐตรีของไทยได้แสดงถึงสภาพของปัญหาและวิธีการแก้ปัญหา แต่อยู่ที่จะว่ามีการเดินไปสู่จุดสันติภาพหรือไม่อย่างไรเท่านั้น



