ข่าว

มติ'วิปสนช.'เลื่อนสอย'ยิ่งลักษณ์'

มติ'วิปสนช.'เลื่อนสอย'ยิ่งลักษณ์'

11 พ.ย. 2557

มติ 'วิปสนช.' เลื่อนการพิจารณากระบวนการถอดถอน 'ยิ่งลักษณ์' ลั่นปฏิบัติตามข้อบังคับ-ไม่ผิดก.ม.

 
                             11 พ.ย. 57  นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติ (สนช.) คนที่ 1 ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ทีมทนาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ร้องขอให้ สนช.เลื่อนการพิจารณากระบวนการถอดถอนออกไป 30 วัน ว่า จะมีการหารือในที่ประชุมวิป สนช. ในช่วงบ่ายนี้ และขึ้นอยู่กับที่ประชุมใหญ่ว่า จะให้มีการเลื่อนพิจารณาหรือไม่ ก็คงต้องฟังเหตุผลในการขอเลื่อนก่อน หากเป็นเหตุเป็นผล ก็สามารถขอเลื่อนได้อยู่แล้ว แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าจะอนุญาตให้เลื่อนได้ตามที่ขอมา 30 วันหรือไม่ เพราะที่กฏหมายกำหนด สามารถขอเลื่อนได้ 15 วันเท่านั้น ทั้งนี้ ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการเร่งรัด ทาง สนช.เปิดโอกาสให้กับทุกฝ่ายอยู่แล้ว การที่อ้างว่าเพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ แล้วยังไม่ได้รับเอกสารนั้น ก็สามารถรับฟังได้ แต่ขอว่าอย่าประวิงเวลา เพราะตามกระบวนการถูกออกแบบไว้ให้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว เพื่อเป็นการคุ้มครองสิทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาเอง
 
 
 
'เรืองไกร' อ้าง รธน.ชั่วคราว ปี 57 ไม่มีบทถอดถอน
 
 
 
มติ'วิปสนช.'เลื่อนสอย'ยิ่งลักษณ์'
 
 
 
                             นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนางนรรัตน์ พิมพ์เสน เลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อขอให้ สนช.ถอนระเบียบวาระการประชุมในวันที่ 12 พ.ย. ที่จะพิจารณาการถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวออกไปก่อน โดยนายเรืองไกร กล่าวภายหลังยื่นหนังสือ ว่า การที่ขอให้ สนช.ถอนวาระดังกล่าวออกไป เนื่องจากเห็นว่า การที่ สนช.อ้างบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ชั่วคราว 2557 ในมาตรา 6 ว่ามีอำนาจถอดถอนนั้น ไม่สามารถกระทำได้ เพราะไม่มีบทบัญญัติเฉพาะให้ถอดถอนแต่อย่างใด และเมื่อพิจารณารัฐธรรมนูญ ปี 2550 จะเห็นได้ชัดเจนว่า ในมาตรา 270 ถึงมาตรา 274 มีบทบัญญัติที่ให้อำนาจวุฒิสภาถอดถอนไว้ แต่ในรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว ปี 2557 ไม่มีบทบัญญัติเฉพาะให้มีการถอดถอนแต่อย่างใด  อีกทั้งการอ้างอำนาจตามรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวในมาตรา 13 วรรคสอง โดยตีความคำว่า "กิจการอื่น" แปลว่ามีอำนาจถอดถอนได้ด้วยนั้น ย่อมเป็นการส่อว่า จงใจใช้อำนาจขัดรัฐธรรมนูญ และถือว่าการตราข้อบังคับการประชุม สนช. พ.ศ. 2557 จึงมิชอบ นอกจากนี้เรื่องดังกล่าวตนได้มีการยื่นให้ผู้ตรวจการแผ่นดินทำความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย  
 
                             นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า ข้อบังคับการประชุม สนช. พ.ศ. 2557 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2557 ที่ออกโดยอาศัยรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว ปี 2557 มาตรา 13 วรรคสอง อาจตราโดยไม่ชอบ เนื่องจากการตีความ "กิจการอื่น" ซึ่งขยายความไปถึงอำนาจการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ด้วยนั้น ก็ขัดแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 5/2553 ที่ได้มีการตีความขยายอำนาจให้ สนช.มีอำนาจเกินไปกว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว ปี 2557ดังนั้นหาก สนช.ดำเนินการตามระเบียบวาระการประชุมในวันที่ 12 พ.ย.ก็เป็นการจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ จึงขอให้พิจารณาถอนวาระดังกล่าวออกไปก่อน แต่หาก สนช.ยังเดินหน้าต่อไป ก็สุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดตามมาตรา 58 ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญแห่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ฐานส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และอาจทำให้ สนช.ต้องรับโทษตามมาตรา 123/1 ได้

 

มติ 'วิปสนช.' เลื่อนสอย 'ยิ่งลักษณ์'

 
                             ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิปสนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการพิจารณาถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในกรณีโครงการรับจำนำข้าว ในการประชุม สนช.วันที่ 12 พ.ย.ว่า วิปสนช.มีมติเลื่อนการพิจารณาถอดถอนออกไป เนื่องจากทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ทำหนังสือขอเลื่อนการพิจารณาคดีถอดถอนออกไป 30 วัน เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ได้ศึกษารายละเอียดของสำนวน ซึ่ง วิปสนช.ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ว่าได้ส่งหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไปเมื่อวันที่ 7 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งตามข้อบังคับต้องส่งสำนวนภายใน 15 วัน ซึ่งจะตรงกับวันที่ 22 พ.ย. แต่เนื่องจากเป็นวันหยุด จึงต้องเลื่อนการพิจารณาไปในวันที่ 27 พ.ย. แต่ที่ประชุม สนช.ต้องพิจารณาเรื่องถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรม และเพื่อให้ถูกต้องตามข้อบังคับ วิปสนช.จึงมีมติเลื่อนการพิจารณาออกไปเป็นวันที่ 28 พ.ย. ซึ่งถือเป็นการพิจารณานัดแรก เพื่อกำหนดวันแถลงเปิดคดี อย่างไรก็ตาม สนช.เปิดให้ทีมทนายความ น.ส.ยิ่งลักษณ์ มาคัดสำเนาเอกสารการถอดถอน เพื่อไปศึกษาเพิ่มเติมได้ และในวันดังกล่าว วิปสนช.จะแจ้งมติให้ที่ประชุม สนช.ใหญ่รับทราบ เพื่อให้มีมติเลื่อนวาระการประชุมดังกล่าวออกไป
 
                             นพ.เจตน์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือขอให้ถอดเรื่องดังกล่าวออกจากการพิจารณานั้น เรื่องนี้ วิปสนช.มีการพิจารณาประเด็นดังกล่าวแล้ว และเห็นว่า นายเรืองไกร ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ ยืนยันว่า การเดินหน้าพิจารณาคดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่ผิดข้อบังคับ และ สนช.ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายทุกอย่าง จึงไม่กลัวหากจะถูกยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบ