
'ประวิตร'ปัดตอบเปิดช่องนายกฯคนนอก
10 พ.ย. 2557
'ประวิตร' มอบนโยบายกองทัพไทย ปัดตอบมีนายกฯคนนอก ชี้ประชามติร่างรธน. เป็นเรื่องของกมธ.ยกร่างฯ ประชุม ครม. 12 พ.ย.นี้ ยังไม่มีเรื่องภาษีมรดก-รถไฟรางคู่
10 พ.ย. 57 เมื่อเวลา 10.30 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เดินทางตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพไทยอย่างเป็นทางการ โดยมี พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้การต้อนรับ โดย พล.อ.ประวิตร ได้เป็นประธานในพิธีตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ จากนั้นได้รับฟังการบรรยายสรุปภาพรวมการทำงานและอุปสรรคของกองทัพไทย พร้อมทั้งมอบนโยบายการปฏิบัติงานที่สำคัญที่มีความเร่งด่วนให้แก่เหล่าทัพ
จากนั้นเวลา 12.00 น. พล.อ.ประวิตร แถลงภายหลังการตรวจเยี่ยม ว่า รัฐบาลมอบหมายให้ทุกกระทรวงและเหล่าทัพ ดำเนินการกับประชาชนที่ยังมีความคิดแตกแยก และสร้างความปรองดองให้เกิดกับคนในชาติให้ได้ ภายในระยะเวลา 1 ปี นอกจากนี้ยังสนับสนุนเรื่องการปฏิรูปของ สปช.ทั้ง 11 ด้าน
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลจะตั้งคณะกรรมการทำงานควบคู่กับ กมธ.ยกร่าง รธน.ด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ต้องทำ และไม่ต้องมี ซึ่งปล่อยให้เป็นเรื่องของ กมธ.ยกร่าง รธน.
เมื่อถามต่อว่า นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองประธาน สปช.คนที่ 1 และประธานกมธ.ยกร่าง รธน. ได้พยากรณ์ไว้ว่า รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวนี้ ทางทหารจะสนับสนุนแน่นอน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ทหารเมื่อถอดเครื่องแบบก็คือประชาชน ดังนั้นประชาชนต้องเป็นคนให้การสนับสนุน เพื่อให้ประเทศสามารถเดินไปข้างหน้าและลดความขัดแย้ง เพื่อสร้างความปรองดอง
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า หากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ออกมา แต่ยังมีพรรคการเมืองเดิมๆ กลับมานั้น จะยอมรับได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ผมไม่ทราบ เพราะไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์ข้างหน้าได้ เราหวังว่าเมื่อปฏิรูป และร่างรัฐธรรมนูญเสร็จเรียบร้อยแล้ว หากประชาชนเลือกเข้ามาก็ไม่มีปัญหาอะไร"
เมื่อถามต่อว่า จะเปิดให้มีนายกรัฐมนตรี ที่มาจากคนนอกหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่มีความเห็น เป็นหน้าที่ของกมธ.ยกร่าง รธน. และทาง สปช.เป็นผู้ดำเนินการ
เมื่อถามอีกว่า มีคนจับตามอง พล.อ.ประวิตร ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป พล.อ.ประวิตร หัวเราะและกล่าวว่า "ก็ให้มองกันต่อไป จะมองอะไรก็มองกันไป เชิญเถอะครับ ผมเข้ามาช่วยประเทศตามที่นายกรัฐมนตรี ขอร้อง ผมก็ต้องเข้ามาช่วยทำ แต่วันนี้ทุกคนที่เข้ามาทำงานตั้งใจทำงาน อยากให้ประเทศชาติสงบ รวมทั้งสื่อมวลชนจะต้องช่วยกัน ถ้าไม่ช่วยกันก็ลำบาก"
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว จะต้องทำประชามติหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นเรื่องของกมธ.ยกร่าง รธน.เป็นผู้พิจารณา ว่าจะดำเนินการหรือไม่ แต่ทางรัฐธรรมนูญ ไม่ได้บัญญัติไว้ จะให้ทำดีหรือไม่ ตนไม่ทราบ และตนคนเดียวก็ไม่สามารถตอบได้ ต้องดูว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
ประชุม ครม.12 พ.ย.นี้ ยังไม่มีเรื่องภาษีมรดก-รถไฟรางคู่
พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 12 พ.ย.นี้ ว่า เท่าที่ทราบ ยังไม่มีการพิจารณาเรื่องสำคัญอะไร เพราะที่ผ่านมา นายกฯ ได้ดำเนินการทุกอย่างแล้ว การประชุมเป็นไปตามวาระ ตนคิดว่า ไม่น่ามีปัญหาอะไร สำหรับเรื่องการพิจารณาภาษีมรดกนั้น กำลังดำเนินการอยู่ แต่ยังไม่พิจารณาในการประชุม ครม.ในวันที่ 12 พ.ย. รวมถึงเรื่องการพิจารณารถไฟร่างคู่ด้วย
กำชับ 'ทัพฟ้า' เน้นสานงานรัฐบาล-คสช. เร่งสร้างปรองดอง
พล.อ.ประวิตร ได้เน้นย้ำให้กองทัพอากาศสนับสนุนภารกิจของรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) การเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ การมุ่งเน้นการช่วยเหลือประชาชนในเรื่องความเหลื่อมล้ำ สร้างความปรองดองกับประชาชน พร้อมทั้งสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังเน้นย้ำความร่วมมือกับมิตรประเทศ โดยเฉพาะการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ปี 2558 และช่วยกันนำพากองทัพไปสู่ความเชื่อมั่นและได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคงของชาติ อย่างไรก็ตามกองทัพอากาศ ยังได้แสดงวิสัยทัศน์การมุ่งกองทัพอากาศชั้นนำในภูมิภาค โดยเฉพาะในปี 2559-2562 จะทำให้กองทัพอากาศไทยเป็นกองทัพอากาศชั้นนำในภูมิภาค One of The best in Asain
ซึ่ง พล.อ.อ.ตรีทศ เปิดเผยภายหลังว่า การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์เป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อให้กองทัพอากาศนำไปสู่ความทันสมัย ส่วนเรื่องการฝึกระหว่างกองทัพอากาศไทยกับกองทัพอากาศจีนนั้น ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นการเตรียมการ โดยในสิ้นเดือน พ.ย.ทางกำลังพลกองทัพอากาศจีนจะเข้ามาร่วมการฝึก เพื่อเรียนรู้การทำงาน และการฝึกเครื่องบิน อย่างไรก็ตามยังไม่มีการตั้งรหัสการฝึก โดยในเบื้องต้นจะมาทำหน้าที่ผู้สังเกตการณ์ เป็นนักบินที่ 2 ทั้งนี้การที่จะรบร่วมกันต้องคำนึงถึงความปลอดภัยด้วย ตนขอชี้แจงว่าก่อนที่จะมีการฝึกบินได้จะต้องใช้เวลาทั้งเรื่องหลักนิยม และกฎกติกาของแต่ละประเทศที่มีต่างกัน ฉะนั้นต้องจำเป็นมาเรียนรู้ร่วมกัน โดยให้ต่างคนต่างเรียนรู้ ซึ่งในอนาคตการฝึกบินร่วมกันอาจมีความเป็นไปได้ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อความสัมพันธ์ทุกระดับ ส่วนจะใช้อากาศยานค่ายใดคงต้องหารือกันอีกครั้งหนึ่ง ถ้าใช้เครื่องของสหรัฐ หรือเครื่องบินกริพเพน ของสวีเดน ต้องแจ้งรายละเอียดไปยังประเทศนั้นก่อน เนื่องจากมีข้อกำหนดอยู่
ขณะที่ พล.อ.อ.มณฑล สัชฌุกร โฆษกกองทัพอากาศ กล่าวว่า สำหรับการฝึกร่วมกับจีนตามนโยบายของกระทรวงกลาโหมสองประเทศ ที่ดำเนินการทั้ง 3 เหล่าทัพ โดยล่าสุดทางกองทัพอากาศ ซึ่งเป็นเหล่าทัพสุดท้ายที่จะได้ฝึกร่วมสองชาติ ข้อสรุปเบื้องต้นในการให้นักบินจีนเข้าร่วมสังเกตการณ์การบินในที่นั่งหลังจำนวน 4 นาย ซึ่งไม่ใช่เข้าร่วมทำการบิน คาดว่าในอนาคตจะฝึกเข้มข้นถึงขั้นทำการบินร่วมได้หรือไม่ จะมีการตั้งคณะทำงานร่วมระดับ บก.ทท. และ ทอ. เพื่อพิจารณาเพิ่มกิจกรรมการฝึกในอนาคต ที่จะขยับเป็น goodwill visit ต่อไป เพราะต้องเข้าใจว่า การจะทำการบินได้ต้องสื่อสารเข้าใจก่อน ซึ่งขณะนี้ยังติดขัดในเรื่องภาษาเล็กน้อย ซึ่งหากมีความพร้อมก็จะมีการกำหนดเป็นรายละเอียดต่อไป ทั้งนี้ การมาร่วมสังเกตการณ์ โดยนั่งบนเครื่องบินดังกล่าว จีนน่าจะทำกับไทย ซึ่งอยู่ในภูมิภาคนี้เป็นประเทศแรก แต่การเข้าร่วมฝึกกับไทยมีการดำเนินการฝึกภายใต้รหัสคอบร้าโกลด์ และการบรรเทาสาธารณภัยด้วย



