ข่าว

คดีพิพาทค่าโฆษณาช่อง9ก้าวพลาดของ‘สรยุทธ’?

คดีพิพาทค่าโฆษณาช่อง9ก้าวพลาดของ‘สรยุทธ’?

13 พ.ย. 2557

คดีพิพาทค่าโฆษณาช่อง9 ก้าวพลาดของ‘สรยุทธ’?

               ยังคงเป็นข่าวที่สะกดแฟนๆ ได้เหนียวแน่นเสมอ สำหรับคดี "ยักยอกเงินค่าโฆษณาของ อสมท กว่า 138 ล้านบาท" ที่ อัยการสูงสุด เพิ่งมีคำสั่งฟ้องพนักงาน บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) บริษัท ไร่ส้ม จำกัด และ สรยุทธ สุทัศนะจินดา กับพวกไปเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา 

               เหตุเพราะคดีนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับพิธีกรหนุ่มชื่อดังอย่าง สรยุทธ นักเล่าข่าวที่มีแฟนคลับติดตามทั่วประเทศ

               สรยุทธ กับพวกถูกฟ้อง ฐานร่วมกันยักยอกเงินค่าโฆษณาจำนวน 138,790,000 บาท จากการจัดรายการ คุยคุ้ยข่าว ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9  อสมท ที่ตัวเขาเป็นพิธีกร และเป็นเจ้าของบริษัท ไร่ส้ม ผู้ร่วมผลิตรายการ

               หากยังจำกันได้ ก่อนพลิกฐานะขึ้นมาเป็น พิธีกรข่าวพันล้าน ของทาง ทีวีช่อง 3 อยู่ในปัจจุบัน สรยุทธ ได้เข้ามาร่วมงานกับช่อง 9 อสมท ในฐานะผู้รับจ้างดำเนินรายการ "ถึงลูกถึงคน" ร่วมกับ กนก รัตน์วงศ์สกุล พิธีกรมากประสบการณ์จากค่ายเนชั่นทีวี ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2546 

               ด้วยลีลาการเล่าข่าวแบบถึงลูกถึงคนของสองหนุ่มพิธีกรที่มีชั้นเชิงการเล่าข่าวได้อย่างน่าติดตาม ทำให้รายการ ถึงลูกถึงคน ได้รับความนิยมจากแฟนข่าวอย่างรวดเร็ว และถือเป็นการเปิดมิติใหม่ของวงการข่าวทีวีตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

               ถึงกระนั้น แม้ว่ารายการ ถึงลูกถึงคน จะได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งของรายการข่าวในสมัยนั้น แต่ด้วยเงื่อนไขของสัญญา และเหตุปัจจัยบางอย่าง ทำให้รายการ ถึงลูกถึงคน มีอันต้องปิดฉากลงเร็วกว่าที่ควร

               ทว่าในแง่ของตัวพิธีกร สรยุทธ ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง และยังคงร่วมงานกับ อสมท เรื่อยมา ในฐานะคู่สัญญาร่วมผลิตรายการ คุยคุ้ยข่าว ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ไร่ส้ม ที่ตัวเขาก่อตั้งขึ้นในปี 2547 เพื่อรับงานนี้โดยเฉพาะ

               คุยคุ้ยข่าว ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว จนมี เรตติ้งสูงสุด ของรายการทีวีที่ออกอากาศในห้วงปี 2547-2549 ส่งผลให้ชื่อเสียงของ สรยุทธ เป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ แต่เบื้องหลังแล้ว ไม่มีใครคาดคิดว่า รายการที่ได้รับความนิยมจากแฟนรายการทั่วประเทศจนทำให้กรรมกรข่าวอย่างเขาประสบความสำเร็จสูงสุด จะมีเรื่องอื้อฉาวแอบแฝงอยู่

               จนกระทั่งล่วงมาถึงปี 2555 หลังจาก คุยคุ้ยข่าว ปิดตัวลงไปได้ระยะหนึ่ง และ สรยุทธ ได้เบนเข็มจากช่อง 9 มาร่วมงานกับช่อง 3  จัดรายการข่าว เรื่องเล่าเช้านี้ และ เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ ก็มีข่าวไม่ดีเกี่ยวกับการฉ้อโกงในรายการ คุยคุ้ยข่าว แพร่สะพัดตามมา และกลายเป็นชนักติดหลังพิธีกรหนุ่มในคดีนี้

               กล่าวเฉพาะปมเหตุของคดี สรยุทธ และ ไร่ส้ม ถูกร้องเรียนว่าผิดสัญญากับ อสมท ว่าด้วยการแบ่งรายได้ค่าโฆษณาที่ได้จากรายการ คุยคุ้ยข่าว ซึ่งต่อมา คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ได้รับเรื่องและเข้าไปตรวจสอบเมื่อปี 2555 และพบว่า ไร่ส้ม ยักยอกค่าโฆษณาส่วนเกินที่เป็นของ อสมท ไปเป็นเงินทั้งสิ้น 138,790,000 บาท 
      
               การตรวจสอบของ ป.ป.ช.ชี้ชัดว่า ความเสียหายของ อสมท ที่เกิดจากการยักยอกค่าโฆษณาส่วนเกิน มาจากการร่วมผลิตและออกอากาศรายการ คุยคุ้ยข่าว 2 ส่วนด้วยกัน คือรายการ คุยคุ้ยข่าว ที่ออกอากาศทุกวันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 12.00-13.00 น. ซึ่ง  อสมท แบ่งเวลาโฆษณาให้ไร่ส้ม ครั้งละ 5 นาที จากการออกอากาศ 60 นาที (รวมเวลาโฆษณา) ถ้ามีโฆษณาเกินกว่ากำหนด ไร่ส้ม ต้องจ่ายค่าโฆษณาเกินเวลาให้ อสมท นาทีละไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท          

               ขณะที่รายการคุยคุ้ยข่าว ที่ออกอากาศทุกวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 21.30-22.00 น. อสมท ตกลงแบ่งเวลาโฆษณาให้ไร่ส้ม ครั้ง ละ 2 นาทีครึ่ง ถ้ามีโฆษณาเกินกว่ากำหนด ต้องจ่ายค่าโฆษณาส่วนเกินให้ อสมท นาทีละไม่ต่ำกว่า 2.4 แสนบาท แต่ในความเป็นจริง ไร่ส้ม กลับหลบเลี่ยง ไม่ชำระค่าโฆษณาส่วนเกินที่ตกลงกันให้แก่ อสมท
 
               การตรวจสอบระบุว่า การยักยอกเงินที่เกิดขึ้นนั้น มี พิชชาภา เอี่ยมสอาด เจ้าหน้าที่ธุรการระดับ 5 สำนักกลยุทธ์การตลาด อสมท ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเพียงผู้เดียวในการจัดทำคิวโฆษณารวมและเป็นผู้รายงานโฆษณาเกินเวลาเพื่อเรียกเก็บเงินจาก ไร่ส้ม ให้ความช่วยเหลือ โดยไม่ทำรายงานการโฆษณาเกินเวลาเพื่อเรียกเก็บเงินจาก ไร่ส้ม ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2548 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2549
      
               การไต่สวนของ ป.ป.ช.ยังปรากฏด้วยว่า สรยุทธ ได้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คของธนาคารธนชาต สาขาพระราม 4 ให้ พิชชาภา รวม 6 ครั้งเป็นเงิน 739,770.50 บาท เพื่อตอบแทนที่ พิชชาภา ละเว้นการทำรายงานการโฆษณาเกินเวลาของไร่ส้ม
 
               อย่างไรก็ตาม หลังการตรวจสอบไร่ส้ม ได้ขอประนีประนอม ชำระเงินค่าโฆษณาส่วนเกินให้ อสมท ในวันที่ 31 สิงหาคม 2549 และวันที่ 15 กันยายน 2549 เป็นเงินจำนวน 103,953,710 บาท โดยไร่ส้ม ขอหักส่วนลด 30% จากยอดทั้งหมดจำนวน138,790,000 บาท แต่  อสมท ไม่ยินยอม

               ในที่สุด ป.ป.ช.ได้สรุปผลการไต่สวนและมีมติเอกฉันท์ 7 ต่อ 0 เสียง เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2555 ว่า พิชชาภา มีมูลความผิดทางวินัยร้ายแรงและมีมูลความผิดทางอาญา อัญญา อู่ไทย หัวหน้าส่วนธุรการขาย ระดับ 6 ฝ่ายบริการลูกค้า อสมท มีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง แต่ไม่มีมูลความผิดทางอาญา

               ส่วน สรยุทธ กรรมการผู้จัดการ ไร่ส้ม และ มณฑา ธีระเดช เจ้าหน้าที่ ไร่ส้ม และบริษัท ไร่ส้ม  มีมูลความผิดทางอาญา ฐานสนับสนุนพนักงานกระทำผิด และส่งสำนวนต่ออัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาสั่งฟ้องเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา

               กระนั้น การที่อัยการสูงสุด มีคำสั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด ถือเป็นการสิ้นสุดการตรวจสอบที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปี และเริ่มเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลอาญา ซึ่ง สุรยุทธ รวมทั้งผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด ยังมีโอกาสต่อสู้คดี เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ต่อไป