
'ประยุทธ์'แจงผู้นำเอเปค-ขอเวลาปฏิรูป
11 พ.ย. 2557
'นายกฯ' แจงผู้นำกลุ่มเอเปค บรรยากาศไทยดี ขอเวลาปฏิรูป จีน-ญี่ปุ่น พร้อมยกเลิกประกาศเตือนพลเมืองมาไทย จีนตกลงร่วมมือกันทำรถไฟทางคู่-รถไฟรัฐต่อรัฐ 3 เส้นทาง
11 พ.ย. 57 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการร่วมงานเลี้ยงผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ว่า ได้พบผู้นำทุกประเทศ รวมถึงได้พุดคุยกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายบารัก โอบามา นายวลาดิเมียร์ ปูติน นายกรัฐมนตรีรัสเซีย ซึ่งทุกประเทศสอบถามถึงสถานการณ์ในประเทศไทย ว่ามีความสุขกันหรือยัง ซึ่งได้บอกไปว่า บรรยากาศดีแล้ว แต่ขอเวลาปฏิรูปประเทศระยะหนึ่งก่อน
"ได้พูดกับประธานาธิบดีโอบามาด้วย เขาแสดงความเป็นห่วง ผมก็ขอบคุณที่เป็นห่วงและยืนยันจะทำให้ดีที่สุด ได้พบกับ 'ปูติน' ก็ถามว่า ประเทศไทยเป็นไง เรียบร้อยหรือยัง ผมก็บอกเรียบร้อยดี ขอเวลาเราระยะหนึ่ง ทุกคนก็ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ได้พูดเรื่องความขัดแย้ง ผมบอกทุกประเทศว่าประเทศไทยสงบสุขพอสมควรแล้ว การท่องเที่ยวก็ดีขึ้น ได้เชิญชวนให้ทุกประเทศมาเที่ยวเมืองไทยด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นและจีน บอกว่า จะยกเลิกประกาศเตือนเพื่อให้คนมาเที่ยว ทุกประเทศกล่าวขวัญถึงประเทศไทยในทางที่ดีหมด"
จีนตกลงร่วมมือกันทำรถไฟทางคู่-รถไฟรัฐต่อรัฐ 3 เส้นทาง
พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้าร่วมประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 22 ที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า การเดินทางมาเข้าร่วมประชุมครั้งนี้เป็นครั้งแรก มีโอกาสแนะนำตัวกับผู้นำต่างๆ และได้เข้าหารือทวิภาคีกับนายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาชนจีน และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยจีนมีความต้องการรื้อฟื้นเส้นทางสายไหม ซึ่งตนเห็นด้วย เพราะมีความสำคัญต่อประเทศไทย ซึ่งจะมีการทบทวนกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป
"ท่านมีความรู้สึกว่า ไทยกับจีนน่าจะร่วมกันตรงนี้เพราะเป็นการเชื่อมโยงระหว่างไทยกับจีน เส้นทางก็มีการทำเชื่อมกันอยู่แล้วในปัจจุบัน มีการปรับปรุง ขยายเส้นทางกันอยู่แล้วในแต่ละประเทศ ประเด็นสำคัญคือเรื่องการขนส่งสินค้าต้องมีความเชื่อมโยงกัน จึงตกลงกันว่าจะร่วมมือกันในเรื่องการทำทางรถไฟ ขนาด 1.435 เมตร เป็นทางรถไฟที่รางกว้างกว่าปกติ คือ กว้าง 1 เมตร ก็สอดคล้องกันพอดี ทางจีนบอกว่าพร้อมจะร่วมมือและสนับสนุนไทยทุกอย่างในการก่อสร้างเส้นทางนี้และเกิดประโยชน์ทั้งไทยและอาเซียน และจีน ก็ถือว่าน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในด้านการพัฒนาการขนส่ง ทั้งสินค้าและประชาชน"
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลมีแผนพัฒนารถไฟหลายเส้นทาง ที่พูดคุยกับทางการจีน และตกลงที่จะร่วมมือกันแบบรัฐต่อรัฐ คือ เส้นทางกรุงเทพ-หนองคาย กรุงเทพ-มาบตาพุด และแยกที่แก่งคอย จ.สระบุรี การดำเนินการไม่ได้ผ่านบริษัทใด ไม่มีผลประโยชน์ให้ใคร มีแต่ผลประโยชน์ให้ประเทศ ขอให้เชื่อมั่น ตนไม่ได้มีการเจรจาส่วนตัว เวลาพุดคุยเป็นการคุยเต็มคณะทั้งหมด กลับไปก็คงไปดำเนินการให้ถูกต้อง ตามกฎหมายให้เรียบร้อย เพื่อเดินหน้าต่อไปให้ได้ ถ้าไม่ทำวันนี้จะไม่ทันการณ์ และราคาจะแพงขึ้น
"ผมยืนยันว่าเราต้องไม่เสียเปรียบในเรื่องรถไฟ มีอีกหลายประเทศที่สนใจ แต่เขาสนใจเส้นทางอื่น ไม่ใช่เส้นทางนี้ ซึ่งจะต้องไปพูดคุยกันต่อ ถ้าเราไม่ทำเส้นทางเหล่านี้ไว้ ก็จะเชื่อมต่อไม่ได้ เวลาก็จะล่าช้าไปเรื่อย การขนส่งสินค้าก็ลำบาก วันนี้เราจะเริ่มต้นรถไฟในประเทศ เริ่มทำทางคู่ รางกว้าง 1 เมตรส่วนหนึ่งก่อน ซึ่งมีจำนวนมากพอสมควร เพื่อจะเพิ่มระยะทางทางรถไฟให้มากขึ้น และรถไฟความเร็วสูง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รางกว้าง 1.435 เมตร ส่วนรถไฟความเร็วสูง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต้องศึกษาเรื่องความคุ้มค่าอีกครั้ง เราจะดำเนินการรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วปานกลาง ถือว่าเป็นของขวัญให้คนไทยในปี 2558"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนจะทำให้ทุกอย่างโปร่งใสที่สุด เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของชาติอย่างแท้จริง เป็นการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศที่เป็นมิตรกับเราด้วย อย่ากังวล ตนไม่เอาประเทศไทยเป็นเบี้ยล่างให้ใคร ตนมาทุกครั้งเอาเกียรติยศของคนไทยมาด้วย ยืนยันว่าจะต้องไม่มีการทุจริตในทุกโครงการ และโครงการจะต้องเกิด ไม่เช่นนั้นความไว้ววางใจจะไม่เกิดขึ้น ชื่อเสียงประเทศไทยเสียหายมากเรื่องนี้ ส่วนเรื่องการทำสัญญา ตนจะให้ทำตามกฎหมาย ทั้งนี้จีนจะให้ความช่วยเหลือเรื่องสินค้าเกษตร โดยจะรับซื้อข้าวจากไทย นอกจากนี้ยังได้พูดคุยในเรื่องความร่วมมือไทย-จีนด้วย



