ข่าว

‘นายกฯ’หารือทวิภาคี‘เลขายูเอ็น’

‘นายกฯ’หารือทวิภาคี‘เลขายูเอ็น’

13 พ.ย. 2557

"นายกฯ" หารือทวิภาคี เลขาธิการสหประชาชาติ ย้ำ ความจำเป็นเข้ามาบริหารประเทศ ต่อมาได้หารือ "นายกฯรัสเซีย" ร่วมผลักดันมูลค่าการค้าเพิ่มเป็นหมื่นล้านเหรียญ

 
 
          วันที่ 13 พ.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา เวลา 18.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หารือทวิภาคีกับนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ ระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 25 ณ กรุงเนปยิดอ สาธารณรัฐแห่งสภาพเมียนมาร์ หลังเสร็จสิ้นการหารือร้อยเอก ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการหารือ ว่า เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวยินดีที่ได้พบนายกรัฐมนตรี ก่อนหน้านี้ได้พบกับพลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในช่วงการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก ทำให้เข้าใจสถานการณ์การเมืองไทยมากยิ่งขึ้น
   
          เลขาธิการสหประชาชาติยังกล่าวถึงบทบาทไทยในเวทีสากล เช่น ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนบวกสาม เกี่ยวกับการระบาดของเชื้ออีโบลา การเข้าร่วมปฏิบัติการรักษาสันติภาพของสหประชาชาติในช่วงที่ผ่านมา 
 
          ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณเลขาธิการสหประชาชาติและได้อธิบายสถานการณ์ไทยถึงเหตุผลและความจำเป็นของการเข้ามาบริหารประเทศว่า เนื่องจากความขัดแย้งภายในที่มีการใช้อาวุธสงคราม และมีแนวโน้มที่จะรุนแรงมากขึ้น ทำให้มีความจำเป็นที่จะต้องเข้ามาควบคุมสถานการณ์ รัฐบาลไทยมุ่งมั่นที่จะดูแลความสงบเรียบร้อย โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่สองของแผนปฏิบัติการ (Roadmap) คือ มีการจัดตั้งรัฐบาลและใช้ระเบียบการบริหารราชการรูปแบบปกติ เร่งรัดการปฏิรูป 11 ด้าน และพัฒนาประชาธิปไตยทียั่งยืน ไทยยังยึดมั่นและพร้อมที่จะปฏิบัติตามพันธสัญญาที่มีกับนานาประเทศและระหว่างประเทศอย่างครบถ้วน
 
          สำหรับความร่วมมือกับสหประชาชาตินั้น ไทยมีส่วนร่วมในประเด็นสันติภาพและความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี ค.ศ. 1950 ไทยได้ส่งบุคคลากรชายหญิง กว่า 20,000 คน เข้าร่วมในปฏิบัติการรักษาสันติภาพของสหประชาชาติกว่า 20 ปฏิบัติการ ไทยพร้อมเป็นสมาชิกที่เข้มแข็งของสหประชาชาติต่อไป

 
          ต่อมาเมื่อเวลา 22.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หารือทวิภาคีกับนายดมิทรี เมดเวเดฟ นายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐรัสเซีย ระหว่างการประชุมสุดยออาเซียน ครั้งที่ 25 ณ กรุงเนปยิดอ สาธารณรัฐแห่งสภาพเมียนมาร์
 
          หลังเสร็จสิ้นการหารือ ร้อยเอก ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงสรุปผลการหารือ ว่า นายกรัฐมนตรีกล่าวชื่นชมความสัมพันธ์ไทย-รัสเซีย ที่อยู่ในระดับที่ดีมาก ไทยและรัสเซียจะครบรอบ 120 ปี ของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันในปี 2560 ไทยยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวรัสเซียนิยมเดินทางมาเป็นจำนวนมาก ขอยืนยันว่าประเทศไทยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ปลอดภัย รัฐบาลพร้อมที่จะให้การดูแลความปลอดภัยและสวัสดิภาพของนักท่องเที่ยวต่างชาติทุกคน
 
          นายกรัฐมนตรียังได้กล่าวขอบคุณรัสเซียที่ได้นำเข้าสินค้าอาหารและเกษตรของไทยเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะ ผัก ผลไม้และอาหารกระป๋อง และหวังว่าจะได้เปิดตลาดให้กับสินค้าไทยเพิ่มขึ้นอีก เพื่อผลักดันให้มูลค่าการค้าของทั้งสองประเทศเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า หรือ 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2559 พร้อมเชิญชวนรัสเซียนให้มีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิกติกส์ของไทย ตามยุทธศาสตร์แผนลงทุนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้วย
 
          นายกรัฐมนตรีรัสเซีย กล่าวชื่นชมความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศที่มีมายาวนานและวาระครบ 120 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างกันในปี 2560 ปัจจุบันได้มีการพัฒนาความสัมพันธ์หลายด้าน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวรัสเซียนิยมเดินทางเยือนเป็นจำนวนมาก และต้องการเห็นมูลค่าการค้าระหว่างกันเพิ่มมากขึ้นเป็น 2 เท่า ไทยถือเป็นหุ้นส่วนสำคัญของรัสเซียนในภูมิภาคนี้ และพร้อมที่จะกระชับความร่วมมือทั้งด้านพลังงาน การท่องเที่ยว และแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด
 
          นายกรัฐมนตรีรัสเซียยังได้กล่าวสนับสนุนความร่วมมือด้านการค้าการลงทุน โดยยินดีที่เปิดตลาดรัสเซียให้แก่สินค้าเกษตรของไทยมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ขอให้คณะกรรมการร่วมไทย-รัสเซียเร่งจัดการประชุมเพื่อหารือร่วมกันโดยเร่ง รวมทั้งเชิญนายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนรัสเซียในโอกาสต่อไป